หากถามคนญี่ปุ่นว่าอะไรคือสัญลักษณ์ของฤดูร้อน บ่อยครั้งที่เราจะได้คำตอบว่ามันคือดอกไม้ไฟ หรือ ฮานาบิ (花火) ในช่วงวันหยุดฤดูร้อนมีงานเทศกาลดอกไม้ไฟกว่า100งานถูกจัดขึ้น นอกเหนือจากสีสรรอันงดงามที่ปรากฏบนท้องฟ้างามค่ำคืนแล้ว งานเทศกาลส่วนใหญ่ยังมีการออกร้านตั้งแผงขายอาหารและซุ้มเกมส์ต่างๆไว้ให้เพลิดเพลินและสนุกสนานกับช่วงเวลายามค่ำคืน หรือหากว่าอยากสนุกมากกว่านี้ลองใส่ชุดยูกาตะมาเดินบริเวณงานเทศกาลดูซิ!

งานเทศกาลดอกไม้ไฟโอมาการิ (Omagari Fireworks Festival) ที่จังหวัดอากิตะ | ©Akita Prefecture

รู้หรือไม่ว่า งานเทศกาลดอกไม้ไฟ 3 งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ล้วนถูกจัดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกของญี่ปุ่นทั้งสิ้น อันได้แก่ งานเทศกาลดอกไม้โอมาการิ (Omagari Fireworks Festival) งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ (Nagaoka Fireworks Festival) และงานประกวดดอกไม้ไฟซึจิอุระ (Tsuchiura All Japan Fireworks Competition)

ดอกไม้ไฟชุดหนึ่งที่ฉันชอบที่สุดที่งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ | ©Carissa Loh

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะว่า กว่าที่ฉันจะได้มาดูงานเทศกาลดอกไม้ไฟ หรือ ฮานาบิ ไทไค (花火大会) ครั้งแรกก็ในปี 2019 ที่งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ (長岡まつり大花火大会, Nagaoka Fireworks Festival) ซึ่งมันน่าประทับใจมากๆ และก็ทำให้ฉันต้องการกลับไปที่นั่นอีกครั้ง

การตกแต่งภายนอกขบวนรถไฟเกนบิ ชินคังเซน (GENBI SHINKANSEN) เป็นรูปงานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ | ©JR East / Carissa Loh

ฉันได้ยินเรื่องราวของงานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะมาเป็นเวลานานแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนักเนื่องจากว่าฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อว่าร้อนและชื้นอย่างรุนแรง จนกระทั่งในปี 2018 ในขณะที่ฉันได้นั่งรถไฟเกนบิชินคังเซน GENBI SHINKANSEN ฉันก็ได้พบกับเรื่องราวประวัติศาสตร์และความสำคัญของงานเทศกาลในเชิงลึกมากขึ้น จนได้ตัดสินใจที่จะไปชมงานเทศกาลในปี 2019 (รถไฟเกนบิชินคังเซนหยุดดำเนินการในเดือนธันวาคมปี 2020)

 

ความหวังและการฟื้นฟู: จุดเริ่มต้นของงานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ

ชุดดอกไม้ไฟ Vesuvius Super Grand Starmine | ©JR East / Carissa Loh

ด้วยการจัดแสดงถึง 2 คืน งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะนับเป็นตัวชูโรงของเทศกาลนากาโอกะที่มีระยะเวลานาน 3 วัน (1-3 สิงหาคมของทุกปี) คุณจะถูกสะกดด้วยดอกไม้ไฟขนาดใหญ่และการระเบิดของแสงสีบนท้องฟ้ายามค่ำคื่นเหนือแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) ด้วยงานนี้เป็นหนึ่งในงานเทศกาลดอกไม้ไฟ 3 แห่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เตรียมตั้งตารอที่จะได้พบกับการแสดงดอกไม้ไฟที่ตื่นตาตื่นใจในระหว่างการแสดงได้เลย

