คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อเทศกาลอาโอโมริเนบูตะ (青森ねぶた祭り) มาบ้าง แต่คุณรู้ไหมว่าจังหวัดอาโอโมริมีเทศกาลเนบูตะและเนปุตะทั้งหมดกว่า 40 เทศกาลด้วยกัน? เทศกาลเป็นหนึ่งในวิธีที่สนุกและวิเศษมากๆ ในการเรียนรู้วัฒนธรรมและธรรมเนียมที่มีเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ จึงไม่แปลกเลยที่นักท่องเที่ยวหลายคนพากันมาเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของมัตสึริ (祭り, เทศกาล)
ในบรรดาเทศกาลต่างๆ ของญี่ปุ่นนี้ เทศกาลฤดูร้อนนับเป็นเทศกาลที่มีสีสันและชวนตื่นเต้นเป็นพิเศษ โดยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่าโทโฮคุ (東北地方) เป็นภูมิภาคที่มีชื่อในเรื่องเทศกาลฤดูร้อนและมีสามเทศกาลฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโทโฮคุ (東北三大夏祭り) ได้แก่เทศกาลเซ็นไดทานาบาตะ, เทศกาลอาคิตะคันโต, และเทศกาลอาโอโมริเนบูตะ
ฉันมีโอกาสไปเที่ยวสองเทศกาลแรกในเดือนสิงหาคม 2011 ซึ่งขณะนั้นฉันอยู่ระหว่างเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือญี่ปุ่นในเหตุการณ์สึนามิและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2011 (東日本大震災) ประสบการณ์ครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เข้าร่วมงานมัตสึริของญี่ปุ่น และนับแต่นั้นมาฉันอยากไปงานเทศกาลอาโอโมริเนบูตะมาตลอด ซึ่งในที่สุดฉันก็ได้ไปงานเทศกาลสุดประทับใจนี้ในปี 2019!
คุณอาจจะสงสัยว่าเทศกาลเนบูตะและเนปุตะต่างกันอย่างไร? ทั้งสองคำนี้ต่างหมายถึงงานเทศกาลเดียวกัน แต่เนบูตะเป็นคำที่ใช้เรียกกันทั่วไปในแถบตะวันออกของอาโอโมริ ในขณะที่แถบตะวันตก (พื้นที่สึการุ) มักเรียกงานเทศกาลดังกล่าวว่าเนปุตะกันเป็นหลัก
ในบทความนี้ฉันจะพาคุณไปรู้จักเทศกาลอาโอโมริเนบูตะ รวมถึงเทศกาลเนบูตะและเนปุตะอื่นๆ ในท้องถิ่นจังหวัดอาโอโมริซึ่งคุณสามารถไปเที่ยวได้ในฤดูร้อน
เทศกาลอาโอโมริเนบูตะ (青森ねぶた祭り)
ช่วงวันเทศกาล: 2–7 สิงหาคมของทุกปี
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Aomori (青森駅)
เทศกาลเนบูตะที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาเทศกาลเนบูตะทั้งหมดและเป็นเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคนให้มาร่วมงานในหลายปีที่ผ่านมานี้ก็คือเทศกาลอาโอโมริเนบูตะ (青森ねぶた祭り, Aomori Nebuta Matsuri) งานเทศกาลที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวด้วยโคมขนาดยักษ์สุดอลังการที่สร้างเป็นรูปบุคคลและสิ่งมีชีวิตในประวัติศาสตร์และตำนานของญี่ปุ่น โคมเหล่านี้เป็นโคมไฟขนาดยักษ์ที่มีแสงส่องสว่างมาจากด้านในและภาพที่มีรายละเอียดสุดประณีตของโคมก็ดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ! ในบรรดาโคมทั้งหมด 80 อันภายในงาน จะมีโคมเพียง 20 อันเท่านั้นที่เป็นโคมขนาดยักษ์ โคม 3D ขนาดยักษ์เหล่านี้ทำขึ้นด้วยมือล้วนๆ โดยช่างฝีมือและใช้เวลานับเดือนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์
