ถ้าพูดถึงทริปไปเช้าเย็นกลับใกล้โตเกียวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คงจะนึกถึงภูเขาไฟฟูจิ (富士山 Fuji-san) กัน ภูเขาที่เด่นเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของญี่ปุ่นนี้ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงพอสมควรและเดินทางไปได้ง่ายด้วยรถไฟ จึงเป็นธรรมดาที่ทริปไปเช้าเย็นกลับรอบๆ ภูเขานั้นจะฮิตมากในบรรดานักท่องเที่ยวที่ปักหลักอยู่ในโตเกียว
ในวันที่ฟ้าแจ่มใส เราจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากหลายพื้นที่ด้วยและบางที่ก็ไกลถึงจังหวัดนากาโนะและจังหวัดจิบะเลยทีเดียว แต่นักท่องเที่ยวส่วนมากจะบอกว่าบรรดาจุดชมวิวที่ดีที่สุดอยู่ที่จังหวัดยามานาชิ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ส่วนหนึ่งของภูเขานั้นตั้งอยู่ หนึ่งในสองจุดชมภูเขาไฟฟูจิยอดนิยมคือที่เมืองฟูจิโยชิดะ (富士吉田市 Fujiyoshida-shi) และทะเลสาบคาวากุจิโกะ (河口湖) ซึ่งต่างดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนตลอดทั้งปี
ผมมีเรื่องที่อยากสารภาพ แม้ว่าผมจะเดินทางไปญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง แต่พื้นที่รอบภูเขาไฟฟูจินั้นเป็นหนึ่งในที่ที่ผมไม่เคยไปมาก่อน สถานที่เหล่านั้นเป็นที่แปลกถิ่นสำหรับผมมานานที่สุดและผมได้เห็นภูเขาจากที่ไกลๆ เท่านั้น แต่ไม่เคยเข้าไปชมใกล้ๆ จากฟูจิโยชิดะหรือทะเลสาบคาวากุจิโกะเลย อย่างไรก็ตาม ในที่สุดผมก็ได้ไปเยี่ยมสถานที่เหล่านั้น และผมรู้สึกประสบความสำเร็จอย่างมากที่จะได้กาสถานที่เหล่านี้ออกจากลิสต์ของผมเสียที
สำหรับบทความนี้ เราจะมาดูทริปสั้นๆ ของผม ณ สองโลเคชั่นยอดนิยมสำหรับการชมภูเขาไฟฟูจิ และมาดูกันว่าผมค้นพบอะไรบ้างระหว่างทริปไปเช้าเย็นกลับของผม หลังจากที่ได้ไปเยี่ยมบรรดาสถานที่เหล่านี้ ผมก็ได้เข้าใจในที่สุดว่าทำไมที่เหล่านี้จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาช้านาน
① ก้าวขึ้นรถไฟ Fuji Excursion
พื้นที่รอบๆ ภูเขาไฟฟูจินั้นเดินทางไปจากโตเกียวได้ง่ายด้วยรถไฟ และใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อเที่ยว มีรถไฟไม่กี่ขบวนที่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งจากโตเกียวไปยังที่เหล่านี้ได้ และหนึ่งในนั้นคือ Fuji Excursion (富士回遊 Fuji Kaiyū) รถไฟด่วนพิเศษที่วิ่งระหว่างสถานี Shinjuku (新宿駅 Shinjuku-eki) และสถานี Kawaguchiko (河口湖駅 Kawaguchiko-eki)
เป็นครั้งแรกที่ผมได้มานั่ง Fuji Excursion และจุดที่ผมชอบเกี่ยวกับรถไฟนี้ได้อยู่ที่เรื่องความสะดวกในการตั้งต้นเดินทางจากจุดใจกลางเมืองอย่างชินจูกุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่รถไฟนี้เชื่อมไปยังสถานที่ต่างๆ รอบภูเขาไฟฟูจิโดยตรงด้วย รถไฟอื่นๆ จะพาผู้โดยสารไปยังสถานี Ōtsuki (大月駅 Ōtsuki-eki) เท่านั้น ซึ่งจากตรงนั้นพวกเขาจะต้องต่อรถไฟสาย Fujikyukō (富士急行線 Fuji-Kyūkō-sen) ต่อหากจะมุ่งหน้าไปยังคาวากุจิโกะ อย่างไรก็ตาม รถไฟ Fuji Excursion วิ่งตรงไปยังคาวากุจิโกะเลย ดังนั้นผู้โดยสารที่ไปที่นั่นจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสายรถไฟเลยแต่อย่างใด