การแสดงดอกไม้ไฟชุด “Furusato wa hitotsu” | ©JR East / Carissa Loh

ถึงแม้ว่าจะมีงานเทศกาลดอกไม้ไฟขนาดใหญ่-เล็กเกิดขึ้นมากมายในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น แต่ก็มีงานเทศกาลดอกไม้ไฟจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่มีความเกี่ยวโยงถึงประวัติศาสตร์และสะเทือนอารมณ์ได้เหมือนกับที่งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะแห่งนี้ ไม่ใช่แค่งานเทศกาลทั่วๆไป งานประจำปีที่น่าประทับใจนี้เริ่มขึ้นมาในโครงการฟื้นฟูความเสียหายจากภัยสงครามช่วงปี 1946 ในฐานะที่สิ่งเตือนความทรงจำของการทิ้งระเบิดที่เมืองนากาโอะในวันที่ 1 สิงหาคม 1945 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1,500 คนและทำความเสียหายแก่ตัวเมืองไปกว่า 65 – 80%  นอกจากการระลึกถึงผู้เสียชีวิตแล้วงานเทศกาลนี้ยังแสดงถึงการขอบคุณไปยังการก่อสร้างเมืองขึ้นมาใหม่และยังรวมไปถึงการภาวนาถึงสันติสุขที่ไม่มีวันจบสิ้น

ไฮไลท์ของงานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ


ชุดดอกไม้ไฟ Phoenix Fireworks ที่งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ | ©Nagaoka Fireworks Foundation

ไฮไลท์ของที่งานนี้นะหรอ ไม่ต้องสงสัยเลย ต้องเป็นดอกไม้ไฟชุดฟีนิกซ์ “Phoenix Fireworks – เจตจำนงเพื่อการฟื้นคืน” การแสดงที่กินระยะเวลา 5 นาทีประกอบกับบทเพลงจูปิเตอร์ “Jupiter” ของคุณอายากะ ฮิราฮาระ (Hirahara Ayaka) ที่เขียนขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังใจให้การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ชูเอ็ตสึ (中越) ในจังหวัดนีงะตะที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2004

ชุดดอกไม้ไฟ Phoenix Fireworks | ©JR East / Carissa Loh

สำหรับหลายๆคน งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะเป็นการแสดงถึงการขอบคุณและความคาดหวังต่ออนาคตข้างหน้า การแสดงดอกไม้ไฟอันตระการตาควบคู่ไปกับท่วงทำนองเพลงกระตุ้นให้ผู้ที่ได้รับชมเกิดน้ำตาที่มาพร้อมกับความปลื้มปิติและความคาดหวัง

บัตรเข้างาน (รูปซ้าย) และเสื่อที่นั่งที่งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ (รูปขวา)  | ©JR East / Carissa Loh

เฉกเช่นเดียวกัน งานเทศกาลดอกไม้ไฟส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่น ที่งานมีบริการทั้งที่ตั๋วแบบมีที่นั่ง(เสียค่าที่นั่ง) และตั๋วแบบไม่มีที่นั่ง(เอาเสื่อมาปูเป็นที่นั่งเองบริเวณข้างทาง) อยู่ที่คุณแล้วหละว่าต้องการจะเพลินเพลินกับดอกไม้ไฟในรูปแบบไหน ตัวฉันที่ไม่ค่อยชอบความแออัดมากนักดังนั้นฉันจึงเลือกตั๋วแบบมีที่นั่งและมีพื้นที่ส่วนตัวเล็กน้อยมากกว่าพื้นที่ที่เบียดเสียดกันในทุกๆด้าน บริเวณใกล้ๆจุดขายตั๋วมีบริการห้องน้ำและแผงขายอาหารอยู่ด้วยเช่นกัน และเนื่องจากงานนี้เป็นที่นิยมอย่างมากตั๋วเข้างานจะขายหมดก่อนที่งานจะเริ่มจริงเป็นเดือน และนี่คงจะเป็นโชคที่ดีมากๆของฉันที่สามารถหาตั๋วได้จากการซื้อทัวร์ในวันนั้น

ภาพงามอาทิตย์ลับขอบฟ้า (รูปซ้าย) และหนึ่งในดอกไม้ไฟShiragikuในชุดเบิกร่องของวัน (รูปขวา) | ©JR East / Carissa Loh