เทศกาลอาโอโมริเนบูตะจัดในเมืองอาโอโมริที่เป็นเมืองหลักของจังหวัดในช่วงวันที่ 2-7 สิงหาคมของทุกปี โดยเทศกาลจะเริ่มจากงานเล็กๆ ก่อนที่มีโคมเพียง ⅔ ของจำนวนทั้งหมดเท่านั้น (โคมส่วนมากในช่วงนี้จะเป็นโคมขนาดเล็ก) โคมเหล่านี้จะถูกนำมาแห่ขบวนในช่วงเย็นวันที่ 2-3 สิงหาคม ส่วนในช่วงวันที่ 4-6 สิงหาคมโคมทั้งหมดจะถูกนำมาแห่ขบวนในตอนเย็น รวมถึงโคมที่มีขนาดใหญ่และประณีตเหล่านั้นด้วย ในขบวนแห่โคมจะมีนักดนตรีและนักเต้นรำมาร่วมขบวนเพื่อสร้างสีสันให้กับงาน และในวันที่ 7 ที่เป็นวันสุดท้ายของงานนี้ เทศกาลอาโอโมริเนบูตะจะปิดท้ายด้วยการจัดขบวนแห่บนถนนในตอนกลางวันและในตอนกลางคืนจะมีกิจกรรมพิเศษคือการแสดงดอกไม้ไฟและขบวนแห่เรือ
เทศกาลอาโอโมริเนบูตะเป็นหนึ่งในเทศกาลที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดในญี่ปุ่น แต่ถึงจะเป็นเทศกาลที่เป็นที่รู้จัก ที่มาของเทศกาลอาโอโมริเนบูตะก็ยังเป็นปริศนาอยู่ บ้างก็ว่าเทศกาลนี้มีที่มาจากเทศกาลทานาบาตะของจีน (七夕, qīxī) แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน โดยประเพณี Qixi ของจีนได้เข้ามาหลอมรวมกับธรรมเนียมการทำโคมจากกระดาษและไผ่ในท้องที่ และหลายปีผ่านไปการทำโคมก็มีการเพิ่มรายละเอียดและขนาดมากขึ้นจนกลายเป็นโคมเทศกาลเนบูตะขนาดใหญ่อย่างทุกวันนี้
เทศกาลทานาบาตะในอดีตมีธรรมเนียมการลอยโคมให้ไหลไปตามแม่น้ำเพื่อปลอบประโลมวิญญาณผู้วายชนม์ ซึ่งการนำโคมไปล่องเรือในวันสุดท้ายของเทศกาลเนบูตะก็มีความหมายเดียวกันนี้เช่นกัน ในคืนวันที่ 7 สิงหาคมที่เป็นวันสุดท้ายของเทศกาล โคมที่ชนะรางวัลประจำปีของงานเทศกาลจะถูกนำมาบรรทุกลงเรือและแห่ไปรอบๆ อ่าวอาโอโมริพรัอมกับมีการแสดงดอกไม้ไฟเพื่อส่งท้ายเทศกาลสุดตระการตานี้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ
ระหว่างทริปฉันได้ไปร่วมงานเทศกาลฤดูร้อนของโทโฮคุทั้งหมด 5 งานภายในเวลา 4 วัน ด้วยเวลาที่มีอยู่จำกัดและปัจจัยเรื่องสถานที่ฉันจึงไปร่วมงานเทศกาลอาโอโมริเนบูตะได้เพียงวันเดียวเท่านั้น ดังนั้นฉันจึงเลือกไปร่วมงานในวันสุดท้ายคือวันที่ 7 สิงหาคมเพื่อชมการแห่โคมในตอนกลางวัน การแห่โคมบนเรือในตอนกลางคืน และการแสดงดอกไม้ไฟ
เทศกาลอาโอโมริเนบูตะมีชื่อเสียงเรื่องการแห่โคมในตอนกลางคืน ดังนั้นการได้มาเห็นการแห่โคมในตอนกลางวันจึงเป็นอะไรที่ต่างจากสิ่งที่ฉันนึกไว้ตอนแรกอย่างมาก แต่ด้วยแสงสว่างในวันฟ้าโปร่งแบบนี้ฉันจึงได้เห็นทั้งดีไซน์ สีสัน และการระบายสีของบรรดาโคมที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตเหล่านี้ รวมถึงได้เห็นความสนุกสนานและพลังที่แสดงออกมาผ่านสีหน้าของผู้เข้าร่วมงานด้วย
