ญี่ปุ่นมีธรรมชาติสวยงามตลอดทั้ง 4 ฤดู แต่หลายคนคงเห็นพ้องกันว่าฤดูหนาวเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ดีที่สุดในการชื่นชมความงดงามของธรรมชาติ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นจะแปลงโฉมเป็นดินแดนหิมะแสนวิเศษ และถ้าพูดถึงฤดูหนาวแล้ว ภูมิภาคที่มีหิมะตกมากที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะไปเยือนกันก็คือ ฮอกไกโด (北海道) และ โทโฮคุ (北海道)
ฮอกไกโดเป็นพื้นที่ยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวด้วยเหตุผลหลากหลายประการ เช่น หิมะปุยนุ่มที่เหมาะกับการเล่นกิจกรรมในฤดูหนาว รีสอร์ทน้ำพุร้อนวิวสวยงาม อาหารเลิศรส และอื่นๆ อีกมากมาย ในส่วนภูมิภาคโทโฮคุนั้นก็เป็นภูมิภาคที่มีชื่อในเรื่องของทัศนียภาพอันกว้างใหญ่อลังการมากมาย เทศกาลหิมะที่โดดเด่นเหนือใคร อาหารที่หลากหลาย และอื่นๆ อีกมากมาย
ในช่วงฤดูหนาว ฮอกไกโดตอนใต้และโทโฮคุในพื้นที่ทางตอนเหนือจะสวยงามเป็นพิเศษ โดยพื้นที่ฮอกไกโดตอนใต้ประกอบด้วยเมืองอันได้แก่ซัปโปโร (札幌市) โอตารุ (小樽市) โนโบริเบ็ตสึ (登別市) โทยะ (洞爺) และฮาโกดาเตะ (函館市) ในด้านพื้นที่โทโฮคุตอนเหนือนั้นจะประกอบไปด้วย จังหวัดอาโอโมริ (青森県) จังหวัดอาคิตะ (秋田県) และจังหวัดอิวาเตะ (岩手県)
ในบทความนี้ ผมจะมาแบ่งปันไฮไลต์บางส่วนของฮอกไกโดตอนใต้และโทโฮคุตอนเหนือในช่วงฤดูหนาว รวมไปถึงวิธีนั่งรถไฟไปสัมผัสไฮไลต์เหล่านั้น ซึ่งรถไฟถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีเดินทางที่ดีที่สุดในพื้นที่เหล่านี้ในช่วงฤดูหนาว
พร้อมแล้วหรือยัง? ถ้าอย่างงั้นทำตัวให้อุ่นแล้วไปผจญภัยในเส้นทางรถไฟฤดูหนาวกันเลย!
① ฮอกไกโดตอนใต้ (南北海道)
ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลายอดฮิตที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวซัปโปโร โดยที่นี่มีเทศกาลฤดูหนาวอันโดดเด่นที่สุดก็คือ เทศกาลหิมะซัปโปโร (さっぽろ雪まつり, Sapporo Snow Festival) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเทศกาลฤดูหนาวที่มีชื่อมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยถูกจัดขึ้นทุกปีในช่วงอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ณ หลายพื้นที่ของเมือง
เทศกาลนี้จัดขึ้นในหลายพื้นที่ของซัปโปโร โดยมีสถานที่จัดงานหลักอยู่ที่สวนโอโดริ (大通公園, Odori Park) ซึ่งในช่วงจัดอีเวนต์ ทั้งสวนจะมีประติมากรรมหิมะที่สะดุดตาหลากหลายขนาดเรียงรายอยู่ อีกทั้งมีการแข่งขันประติมากรรมหิมะนานาชาติ (International Snow Sculpture Competition) ที่ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศต่างๆ จะมาประชันกันว่าใครจะมีประติมากรรมที่ดีที่สุดตลอดช่วงสัปดาห์การแข่งขัน อีกสถานที่จัดงานในเมืองซัปโปโรได้แก่ย่านรอบๆ สุสุกิโนะ (ススキノ) และที่นี่ นักท่องเที่ยวจะได้ชมประติมากรรมน้ำแข็งที่ทั้งน่าประทับใจและมีจินตนาการสร้างสรรค์
สำหรับการไปยังสวนโอโดริ นักท่องเที่ยวสามารถเดิน 10 นาทีจากสถานี Sapporo ได้ (เคล็ดลับ: สถานีและสวนเชื่อมตรงกันผ่านทางเดินใต้ดิน และนักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางนี้เพื่อหลบเลี่ยงอากาศหนาวในฤดูหนาวได้)