ขณะที่รถไฟกำลังมุ่งหน้าไปยังคาวากุจิโกะ ก็มีเรื่องสุดพิเศษเข้ามาทักทายผม นั่นคือการได้เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ไกลๆ! ช่วงที่ผมเดินทางนั้นอากาศแจ่มใสมาก และผมไม่คิดว่าจะได้เห็นภูเขาตั้งแต่ก่อนจะเดินทางถึงที่หมายของผมด้วยซ้ำ ถือเป็นนิมิตหมายถึงสิ่งที่กำลังจะตามมาที่วิเศษมาก และผมตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นภูเขาอีกครั้งแบบใกล้ๆ
② จุดแรก: Arakurayama Sengen Park
รถไฟผมออกจากชินจูกุตอน 9:30 น. และตอน 11:11 น. รถไฟก็มาถึงที่สถานี Shimoyoshida (下吉田駅 Shimoyoshida-eki) แทนที่จะลงรถที่สถานี Kawaguchiko อย่างที่วางแผนไว้ตอนแรก ผมเลือกที่จะลงรถที่นี่เพราะที่นี่เป็นสถานีของจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิชื่อดังแห่งหนึ่งซึ่งเดินไปได้ใกล้ๆ จากสถานี
สถานี Shimoyoshida เป็นสถานีของ Arakurayama Sengen Park (新倉山浅間公園 Arakurayama Sengen-kōen) สวนสาธารณะที่สวยงามสุดๆ ของเมืองฟูจิโยชิดะที่มีวิวสุดอลังการของเจดีย์ชูเรโต (忠霊塔 Chūreitō) พร้อมภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง การเดินจากสถานี Shimoyoshida ไปยังทางเข้าด้านหน้าของศาลเจ้าอาราคุรายามะเซ็นเก็น (新倉山浅間公園 Arakurayama Sengen-jinja) นั้นใช้เวลา 10 นาที ตามด้วยการเดินขึ้นอีก 5 นาทีเพื่อไปยังสวนสาธารณะ
ระหว่างที่ผมกำลังเดินขึ้นไปที่สวน ท้องฟ้าก็เริ่มจะโปร่งขึ้นและภูเขาไฟฟูจิก็เริ่มปรากฎตัวให้เห็น เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่จนทำให้ผมมัวแต่อึ้ง และผมไม่คิดว่าจะได้เห็นมันก่อนที่จะไปถึงสวนเสียอีก วิวนั้นทำให้ผมยิ่งอยากไปที่สวนให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อชมวิวอันเป็นเอกลักษณ์ของสวนสาธารณะแห่งนี้
แถมเกร็ดนิดนึงว่าการเดินไปที่ทางเข้าสวนด้านหน้านั้นมีสองวิธีด้วยกัน แบบแรกคือเดินขึ้นบันได 400 ขั้น หรืออีกแบบคือทางเดินคดเคี้ยวที่ชันเล็กน้อย ถ้าคุณอยากลองท้าทายตัวเองดู คุณสามารถเดินขึ้นบันไดและเพลิดเพลินไปกับวิวชั้นเยี่ยมระหว่างทางได้ หรือถ้าไม่งั้นคุณก็เดินไปตามเส้นทางคดเคี้ยวที่เดินสบายกว่าและค่อยๆ ขึ้นไปยังสวนสาธารณะได้
เมื่อผมมาถึงที่สวน ผมเดินไต่ขึ้นอีกนิดนึงไปยังจุดชมวิว ผมหันไปและมันก็อยู่ตรงนั้นเลย วิวชื่อดังที่มีภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่พร้อมเจดีย์ชูเรโตอยู่เบื้องหน้า เป็นวิวที่มักเห็นได้ตามแคตตาล็อกและสื่อเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวหลายคนต่างมาที่สวนแห่งนี้เพื่อชมวิวที่ว่านี้ด้วยตัวเอง
ผมเห็นภาพวิวนี้ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่เคยมีโอกาสได้มาเที่ยวจริงๆ จนกระทั่งตอนนี้ หลังจากไปถึงที่นั่นและได้เห็นวิวด้วยตาตัวเอง ผมรู้สึกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากว่า” โอ้ ในที่สุดผมก็มาถึงที่นี่” !