นอกจากโคมที่ตระการตาแล้ว อีกไฮไลท์ที่ดึงดูดสายตาไม่แพ้กันคือบรรดานักเต้นรำฮาเนโตะ (ハネト) ที่กระโดดโลดเต้นไปตามจังหวะกลองไทโกะและร้องขานว่า “รัสเซระ รัสเซระ! รัสเซ รัสเซ รัสเซระ!” กันอย่างครึกครื้น นักเต้นรำฮาเนโตะมีอุปกรณ์คู่กายคืออุจิวะ (พัด) และกระดิ่งที่ช่วยสร้างความครึกครื้นและสีสันให้กับงานเทศกาล
ถ้าคุณมาเที่ยวพร้อมกับกลุ่มเพื่อนๆ ของคุณ ฉันแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้คุณและเพื่อนๆ เข้าร่วมขบวนนักเต้นรำฮาเนโตะเพื่อให้ทริปครั้งนี้เป็นที่น่าจดจำยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าคุณสวมชุดฮาเนโตะแบบครบชุดเรียบร้อย ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าร่วมขบวนแห่โคมในฐานะนักเต้นรำฮาเนโตะได้ แม้แต่นักท่องเที่ยวและแขกผู้ร่วมงานก็เช่นกัน โดยระหว่างช่วงเทศกาลคุณสามารถหาซื้อชุดฮาเนโตะสีสันสดใสได้ทั่วไปในเมือง นอกจากนี้ยังมีชุดให้เช่าอยู่ตามจุดต่างๆ บนเส้นทางขบวนแห่ด้วย
สำหรับการชมการแสดงดอกไม้ไฟและขบวนแห่เรือปิดงาน จะมีที่นั่งบนท่าเรือให้คุณซื้อตั๋วเข้าไปนั่งได้ ที่นั่งเหล่านี้จะหันหน้าเข้าหาอ่าวและเป็นทำเลให้คุณได้ชมวิวดอกไม้ไฟและโคมที่ลอยผ่านไปได้ใกล้ๆ โดยไม่มีอะไรมาบัง ซึ่งฉันได้เพื่อนๆ จากโมริโอกะช่วยให้ฉันได้ที่นั่งในทำเลนี้ด้วย!
แน่นอนว่าคุณสามารถชมดอกไม้ไฟและขบวนเรือที่แห่โคมได้ฟรีเช่นกัน แต่คุณต้องมาเร็วหน่อยเพื่อจองที่นั่งทำเลดีไว้ การแสดงในช่วงค่ำจะเริ่มในตอน 19:00 น. แต่ตอน 15:00 น. ฉันก็เห็นคนนับสิบเข้ามาจับจองที่นั่งรอบอ่าวกันแล้ว

สำหรับฉันแล้ว ไฮไลท์ที่ฉันตั้งหน้าตั้งตารอดูมากที่สุดคือขบวนแห่เรือ ซึ่งแม้ว่าเรือจะลอยอยู่ในอ่าวแต่เสียงร้องของผู้ร่วมขบวนแห่ก็ยังดังให้ได้ยินอยู่อย่างชัดเจน ภาพสะท้อนของโคมที่ส่องสว่างและดอกไม้ไฟบนผิวน้ำนับเป็นอีกภาพสวยงามที่น่าชม
โคมที่ถูกนำมาแห่ในช่วงนี้จะเป็นบรรดาโคมที่ชนะรางวัลประจำปีนั้นๆ อาจจะด้วยความที่เป็นโคมที่ชนะรางวัลนี้เองที่ทำให้บรรดาผู้เข้าร่วมงานดูครึกครื้นและมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ
ถ้าคุณไม่ได้มาอาโอโมริในช่วงเทศกาล ไม่ต้องห่วงไป เพราะพิพิธภัณฑ์ Nebuta Museum WA RASSE (ねぶたの家 ワ・ラッセ) ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี JR Aomori เป็นสถานที่ที่ให้คุณได้ชมโคมเนบูตะจากปีก่อนๆ ได้ ที่นี่คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทศกาลเนบูตะและยังสามารถสัมผัสกับบรรยากาศของงานเทศกาลได้ผ่านกิจกรรมเต้นรำฮาเนโตะ (ช่วง 11:00 น., 13:00 น. และ 15:00 น.) ซึ่งในกิจกรรมนี้นักท่องเที่ยวจะสามารถลองเต้นรำฮาเนโตะ ตีฉาบ และตีกลองไทโกะได้ด้วย


ร่วมสนุกในการเต้นรำฮาเนโตะและตีกลองไทโกะที่พิพิธภัณฑ์เนบูตะแห่งนี้ | ©JR East / Carissa Loh