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทศกาลหิมะซัปโปโรครั้งที่ 74 (Sapporo Snow Festival 2024) สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์: https://www.snowfes.com/en/
ซัปโปโร (札幌) ⇒ โอตารุ (小樽)
หลังจากไปเยือนที่ซัปโปโรแล้ว ลองไปเที่ยวที่โอตารุต่อดีไหมล่ะ? เมืองท่าเล็กๆ แห่งนี้เป็นสถานที่ที่นั่งรถไฟมาถึงได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง และเป็นหนึ่งในที่หมายของทริปเป้าเช้าเย็นกลับในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาซัปโปโร ไม่ว่าจะเป็นในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูกาลอื่นตลอดทั้งปี ที่ดีที่สุดเลยก็คือการนั่นรถไฟจากซัปโปโรมาที่นี่ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อขา และรถไฟจะวิ่งไปตามเส้นทางเลียบชายฝั่งของอ่าวอิชิคาริ (石狩湾) ดังนั้นผู้โดยสารจึงสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวทะเลอันงดงามได้เช่นกัน!
แม้ว่าโอตารุจะเป็นที่ที่ควรค่าแก่การไปเยือนตลอดปี แต่ไม่ว่ายังไงฤดูหนาวก็เป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมในการมาเที่ยวรอบเมือง เพราะฤดูนี้มาพร้อมกับเทศกาล Otaru Snow Light Path (小樽雪あかりの路) ที่จัดขึ้นทุกๆ เดือนกุมภาพันธ์ และก็ยังมี Otaru Snow Story (小樽ゆき物語) ที่จัดตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนถึงต้นมกราคม ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งเมืองจะสว่างไสวไปด้วยไฟประดับและเต็มไปด้วยรูปปั้นหิมะเล็กๆ มากมายที่ช่วยเสริมบรรยากาศความเป็นเทศกาลฤดูหนาว
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในโอตารุที่ห้ามพลาดเลยก็ได้แก่ คลองโอตารุ (Otaru Canal) คลองที่มักถูกใช้เป็นฉากหลังหลักของเมือง และพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Museum) พิพิธภัณฑ์อันเปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลังที่จัดแสดงกล่องดนตรียุโรปหลากหลายสไตล์ ถ้ามาเที่ยวโอตารุ อย่าลืมแวะเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้ล่ะ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว!
คลองโอตารุ (小樽運河, Otaru Canal)
ที่อยู่: Minatomachi, Otaru, Hokkaido 047-0007
การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี Otaru (小樽駅)
โอตารุ (小樽) ⇒ โนโบริเบ็ตสึ (登別)
เวลามาเที่ยวฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาว ทริปของเราคงจะไม่สมบูรณ์เลยขาดการเที่ยวรีสอร์ทน้ำพุร้อนไป จริงไหม? ฮอกไกโดมีจุดท่องเที่ยวน้ำพุร้อนชื่อดังมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ โนโบริเบ็ตสึ (登別) เมืองแห่งนี้เป็นที่ที่เดินทางจากซัปโปโรมาได้ง่าย โดยนั่งรถไฟ Limited Express Hokuto (北斗) บนทางรถไฟสายหลัก Hakodate ซึ่งการเดินทางใช้เวลาไม่ถึง 90 นาที