หลังจากชมวิวที่ยิ่งใหญ่ของเจดีย์ชูเรโตที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังจนหนำใจแล้ว ลองมาที่เจดีย์เพื่อชมใกล้ๆ กันดูไหม? เจดีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1962 ในฐานะอนุสรณ์แห่งสันติภาพ และตั้งแต่ที่สร้างเสร็จ เจดีย์นี้ก็กลายเป็นแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง
หลังจากได้มาเห็นเจดีย์ใกล้ๆ แล้ว ผมเดินลงไปเพื่อแวะสักการะศาลเจ้าอาราคุระยามะเซ็นเก็น ซึ่งเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวมาเพื่อขอพรให้ครอบครัวเป็นสุขและเพื่อให้คลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย อย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกทึ่งก็คือการที่ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกก่อตั้งเมื่อปี 705 และยังอยู่รอดมานานนับศตวรรษจนถึงทุกวันนี้ได้ สุดยอดไปเลยเนอะว่าไหม?
นอกเหนือจากศาลเจ้าอาราคุรายามะเซ็นเก็นแล้ว ยังมีอีกหลายสถานที่ที่น่าสนใจรอบสถานี Shimoyoshida ที่ผมอยากจะไป หนึ่งในนั้นคือนิชิอุระ (西裏) ย่านที่เดินไปจากสถานี Shimoyoshida ได้ในไม่กี่นาที ถนนเส้นหนึ่งที่น่าลองไปเป็นพิเศษคือย่านบาร์นิชิอุระ ฮาชิโกะ-ไก (西裏はしご街) ซึ่งมีบรรยากาศที่สะท้อนถึงยุคโชวะ และเต็มไปด้วยอิซากายะย้อนยุคที่เสิร์ฟเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมพร้อมเมนูอาหารที่หลากหลาย
ผมไม่มีเวลาไปเที่ยวที่ถนนเส้นนี้ แต่ผมสัญญากับตัวเองว่าจะมาเที่ยวให้ได้เมื่อผมมาแวะที่สถานี Shimoyoshida อีกครั้ง
นิชิอุระ ฮาชิโกะ-ไก (西裏はしご街)
ที่อยู่: 3-chome Shimoyoshida, Fujiyoshida-shi, Yamanashi 403-0004
การเดินทาง: เดิน 7 นาทีจากสถานี Shimoyoshida
③ ไปกันต่อสู่คาวากุจิโกะ
หลังจากที่ผมแวะเที่ยวที่ Arakurayama Sengen Park ผมก็กลับมาที่สถานี Shimoyoshida และเดินทางต่อไปยังทะเลสาบคาวากุจิโกะโดยนั่งรถไฟสาย Fujikyuko ไป 15 นาที สิ่งที่ผมประหลาดใจเกี่ยวกับการนั่งรถไฟในครั้งนี้คือความรู้สึกคิดถึงอดีตที่สัมผัสได้ตอนอยู่บนรถไฟระหว่างเดินทางไปตามรางรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูไม้ การตกแต่งภายใน และที่นั่งปูเบาะก็ดี ตัวรถไฟให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ซึ่งผิดกับรถไฟร่วมสมัยขบวนอื่นๆในเมืองใหญ่
ไม่นานหลังจากที่ผมมาถึงสถานี Kawaguchiko ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนักท่องเที่ยวที่มาสำรวจทะเลสาบคาวากุจิโกะรวมถึงทะเลสาบทั้งห้าแห่งภูเขาไฟฟูจิ (富士五湖 Fuji go-ko) และยังเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้ที่มองหาการพักผ่อน ณ ออนเซ็นเรียวกังที่มีอยู่มากมายรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ และรู้อะไรไหม ยังมีตู้รถไฟย้อนยุคที่เคยวิ่งไปบนสาย Fujikyuko เมื่อหลายปีก่อนจัดแสดงอยู่ใกล้ๆ ด้วย!