นอกจากิจกรรมเต้นรำฮาเนโตะแล้ว คุณยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมแปะกระดาษโคมเนบูตะ (ช่วง 10:00 น. และ 14:00 น.) ได้อีกด้วย โดยในกิจกรรมคุณจะได้เรียนรู้เรื่องโครงสร้างและกระบวนการสร้างโคมเหล่านี้
นอกจากขนาดแล้ว สิ่งที่ทำให้โคมของเทศกาลอาโอโมริเนบูตะพิเศษคือรูปร่าง 3D ของตัวโคม โคมเนบูตะถูกสร้างขึ้นจากไม้ (สำหรับโครงสร้างภายในและตัวรับน้ำหนัก) ลวดเหล็ก (เพื่อการสร้างรูปร่างที่มีรายละเอียดประณีต) และกระดาษวาชิ (ที่แปะทับโครงลวดเหล็ก)
พิพิธภัณฑ์ Nebuta Museum WA RASSE (ねぶたの家 ワ・ラッセ)
ที่อยู่: 1-1-1 Yasukata, Aomori-shi, Aomori-ken 030-0803
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี JR Aomori
เวลาทำการ: 9:00–18:00 น. (กันยายน–เมษายน), 9:00–19:00 น. (พฤษภาคม–สิงหาคม)
เทศกาลฮิโรซากิเนปุตะ (弘前ねぷた祭り)
ช่วงวันเทศกาล: 1–7 สิงหาคมของทุกปี
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Hirosaki (弘前駅)
เมืองฮิโรซากิ (弘前市) หนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมมากที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุนั้นเป็นเมืองปราสาทที่ตั้งอยู่ในแถบตะวันตกของจังหวัดอาโอโมริ เมืองอาโอโมริอาจจะเป็นเมืองหลักของจังหวัดอาโอโมริในปัจจุบัน แต่ก่อนหน้านั้นเมืองฮิโรซากิถือเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมและเศรษฐกิจแห่งพื้นที่แถบสึการุซึ่งเป็นชื่อเก่าของพื้นที่ตะวันตกของจังหวัดอาโอโมริ และเมืองฮิโรซากินี้เองที่เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลเนบูตะที่ใหญ่อันดับที่ 2 นั่นคือเทศกาลฮิโรซากิเนปุตะ (弘前ねぷた祭りHirosaki Neputa Matsuri)
ขณะที่โคมของอาโอโมริเนบูตะเป็นโคมสามมิติที่มีรูปร่างคล้ายคน (人形型) โคมของเทศกาลฮิโรซากิเนปุตะมักมีรูปร่างคล้ายพัด (扇型) ที่มีรูปวาดระบายอยู่บนพื้นผิวของโคม นอกจากโคมรูปทรงพัดที่เป็นเอกลัษณ์แล้ว อีกจุดเด่นหนึ่งของโคมในเทศกาลฮิโรซากิเนปุตะคือภาพวาดอันทรงพลังและดุดันของนักรบที่เป็นภาพด้านหน้า (鏡絵) ของโคม ซึ่งตัดกับภาพวิจิตรประณีตของหญิงงามที่อยู่ด้านหลัง (見送り絵) ของโคม
เส้นทางการแห่โคมราว 80 อันมีทั้งหมดสองเส้นทางด้วยกัน ได้แก่เส้นทางโดเตะมาจิ (Dotemachi) และเอกิมาเอะ (Ekimae) ในช่วงเย็นของวันที่ 1-3 สิงหาคม ขบวนแห่จะเดินลงไปตามเส้นทางโดเตะมาจิ และในวันที่ 4-6 สิงหาคมขบวนแห่จะใช้เส้นทางเอกิมาเอะ ในวันที่ 7 สิงหาคมซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงานเทศกาลจะมีการแห่บนเส้นทางโดเตะมาจิอีกครั้งในตอนกลางวัน
ถ้าคุณไม่ได้มาเที่ยวฮิโรซากิในช่วงงานเทศกาล ที่นี่ก็มีสถานที่ให้คุณเข้าไปชมโคมและคลิปวิดีโอบรรยากาศงานจากปีก่อนๆ รวมถึงลองตีกลองไทโกะได้อีกด้วย Tsugaru-han Neputa Village (津軽藩ねぷた村) มีการจัดแสดงต่างๆ และมีกิจกรรมให้คุณได้สัมผัสหลากวัฒนธรรมแห่งสึการุรวมถึงเทศกาลเนปุตะด้วย