โนโบริเบ็ตสึเป็นเมืองที่เรียงรายไปด้วยรีสอร์ทน้ำพุร้อนมากมายที่ดึงดูดบรรดานักท่องเที่ยวผู้แสวงหาช่วงเวลาแช่น้ำพุร้อนสุดพิเศษ โดยในช่วงฤดูหนาวนั้น การได้แช่บ่อน้ำพุร้อนท่ามกลางทิวทัศน์หิมะถือเป็นประสบการณ์ลืมไม่ลงทีเดียว แล้วคุณรู้หรือเปล่า ว่าโนโบริเบ็ตสึมีบ่อน้ำพุร้อนอยู่หลายแบบด้วย? โดยมีมากถึง 10 ประเภทด้วยกัน แต่ละบ่อนั้นก็ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ถือว่าคุ้มค่าที่เราจะไปลองลงแช่ดูให้ครบ
หนึ่งในไฮไลต์ของโนโบริเบ็ตสึก็คือ จิโกคุดานิ (地獄谷) หุบเขาตระการตาที่มีลำธารซึ่งอุดมด้วยแร่กำมะถันและปล่องไอน้ำร้อน ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในต้นน้ำหลักของบ่อน้ำพุร้อนต่างๆ ในเมือง จึงควรค่าแก่การมาเที่ยวมากหากมาที่เมืองแห่งนี้
จิโกคุดานิ (地獄谷)
ที่อยู่: Noboribetsuonsen-cho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0551
การเดินทาง: นั่งรถบัส 15 นาทีจากสถานี Noboribetsu (登別駅) ไปลงที่ป้าย Daiichi Takimoto-mae (第一滝本前) จากนั้นเดินต่ออีก 10 นาทีจะถึงจิโกคุดานิ
โนโบริเบ็ตสึ (登別) ⇒ ทะเลสาบโทยะ (洞爺湖)
หากคุณกำลังมองหาทิวทัศน์ที่ต่างออกไป โดยเฉพาะวิวทะลสาบอันงดงาม งั้นมุ่งหน้าไปที่ ทะเลสาบโทยะ (洞爺湖) ซึ่งเป็นอีกจุดท่องเที่ยวยอดนิยมในฮอกไกโดสิ ภาพวิวทะเลสาบอันเงียบสงบโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกนั้นทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดที่ห้ามพลาดในหมู่นักท่องเที่ยว ที่เยี่ยมไปเลยก็คือเรายังนั่งรถไฟมาที่นี่ได้ง่ายอีกด้วย
ที่ทะเลสาบโทยะ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับการนั่งเรือไปยัง *เกาะนากาจิมะ (中島) ที่อยู่ใจกลางทะเลสาบโทยะได้ หรือไม่ก็แวะไปนั่งกระเช้า Mt. Usu Ropeway (有珠山ロープウェイ) แล้วดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์กว้างองทะเลสาบจากจุดชมวิว Usuzan-Toyako Observation Deck (有珠山洞爺湖 展望台)
*หมายเหตุ: เกาะนากาจิมะปิดในช่วงฤดูหนาว และเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าได้เฉพาะช่วงนอกฤดูหนาวเท่านั้น
นักท่องเที่ยวที่มายังเที่ยวทะเลสาบโทยะในช่วงฤดูหนาวยังแวะไปชมไฮไลต์พิเศษอื่นๆ ได้เช่นกัน ได้แก่ Lake Toya Illumination Tunnel (イルミネーショントンネル)! อุโมงค์อันระยิบระยับนี้ทอดตัวไปตามแนวตลิ่งของทะเลสาบตลอดระยะทาง 70 ม. และโดดเด่นด้วยหลอดไฟ LED จำนวน 400,000 ดวงที่ส่องสว่างตั้งแต่เวลา 18:00 ถึง 22:00 น. ตลอดช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนมีนาคม คุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุโมงค์นี้ได้ที่นี่
Lake Toya Illumination Tunnel (イルミネーショントンネル)
ที่อยู่: 69 Toyako Onsen, Toyako, Abuta-gun, Hokkaido 049-5721
การเดินทาง: นั่งรถบัส 15 นาทีจากสถานี Toya (洞爺駅) ไปยัง Lake Toya Bus Terminal จากนั้นเดินต่ออีก 10 นาทีจะถึงอุโมงค์
ทะเลสาบโทยะ (洞爺湖) ⇒ ฮาโกดาเตะ (函館)
สำหรับจุดหมายสุดท้ายในฮอกไกโด นักท่องเที่ยวสามารถมุ่งลงใต้ไปยังเมืองฮาโกดาเตะได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟเช่นเดิม แถมระหว่างมุ่งหน้าไปยังเมือง ก็มีเซอไพรส์แก่นักท่องเที่ยวที่โดยสารรถไฟด้วย นั่นก็คือทิวทัศน์ของภูเขาฮอกไกโด-โกมากะทาเกะ (北海道駒ヶ岳) ซึ่งตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังให้กับทะเลสาบโอนุมะ (大沼) ในวันฟ้าใส!
ฮาโกดาเตะนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นดินแดนฤดูหนาวแสนมหัศจรรย์ในช่วงฤดูหิมะโปรยปราย และที่นี่ก็ยังมีจุดท่องเที่ยวห้ามพลาดรอบๆ เมืองมากมาย เช่น นักท่องเที่ยวสามารถไปยังเชิงเขาฮาโกดาเตะ (函館山) เพื่อสำรวจ ย่านเมืองเก่าโมโตมาชิ (元町) ย่านที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมยุโรป ทางลาดของย่านนี้ยังเป็นจุดชมวิวยอดนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วย โดยในช่วงฤดูหนาว บรรดาต้นไม้ที่ขนาบสองข้างทางจะส่องประกายด้วยไฟประดับ เกิดเป็นวิวที่ตราตรึง
อีกจุดท่องเที่ยวในฮาโกดาเตะที่ไม่ควรพลาดได้แก่ โกะเรียวคาคุ (五稜郭) ปราการรูปดาวห้าแฉกอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน แม้ว่าปราการนี้จะเป็นจุดยอดนิยมในช่วงใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วยที่ทั้งปราการจะถูกปกคลุมไปด้วยดอกซากุระ แต่ในฤดูหนาวที่นี่ก็สวยงามสะกดสายตาไม่แพ้กัน เพราะจะเป็นเวลาที่ปราการถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ และจะส่องสว่างในยามพลบค่ำ
โกะเรียวคาคุ (五稜郭)
ที่อยู่:43-9 Goryōkaku-cho, Hakodate, Hokkaido 040-0001
การเดินทาง: ขึ้น Hakodate Bus No. 78 จากสถานี Goryōkaku (五稜郭駅) แล้วลงที่หน้าสวนโกะเรียวคาคุ จากนั้นเดินต่ออีก 7 นาทีก็จะถึงสวน
② โทโฮคุตอนเหนือ (北東北)
หลังไปเยือนฮาโกดาเตะ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราต้องบอกลาฮอกไกโดแล้วไปกันต่อที่โทโฮคุ (東北 Tōhoku) ภูมิภาคที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากฮอกไกโดไปได้ง่ายๆ โดยขึ้นรถไฟ Hokkaido Shinkansen (北海道新幹線) ที่วิ่งผ่านอุโมงค์เซคัง (青函トンネル)
เกบิเค (จังหวัดอิวาเตะ)

หลังสำรวจฮอกไกโดเสร็จแล้ว ก็ได้เวลามุ่งลงใต้ไปยังจังหวัดอิวาเตะเพื่อชมหนึ่งในทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามที่สุดในโทโฮคุอย่าง ช่องเขาเกบิเค (猊鼻渓) ช่องเขาที่มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร และยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากผาหินปูนที่สูงมากถึง 100 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือสบายๆ ไปตามแม่น้ำซาเทตสึเป็นเวลา 90 นาที เพื่อชื่นชมความงดงามธรรมชาติของช่องเขาอย่างเต็มอิ่มอีกด้วย
แม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไปสำรวจช่องเขาเกบิเคในช่วงฤดูร้อนหรือไม่ก็ใบไม้ร่วง แต่ฤดูหนาวเป็นฤดูกาลที่พร้อมมอบประสบการณ์แสนพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวเช่นกัน ในฤดูนี้ เรือท่องเที่ยวจะมีหลังคาเพื่อกำบังผู้โดยสารจากสภาพอากาศ อีกทั้งยังมีโคทัตสึ (こたつ) ตั้งไว้บนเรือให้แขกอบอุ่นร่างกายในระหว่างนั่งเรืออีกด้วย
ลองนึกภาพยามทอดมองหน้าผาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ขณะที่นั่งอุ่นๆ บนเรือดูสิ ช่างเป็นประสบการณ์แปลกใหม่เลยทีเดียว ว่าไหม?