ในทุกๆปี การแสดงดอกไม้ไฟจะเริ่มด้วยดอกไม้ไฟ shiragiku 3 ชุด (白菊, ดอกเบญจมาศสีขาว) จุดขึ้นเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตในการทิ้งระเบิดช่วงปี 1945 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนที่ดวงอาทิตย์จะตกค่อนข้างช้า อย่างไรก็ตามช่วงประมาณ 19:20 ท้องฟ้าจะเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงจางๆจากดวงอาทิตย์ที่กำลังตกลง ก่อให้เกิดเป็นพื้นหลังที่เหมาะสำหรับการแสดงดอกไม้ไฟในชุดแรกๆของวัน

ดอกไม้ไฟชุด Shō-sanjakudama เหนือสะพานโชเซบาชิ | ©JR East / Carissa Loh

นอกจากชุดดอกไม้ไฟฟีนิกซ์ (Phoenix) ที่ตั้งตารอแล้ว ไฮไลท์อื่นๆ ยังมี ชุดดอกไม้ไฟ shōsanjakudama (正三尺玉, ดอกไม้ไฟขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 ฟุต) เหนือสะพานโชเซบาชิ น่าอัศจรรย์มากเมื่อเห็นขนาดอันมหึมาของดอกไม้ไฟเมื่อเทียบกับตัวสะพาน โดยที่ดอกไม้ไฟชุดนี้มีการ กระจายตัวกว้างถึง 650 เมตรเลยทีเดียว!

ดอกไม้ไฟชุดปิดท้ายของงานเทศกาล. | ©JR East / Carissa Loh

มาถึงการแสดงชุดสุดท้ายกันแล้ว ดอกไม้ไฟชุด Kome Hyappyō (米百俵, ข้าวร้อยถุง) คือการการจุดดอกไม้ไฟ 100 ชุดติดต่อกัน ข้าว (米) เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนีงะตะ และ Kome Hyappyō มีความหมายตามตัวอักษรว่า “ถุงข้าวร้อยถุง” ที่อ้างอิงถึงเหตุการณ์ในอดีตที่มีการนำข้าวสารที่ได้รับบริจาคมาไปขายเพื่อใช้ในการศึกษาแทนที่จะนำไปแจกจ่ายเพื่อการบริโภค ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นคติในการพยายามในปัจจุบันเพื่อก่อให้เกิดอนาคตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า ชุดดอกไม้ไฟนี้มีจุดประสงค์เพื่อนำความคิดนี้ไปสู่ผู้ที่ได้รับชมคลอเคล้าไปด้วยท่วงทำนองอันไพเราะของบทเพลง “Look upon the Sky” (空を見上げてごらん)

ดอกไม้ไฟชุดปิดท้ายของงานเทศกาล. | ©JR East / Carissa Loh
การเคลื่อนที่อย่างเป็นระเบียบไฟสู่สถานีรถไฟ | ©JR East / Carissa Loh

หลังจากชุดดอกไม้ไฟชุดสุดท้ายอันงดงามจบลงแล้ว ตอนแรกฉันคิดว่าการเดินทางกลับไปยังสถานีรถไฟหลังงานเทศกาลมันต้องแย่มากๆแน่เลย เนื่องจากมีคนกว่า 500,000 คนเข้ามาดูดอกไม้ไฟในแต่ละคืน แต่ทว่าฉันก็ต้องทึ่งให้กับการจัดการงานของที่นี้ที่ดีมาก มีเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟที่ดูเป็นกันเองคอยถือป้ายแจ้งว่าแถวไหนเป็นแถวสำหรับไปขึ้นรถไฟชินคังเซน และแถวไหนเป็นแถวสำหรับไปขึ้นรถไฟท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการจัดรถไฟเสริมในช่วงเวลางานเทศกาลเพื่อรองรับกับคนจำนวนมาก ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบไม่มีการผลักหรือดันใดๆเลย