ด้วยความที่พื้นที่สึการุที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องชามิเซ็น (三味線) เครื่องดนตรีเครื่องสายของญี่ปุ่น ที่นี่จึงมีการแสดงชามิเซ็นให้ได้ชมกันทุกๆ หนึ่งชั่วโมง นอกจากนี้ Tsugaru-han Neputa Village ยังมีหลากหลายกิจกรรมงานฝีมือและวัฒนธรรมของสึการุให้คุณได้ลองเช่นการวาดภาพระบายสีว่าว การทำที่ตั้งพัดเนปุตะขนาดเล็ก การระบายสีแอปเปิ้ลและตุ๊กตาไม้ งานปั้นดินเผาสึการุ เครื่องเคลือบสึการุ และอื่นๆ อีกมากมาย
Tsugaru-han Neputa Village (津軽藩ねぷた村)
ที่อยู่: 61 Kamenoko-cho, Hirosaki-shi, Aomori-ken 036-8332
การเดินทาง: เดิน 30 นาทีจากสถานี JR Hirosaki หรือนั่งรถบัส 15 นาทีจากสถานี Hirosaki มาลงที่ป้าย Tsugaruhan Neputamura
เทศกาลโกโชกาวาระทาจิเนปุตะ (五所川原立佞武多祭り)
ช่วงวันเทศกาล: 4–8 สิงหาคมของทุกปี
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Goshogawara (五所川原駅)
เมืองโกโชกาวาระ (五所川原市) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สึการุเป็นเมืองเล็กๆ ในแถบตะวันตกของจังหวัดอาโอโมริและอยู่ทางเหนือของเมืองฮิโรซากิ เทศกาลโกโชกาวาระทาจิเนปุตะ (五所川原立佞武多祭り, Goshogawara Tachineputa Matsuri) ของที่นี่จะถูกจัดในวันที่ 4-8 สิงหาคมของทุกปีและเทศกาลนี้มีชื่อ เรื่องโคมทาจิเนปุตะที่สูงได้ถึง 23 เมตรหรือเท่ากับอาคาร 7 ชั้น ซึ่งสูงกว่าโคมของเทศกาลอาโอโมริและฮิโรซากิเสียอีก ทาจิ (立ち) แปลว่า “ยืน, ตั้ง” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งโคมเหล่านี้ก็ดูโดดเด่นเมื่อตั้งสูงตระหง่านสมชื่อจริงๆ ในช่วงเทศกาลจะมีโคมราว 15 อันถูกนำมาแห่โดยในจำนวนนี้จะมี 3 อันที่เป็นโคมขนาดยักษ์ นักเต้นที่ร่วมขบวนอยู่ด้วยจะคอยตะโกน “ยัตเตะมาเระ! ยัตเตะมาเระ!” อยู่ตลอดการแห่โดยมีกลองไทโกะคอยตีให้จังหวะอยู่ด้วย
สำหรับใครหลายคน โคมของเทศกาลโกโชกาวาระทาจิเนปุตะถือเป็นโคมที่ตระการตาที่สุด เหตุผลหนึ่งก็เพราะความมุ่งมั่นของชุมชนที่ทำให้เทศกาลนี้ยังคงถูกจัดต่อกันเรื่อยมาโดยที่โคมยังคงรักษาลักษณะสูงเด่นนี้ไว้ได้ ในอดีตบรรดาพ่อค้าที่ร่ำรวยจะสร้างโคมทาจิเนปุตะเพื่อเป็นเครื่องแสดงความร่ำรวยของตนโดยจะแข่งกันว่าใครจะสามารถสร้างโคมได้สูงกว่ากัน หลังการปฏิรูปประเทศให้มีความทันสมัยมากขึ้นในยุคไทโช (1912–1926) บรรดาสายไฟที่ถูกโยงไปรอบๆ เมืองทำให้ความสูงของโคมต้องถูกจำกัดไว้ คนท้องถิ่นกลุ่มหนึ่งได้รวมกลุ่มกันเพื่อวางแผนฟื้นฟูการทำโคมทรงสูงในอดีตให้กลับมาอีกครั้ง และความพยายามของพวกเขาก็สำเร็จเมื่อสายไฟในเส้นทางแห่โคมถูกนำลงดินในปี 1998 เพื่อให้โคมสามารถกลับมามีรูปร่างสูงตระหง่านได้อีกครั้ง