ช่องเขาเกบิเค (猊鼻渓)
ที่อยู่: Machi-467 Higashiyamacho Nagasaka, Ichinoseki, Iwate 029-0302
การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี Geibikei (猊鼻渓駅)
โอกะ และ คาคุโนะดาเตะ (จังหวัดอาคิตะ)
อาคิตะเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีหิมะตกมากที่สุดในญี่ปุ่น ดังนั้นนักท่องเที่ยวสามารถคาดหวังไฮไลต์พิเศษในจังหวัดนี้ได้เลย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ซึ่งที่แหลมโอกะ (男鹿半島, Oga Peninsula) ทางตะวันตกของอาคิตะจะมี เทศกาลนามาฮาเกะเซโดะ (なまはげ柴灯まつり, Namahage Sedo Festival) เทศกาลที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นเทพเจ้ารูปลักษณ์คล้ายยักษ์ออกเยี่ยมเยือนไปตามบ้านเรือนต่างๆ ตามท้องที่ในช่วงปีใหม่ เพื่อเตือนให้เด็กๆ ประพฤติตัวให้ดีและให้ผู้ใหญ่ขยันทำงาน
นามาฮาเกะ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้โดย UNESCO ในปี 2018 และในช่วงเทศกาลนักท่องเที่ยวก็จะได้ชมนักแสดงที่แต่งเป็นเทพยักษ์ออกมาเต้นรำรอบกองไฟด้วย น่าตื่นตาตื่นใจมากเลยใช่ไหมล่ะ?
เทศกาลนามาฮาเกะเซโดะ (なまはげ柴灯まつり)
วันและเวลา: 9-11 กุมภาพันธ์ 2024 เวลา 18:00–20:30 น. (เทศกาลจะถูกจัดขึ้นในวันศุกร์-อาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ในทุกปี)
สถานที่จัดงาน: ศาลเจ้าชินซัน (Shinzan Shrine)
การเดินทาง: ขึ้นรถบัสโดยสารพิเศษจากสถานี JR Oga โดยรถบัสจะให้บริการเฉพาะช่วงวันเทศกาลเท่านั้น
อยากสัมผัสประสบการณ์พิเศษไม่เหมือนใคร? หนึ่งในจุดท่องเที่ยวยอดฮิตที่สุดแห่งหนึ่งในอาคิตะก็คือ ถนนคฤหาสน์ซามูไรคาคุโนะดาเตะ (角館武家屋敷通, Kakunodate Samurai Residence Street) ถนนเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นด้วยบรรดาอดีตคฤหาสน์ซามูไร อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์อันงดงามของต้นซากุระด้วย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูหนาว ถนนเส้นนี้จะกลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน ซึ่งควรค่าแก่การมาเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนอากิตะเป็นอย่างยิ่ง เพราะบรรดาต้นซากุระพันธุ์กิ่งย้อย (しだれザクラ) เองก็จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เกิดเป็นทิวทัศน์ฤดูหนาวที่ตราตรึงมีเอกลักษณ์
ถนนคฤหาสน์ซามูไรคาคุโนะดาเตะ (角館武家屋敷通り)
การเดินทาง: เดิน 20 นาทีจากสถานี Kakunodate (角館駅)
ฮิโรซากิ (จังหวัดอาโอโมริ)
หากเราพูดถึงจุดท่องเที่ยวชื่อดังในแถบตอนเหนือของโทโฮคุล่ะก็ หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดก็คือ ปราสาทฮิโรซากิ (弘前城, Hirosaki Castle) ในเมืองฮิโรซากิจของจังหวัดอาโอโมริ ที่นี่คือ ปราสาทแห่งเดียวในโทโฮคุที่ยังมีอาคารปราสาทแบบดั้งเดิม อีกทั้ง สวนฮิโรซากิ (弘前公園, Hirosaki Park) ที่อยู่รอบๆ ปราสาทนั้น เป็นที่ยอมรับในวงกว้างในฐานะหนึ่งในจุดชมซากุระที่เยี่ยมที่สุดของภูมิภาค