เนื่องจากเมืองนากาโอกะเป็นเมืองขนาดเล็ก การหาที่พักที่นี่ในช่วงเทศกาลดูเป็นไปไม่ได้เลย แต่ว่าที่เมืองนีงะตะ(นั่งรถไฟชินคังเซนต่อไปอีกประมาณ 20 นาที) ยังมีที่พักว่างสำหรับทริปนี้อยู่

ดอกไม้ไฟชุดVesuvius Super Grand Starmine | ©JR East / Carissa Loh

โดยส่วนตัวแล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะหาคำๆไหนที่จะอธิบายความมหัศจรรย์ของงานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะแห่งนี้ได้เลย ทั้งจำนวนดอกไม้ไฟที่มีมากมายที่ปรากฎขึ้นทั้งทางซ้าย ทางขวา ด้านหน้า หรือเหนือขึ้นไปด้านบน อีกทั้งพื้นที่สำหรับชมดอกไม้ไฟที่จัดไว้อย่างกว้างขวางและเหมาะสมทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดจากจำนวนคนที่มากมาย และนอกจากประสบการ์ณจากการดูดอกไม้ไฟแล้ว รวมถึงความนึกคิดและความหมายที่สอดแทรกไว้ในดอกไม้ไฟแต่ละชุดนี่แหละที่ทำให้งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะนี้เป็นคืนที่ยอดเยี่ยมที่จะถูกเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป

ฉันมีความสุขมากๆกับงานเทศกาลดอกไม้ไฟครั้งแรกที่นากาโอกะ และยินดีที่จะแนะนำให้กับทุกๆคนที่ตั้งความหวังว่าจะได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศงานเทศกาลดอกไม้ไฟของญี่ปุ่นจริงๆสักครั้ง งานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะนี้ได้รับการคาดหวังสูงมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับงานเทศกาลดอกไม้ไฟที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ฉันได้เข้าร่วมงานนี้แล้วและก็หวังว่าฉันจะได้กลับไปร่วมงานนี้อีกครั้งในสักวันหนึ่ง

รายละเอียดงานเทศกาล

วันจัดงาน: 02 และ 03 สิงหาคม ของทุกปี
เวลาแสดง: 19:20 – 21:15
เว็บไซต์: English | Japanese
สถานที่จัดงาน: ที่ราบลุ่มแม่น้ำชินาโนะในจังหวัดนีงะตะ

 

การเดินทาง:

สถานที่จัดงานเทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเจอาร์นากาโอกะ JR Nagaoka Station (長岡駅) ประมาณ 30 นาทีโดยการเดินเท้า ในช่วงงานเทศกาลเส้นทางเดินจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆไปสู่บริเวณที่จัดไว้เป็นสถานที่นั่งชมงาน สถานีรถไฟเจอาร์นากาโอกะอยู่ห่างจากสถานีเจอาร์โตเกียว JR Tōkyō Station (東京駅) ประมาณ 105 นาทีด้วยรถไฟชินคังเซนสาย Jōetsu Shinkansen Line หรือ ประมาณ 20 นาทีจากสถานีรถไฟเจอาร์นีงะตะ JR Niigata Station (新潟駅) ด้วยรถไฟชินคังเซนสาย Jōetsu Shinkansen Line

 

JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)

ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) และพื้นที่ที่ครอบคลุม | ©JR East

ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) เป็นตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้แบบไม่จำกัดเที่ยว รวมถึงรถไฟชินกันเซ็นและ Joyful Train ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยความที่ตั๋วนี้มีราคาเพียง 27,000 เยนและใช้ได้ไม่จำกัดตลอดเวลา 5 ติดกัน มันจึงเป็นตั๋วคู่ใจชั้นเยี่ยมสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟของคุณ ผู้ถือตั๋ว Pass นี้ยังสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าได้นานถึง 1 เดือนได้ฟรีผ่านทาง JR-EAST Train Reservation

ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ยังสามารถใช้กับประตูอัตโนมัติได้ และผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้ตั๋วนี้ได้ด้วย

JR-EAST Train Reservation | ©JR East

เครดิตรูปภาพส่วนหัวบทความ: JR East / Carissa Loh