งานเทศกาลจะเริ่มต้นกันด้วยการแสดงดอกไม้ไฟของเทศกาลดอกไม้ไฟโกโชกาวาระ (五所川原花火大会, Goshogawara Hanabi Taikai) ในคืนวันที่ 3 สิงหาคม จากนั้นขบวนแห่โคมจะเริ่มจัดในเย็นวันที่ 4-8 สิงหาคม ฉายา “เทศกาลดอกไม้ไฟแห่งผืนน้ำ แสง และเสียง” ของงานนี้มาจากการที่ดอกไม้ไฟราว 5,000 ดอกถูกยิงขึ้นฟ้าอย่างเข้าจังหวะกับดนตรีที่เล่นคลออยู่พร้อมกับมีการแสดงน้ำพุและแสงสีด้วย ไฮไลท์ของการแสดงดอกไม้ไฟชุด Star Mine ที่เป็นพลุชุดใหญ่นั้นมีขนาดกว้างได้ถึง 300 เมตรทีเดียว
ถ้าคุณไม่ได้ไปเที่ยวในช่วงเทศกาล คุณยังสามารถชมโคมทาจิเนปุตะสุดอลังการเหล่านี้ได้ตลอดปีที่พิพิธภัณฑ์ Tachineputa no Yakata (立佞武多の館) ซึ่งสามารถเดินเท้าไปได้ใน 5 นาทีจากสถานี JR Goshogawara โดยในช่วงจัดงานเทศกาล ขบวนแห่จะตั้งต้นที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนผ่านเมืองต่อไป
พิพิธภัณฑ์ Tachineputa no Yakata (立佞武多の館)
ที่อยู่: 506-10, Omachi, Goshogawara-shi, Aomori-ken 037-0063
การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี JR Goshogawara
เทศกาลคุโรอิชิเนปุตะ (黒石ねぷた祭り)
ช่วงวันเทศกาล: 30 กรกฎาคม–5 สิงหาคมของทุกปี
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด: สถานี Kuroishi (黒石駅) ของรถไฟ Kо̄nan Railway
คุโรอิชิ (黒石市) เป็นเมืองเล็กๆ ข้างเมืองฮิโรซากิ แม้ว่าโดยทั่วไปเทศกาลเนบุตะแต่ละเทศกาลจะมีโคมเนบุตะเพียงประเภทเดียวให้ชม แต่เทศกาลคุโรอิชิเนปุตะ (黒石ねぷた祭り, Kuroishi Neputa Matsuri) มีทั้งโคมรูปทรงพัด (แบบเทศกาลของเมืองฮิโรซากิ) และแบบสามมิติ (แบบเทศกาลของเมืองอาโอโมริ) ให้ชม และแม้ว่าโคมของเทศกาลคุโรอิชิเนปุตะจะไม่ได้ใหญ่เท่ากับของอาโอโมริและฮิโรซากิ แต่โคมของเทศกาลคุโรอิชิเนปุตะนั้นมีมากถึง 50 อันทีเดียว
แม้ว่างานเฉลิมฉลองจะถูกจัดในช่วงระหว่าง 30 กรกฎาคมจนถึง 5 สิงหาคมของทุกปี แต่ขบวนแห่โคมนั้นจะถูกจัดในวันที่ 30 กรกฎาคมและ 2 สิงหาคมเท่านั้น ถ้าคุณอยากชมโคมทั้งหมดคุณต้องมาเทศกาลในสองวันนี้ให้ได้ นอกจากนี้ ในสองวันพิเศษนี้โคมทั้งหมดจะถูกนำมารวมกันที่สวน Miyuki Park ก่อนจะถูกแห่ไปรอบๆ ถนนของเมืองคุโรอิชิ ดูเส้นทางการแห่เพิ่มเติมได้ที่นี่
เทศกาลเนบูตะและเทศกาลเนปุตะอื่นๆ
แม้จะมีเทศกาลเนบูตะอื่นๆ ให้ชมกันในภูมิภาคคันโต แต่เทศกาลเนบูตะยังคงนับเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งจังหวัดอาโอโมริมีเทศกาลเนบูตะประจำท้องถิ่นมากกว่า 40 เทศกาลจัดขึ้นทั่วพื้นที่จังหวัด ถ้าคุณอยากสัมผัสงานเทศกาลได้อย่างใกล้ชิดสุดๆ คุณอาจจะอยากไปเที่ยวงานเทศกาลท้องถิ่นเล็กๆ เหล่านี้ด้วย
เทศกาลเนบูตะเมืองสึการุ (つがる市ネブタまつり)
ช่วงวันเทศกาล: 26–28 กรกฎาคมของทุกปี
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Kizukuri (木造駅)