แต่ลองมาเที่ยวปราสาทฮิโรซากิในฤดูหนาวกันดูไหมล่ะ? ในฤดูนี้ การได้เห็นตัวปราสาทถูกปกคลุมไปด้วยหิมะถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหน และพื้นที่สวนเองก็จะมีเทศกาลโคมหิมะฮิโรซากิ (弘前城雪燈籠まつり, Hirosaki Snow Lantern Festival) สุดยิ่งใหญ่ที่โดดเด่นด้วยรูปปั้นหิมะกว่า 100 ตัวและบรรดาแผงร้านอาหาร
ที่เยี่ยมที่สุดก็คือ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการเปิดไฟประดับธีมซากุระในฤดูหนาวในทุกๆ คืนตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้นไม้ในสวนฮิโรซากิถูกประดับไปด้วยแสงไฟสีชมพูมากมายหลายดวง จนดูราวกับมีดอกซากุระที่กำลังเบ่งบานมีผิด เป็นภาพที่เยี่ยมไปเลยจริงไหม!
เกร็ดแถมท้าย: รู้หรือไม่ว่าจังหวัดอาโอโมริเป็นผู้ผลิตแอปเปิ้ลรายใหญ่อันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น? จังหวัดนี้เป็นที่รู้จักในนาม “อาณาจักรแห่งแอปเปิ้ล” และฮิโรซากิเองก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการค้นพบแอปเปิ้ลนานาสายพันธุ์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากแอปเปิ้ลด้วย ผู้อ่านทุกท่านสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลไม้อันล้ำค่าของอาโอโมริได้ต่อที่บทความนี้
เทศกาลโคมไฟหิมะฮิโรซากิ (弘前城雪燈籠まつり)
ที่อยู่: 1 Shimoshiroganecho, Hirosaki-shi, Aomori 036-8356
การเดินทาง: ขึ้น Dotemachi Loop bus จากสถานี Hirosaki (弘前駅) ไปลงที่ป้าย Shiyakushomae (市役所前) จากนั้นเดินต่ออีก 5 นาทีเพื่อไปยังสวนฮิโรซากิ
ฮิโรซากิ ⇒ อาโอโมริ (จังหวัดอาโอโมริ)
ต่อจากเมืองฮิโรซากิ นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวกันต่อที่เมืองอาโอโมริ (青森市) โดยลงที่สถานี Aomori แล้วเตรียมพบกับอีกเซอร์ไพรส์ในช่วงฤดูหนาวที่รออยู่ได้เลย ในเดือนกุมภาพันธ์ คุณสามารถไปสัมผัสเทศกาล Aomori Lights and Paper Festival (あおもり灯りと紙のページェント) และตื่นตาไปกับโคมกระดาษที่สว่างเด่นเตะตา ซึ่งตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง รวมถึงบริเวณรอบๆ A-FACTORY และพิพิธภัณฑ์ Nebuta Museum WA RASSE โดยโคมเหล่านี้ถูกทำขึ้นโดยใช้เทคนิคเนบุตะสุดคลาสสิก อันเป็นวิธีเดียวกันกับที่ใช้ทำโคมในงานเทศกาลอาโอโมริ เนบูตะชื่อดัง
การได้มาเห็นโคมกระดาษที่ส่องสว่างไปทั่วเมืองอันหนาวเหน็บในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ เปรียบเหมือนการต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนด้วยความอบอุ่นและไมตรีจิตเลยว่าไหม?
Aomori Lights and Paper Festival (あおもり灯りと紙のページェント)
ที่อยู่: สถานที่หลายแห่งรอบเมืองอาโอโมริ
การเดินทาง: เดิน 5-10 นาทีจากสถานี Aomori เพื่อไปยัง Nebuta Museum WA RASSE, A-FACTORY, และอนุสรณ์เรือข้ามฟาก “ฮักโกดะมารุ” (八甲田丸)
แผนเที่ยวแนะนำ ①
ฮอกไกโดตอนใต้และโทโฮคุตอนเหนือมีวิวฤดูหนาวน่าชมอยู่มากมาย การเดินทางด้วยรถไฟไปมารอบๆ สองภูมิภาคนี้ก็ทำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาราวๆ หนึ่งอาทิตย์ในการออกสำรวจสถานที่ต่างๆ และอีเวนต์พิเศษที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้าได้ ด้วยการบินไปลงที่สนามบิน New Chitose และเที่ยวตามแผนการเที่ยวข้างต้นได้
แผนเที่ยวแนะนำ ②
อีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถทำได้ก็คือ การเริ่มต้นจากโตเกียวแล้วสำรวจพื้นที่โทโฮคุตอนเหนือก่อน จากนั้นค่อยๆ มุ่งหน้าไปทางเหนือเพื่อไปยังฮอกไกโด แล้วบินออกจากญี่ปุ่นที่สนามบิน New Chitose ด้วยแผนเที่ยวดังนี้เราสามารถที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ แบบเที่ยวเดียวโดยไม่ต้องย้อนกลับไปที่เดิม โดยเริ่มจากโตเกียวแล้วไปจบทริปที่ฮอกไกโด
ปิดท้าย
การท่องเที่ยวรอบญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้ด้วยประสาททั้งห้า ซึ่งทุกคนควรไปสนุกกับมันให้ได้สักครั้งในชีวิต และฮอกไกโดตอนใต้และโทโฮคุตอนเหนือก็เป็นสองภูมิภาคที่คุ้มค่าแก่การไปเยือนเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็นภูมิภาคที่มีหิมะตกมากที่สุดของประเทศ สองภูมิภาคจึงแสดงให้ทุกคนเห็นได้ว่าญี่ปุ่นในยามฤดูหนาวมาเยือนนั้นงดงามได้ขนาดไหน แน่นอนว่าวิธีการเดินทางไปเที่ยวที่ดีที่สุดก็คือการนั่งรถไฟเที่ยวนั่นเอง
ในทริปฤดูหนาวรอบหน้า ลองไปที่ฮอกไกโดตอนใต้และโทโฮคุตอนเหนือดูบ้างไหม? ทริปนี้อาจจะกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงทีเดียว แถมเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณอยากนั่งรถไฟท่องญี่ปุ่นมากขึ้นแน่นอน!
ตั๋ว Rail Pass ที่แนะนำ
หากคุณกำลังสงสัยว่าตั๋ว Pass ไหนบ้างที่เอื้อให้คุณสามารถท่องเที่ยวไปรอบๆ ฮอกไกโดตอนใต้และโทโฮคุตอนเหนือได้ ก็ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเพราะ JR East-South Hokkaido Rail Pass คือตั๋วที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East และ JR Hokkaido ได้แบบไม่จำกัดเที่ยวในพื้นที่ที่ครอบคลุมในสองภูมิภาคดังกล่าว ตั๋ว Pass นี้มีราคา 35,000 เยน/คน (ผู้ใหญ่) และถ้าต้องการเที่ยวตามแผนเที่ยวแนะนำ #2 ด้วย ก็จะประหยัดค่าโดยสารไปได้ถึง 16,000 เยน เลยทีเดียว!
อีกวิธีหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวที่วางแผนบินเข้าและออกที่สนามบิน New Chitose สามารถใช้ JR Tohoku-South Hokkaido Rail Pass ราคา 30,000 เยนได้ เพราะ Pass นี้ จะเอื้อให้สามารถเที่ยวไปตามแผนเที่ยวแนะนำ #1 รวมทั้งประหยัดเงินค่ารถไฟไปได้มากกว่า 25,000 เยนอีกด้วย!
ยิ่งไปกว่านั้น Pass ทั้งสองยังเป็นตั๋วที่ให้เราสำรองที่นั่งบนชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษบางขบวน และรถไฟ Joyful Train ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าได้ฟรีถึง 1 เดือน ผ่าน JR-EAST Train Reservation
เครดิตภาพปก | Hokkaido Railway Company (top), photoAC (bottom)