เทศกาลโอมินาโตะเนบูตะ (大湊ネブタ祭り)
ช่วงวันเทศกาล: 1–3 สิงหาคมของทุกปี
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR О̄minato (大湊駅)
เทศกาลฮิราคาวะเนปุตะ (平川ねぷた祭り)
ช่วงวันเทศกาล: 2–3 สิงหาคมของทุกปี
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด: สถานี Hiraka (平賀駅) ของรถไฟ Konan Railway
เทศกาลอาสะมุชิออนเซ็นเนบูตะ (浅虫温泉ねぶた祭り)
ช่วงวันเทศกาล: วันเทศกาลมีการเปลี่ยนแปลงในทุกปี โดยทั่วไปมักจัดเป็นระยะ 2 วันในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม และ 1 วันในช่วงกลางเดือนสิงหาคม
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด: สถานี Asamushi Onsen (浅虫温泉駅) ของรถไฟ Aoimori Railway
5 เทศกาลฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่แห่งโทโฮคุ
ถ้าเป็นไปได้ ฉันแนะนำให้คุณมาเที่ยวโทโฮคุในช่วงฤดูร้อนเป็นอย่างยิ่ง โดยช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่เมืองต่างๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยบรรยากาศแห่งงานเทศกาล! นอกจากเทศกาลเนบูตะต่างๆ แล้ว โทโฮคุยังยังเป็นแหล่งรวมเทศกาลฤดูร้อนมากมายที่จัดขึ้นในช่วงสัปดาห์เดียวกัน (สัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม) และแต่ละเทศกาลนั้นทั้งอลังการและสนุกสนานไม่แพ้กันเลย
เทศกาลที่ว่านี้ได้แก่ เทศกาลอาคิตะคันโต (秋田竿燈祭り), เทศกาลเซ็นไดทานาบาตะ (仙台七夕祭り), เทศกาลโมริโอกะซันสะโอโดริ (盛岡さんさ踊り) , เทศกาลยามากาตะฮานากาสะ (山形花笠祭り) และเทศกาลอาโอโมริเนบูตะ ทั้งหมด 5 เทศกาลที่รวมกันเป็น 5 เทศกาลฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่แห่งโทโฮคุ (東北五大夏祭り)
ถ้าคุณอยากจัดทริปเที่ยวเทศกาลฤดูร้อนรอบโทโฮคุ คุณสามารถเที่ยวงานเทศกาลต่างๆ ได้ในทุกวันแบบไม่ซ้ำกัน ในปี 2019 ฉันได้สนุกเต็มที่ไปกับการเที่ยว 5 เทศกาลฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่แห่งโทโฮคุรวมถึง เทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ (長岡花火大会) ของจังหวัดนีงาตะด้วยในทริปเดียว และคุณสามารถเที่ยวงานได้หลากหลายกว่านี้อีกถ้าคุณแวะไปเที่ยวเทศกาลประจำท้องถิ่นอื่นๆ ด้วย ที่จริงการเที่ยววนงานเทศกาลต่างๆ แบบนี้เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นก็ทำเช่นกัน แต่คนญี่ปุ่นอาจจะเที่ยวแค่สองถึงสามงานในช่วงวันหยุดยาว 3 วันเท่านั้น
นี่คือตารางเที่ยวเมื่อปี 2019 ของฉันเพื่อให้คุณใช้อ้างอิงได้:
3 สิงหาคม | เทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ
4 สิงหาคม | เทศกาลโมริโอกะซันสะโอโดริ
5 สิงหาคม | เทศกาลอาคิตะคันโต
6 สิงหาคม | เทศกาลเซ็นไดทานาบาตะ (ครึ่งเช้า) และ เทศกาลยามากาตะฮานากาสะ (ครึ่งเย็น)
7 สิงหาคม | เทศกาลอาโอโมริเนบูตะ (ครึ่งเช้าชมขบวนแห่โคม และช่วงครึ่งเย็นชมขบวนแห่เรือ+ดอกไม้ไฟ)
การเดินทาง
คุณสามารถเดินทางไปยังสถานี JR Shin-Aomori (新青森駅) ได้เพียงนั่งรถไฟชินกันเซ็น 190 นาทีจากสถานี JR Tōkyō (東京駅) บนทางรถไฟสาย Tōhoku Shinkansen
การเดินทางไปยังอาโอโมริ:
- คุณสามารถเดินทางไปยังสถานี Aomori (青森駅) ได้เพียงนั่งรถไฟ 5 นาทีจากสถานี Shin-Aomori โดยใช้เส้นทางรถไฟ JR Ou Main Line
การเดินทางไปยังฮิโรซากิ:
- คุณสามารถเดินทางไปยังสถานี Hirosaki (弘前駅) ได้เพียงนั่งรถไฟ 35 นาทีจากสถานี Shin-Aomori โดยใช้เส้นทางรถไฟ JR Ou Main Line
การเดินทางไปยังโกโชกาวาระ:
- จากสถานี Shin-Aomori Station นั่งรถไฟบนทางรถไฟสาย JR Ou Main Line อีก 30 นาทีและต่อรถที่สถานี Kawabe เพื่อเดินทางต่อโดยทางรถไฟสาย JR Gono Line โดยจากสถานี Kawabe คุณสามารถนั่งรถไฟสาย JR Gono Line ไปยังสถานี Goshogawara (五所川原駅) ได้ใน 30 นาที
การเดินทางไปยังคุโรอิชิ:
- คุณสามารถเดินทางไปยังสถานี Kuroishi (黒石駅) ได้ใน 36 นาทีโดยนั่งรถไฟสาย Konan Line ของรถไฟ Konan Railway จากสถานี Hirosaki
Resort Shirakami
Resort Shirakami หนึ่งในรถไฟ Joyful Train แรกๆ ที่ให้บริการนั้นเป็นรถไฟที่วิ่งไปตามทางรถไฟสาย Gono Line เลียบไปตามชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น และเป็นรถไฟที่ให้คุณได้ชมทั้งวิวสวยงามของทะเลสีน้ำเงินไพลินและทุ่งหญ้าสีเขียวขจี รถไฟขบวนนี้วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัดอาคิตะและอาโอโมริทุกวันโดยมีรถไฟมากถึง 3 ขบวนในขาเข้าและขาออกต่อวัน รถไฟ Resort Shirakami จะวิ่งผ่านสถานี Aomori, Shin-Aomori, Hirosaki และ Goshogawara ดังนั้นในทริปเที่ยวอาโอโมริครั้งหน้า ลองมานั่งรถไฟขบวนนี้ดูไหมคะ? คุณสามารถขึ้นรถไฟขบวนนี้ได้ฟรีถ้าคุณมีตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area)
JR EAST PASS (Tohoku area)
ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) เป็นตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้แบบไม่จำกัดเที่ยว รวมถึงรถไฟชินกันเซ็นและ Joyful Train ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยความที่ตั๋วนี้มีราคาเพียง 30,000 เยนและใช้ได้ไม่จำกัดตลอดเวลา 5 ติดกัน มันจึงเป็นตั๋วคู่ใจชั้นเยี่ยมสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟของคุณ ผู้ถือตั๋ว Pass นี้ยังสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าได้นานถึง 1 เดือนได้ฟรีผ่านทาง JR-EAST Train Reservation
ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) ยังสามารถใช้กับประตูอัตโนมัติได้ และผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้ตั๋วนี้ได้ด้วย
เครดิตรูปภาพส่วนหัวบทความ: Aomori Prefecture
Translated by ANNGLE