④ อร่อยเพลินไปกับโฮโตร้อนๆ
ผมมาถึงที่คาวากุจิโกะตอนราวๆ บ่ายโมง พอดีสำหรับเวลากินข้าวกลางวัน และเมื่อมาถึงที่คาวากุจิโกะ ก็ต้องกินโฮโต (ほうとう hōtō)! เมนูนี้เป็นอาหารเส้นที่เป็นของอร่อยท้องถิ่นของจังหวัดยามานาชิ มีจุดเด่นคือเส้นอุด้งอวบแบนและผักในซุปมิโสะรสเลิศ
โฮโตเป็นอาหารประเภทที่ผมคิดว่าเหมาะสำหรับวันที่อากาศหนาวสุดๆ ไปเลย เพราะเมนูนี้ช่วยให้ตัวผมอุ่นขึ้นได้อย่างง่ายดาย ด้วยความที่เป็น Comfort Food สำหรับคนท้องถิ่น อาหารจานนี้จึงเป็นเมนูอบอุ่นใจที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมองข้าม และผมแนะนำให้ลองเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่มาเที่ยว คาวากุจิโกะ ภูเขาไฟฟูจิ หรือที่ไหนก็ตามในจังหวัดยามานาชิ
⑤ มุ่งหน้าไปยัง Oishi Park
หลังมื้อกลางวัน จุดต่อไปของเราอยู่ที่สวน Oishi Park (大石公園 Ōishi-kōen) ที่สวยงามซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของทะเลสาบคาวากุจิโกะ การจะไปที่สวนนั้น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถ Kawaguchiko Sightseeing Bus (สายสีแดง) ซึ่งออกจากสถานี Kawaguchiko และไปลงที่ Kawaguchiko Natural Living Center (河口湖自然生活館 Kawaguchiko shizen seikatsu-kan) ได้
หลังจากนั่งรถบัสมา 30 นาที ในที่สุดผมก็มาถึงที่ Oishi Park สวนแห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และเหตุผลหนึ่งก็เพราะที่นี่มีวิวทะเลสาบคาวากุจิโกะและมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังที่สวยจนลืมหายใจ สวนแห่งนี้ยังมีคาเฟ่หลายร้านที่ให้เห็นวิวสวยๆ ของทะเลสาบที่อยู่ใกล้ๆ ดังนั้นนักท่องเที่ยวสามารถผ่อนคลายและเพลินไปกับวิวชั้นเยี่ยมพลางอร่อยกับกาแฟและขนมหวาน
โชคร้ายที่ภูเขามีเมฆปกคลุมอยู่ในตอนที่ผมไปถึง ดังนั้นผมจึงเห็นเงาเพียงลางๆ อยู่ไกลๆ เท่านั้น ผมค่อนข้างแปลกใจเหมือนกันที่ภาพวิวเปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนี้ ยิ่งเมื่อเห็นว่าฟ้าโปร่งมากเมื่อสองชั่วโมงก่อนนี้เอง
สิ่งที่รอผมอยู่ที่ Oishi Park ก็คือบรรดาดอกไม้สวยสะดุดตามากมายที่แผ่ยาวถึง 350 เมตรไปตามทางเดินของสวน โดยสวนแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องบรรดาดอกไม้ที่มีให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้เข้ามาชมกัน และช่วงชมดอกไม้ที่ดีที่สุดคือช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนตุลาคม ซี่งเป็นเช่วงที่ดอกไม้เช่นดอกทิวลิป ดอกนาร์ซิสซัส ดอกลาเวนเดอร์ และพุ่มโคเชียสีแดงกำลังเบ่งบานและแต่งแต้มสีให้กับพื้นที่รอบๆ
Oishi Park (大石公園)
ที่อยู่: 11-2525 Ōishi, Fujikawaguchiko-chō, Minamitsuru-gun, Yamanashi 401-0305
การเดินทาง: นั่งรถ Kawaguchiko Sightseeing Bus (สายสีแดง) 30 นาทีจากสถานี Kawaguchiko มาลงที่ป้าย Kawaguchiko Natural Living Center (河口湖自然生活館) เดินจากป้ายรถบัสอีก 1 นาทีจะถึงที่สวน
⑥ วิวพาโนรามาของทะเลสาบคาวากุจิโกะ
หลังจากได้เพลินไปกับการเดินเล่นรอบๆ Oishi Park ที่สวยงามแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะมายังจุดสุดท้ายของวันนี้ นั่นคือ Mt. Fuji Panoramic Ropeway (富士山パノラマロープウェイ) ซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ฮิตมากที่สุดในบริเวณทะเลสาบคาวากุจิโกะ เพราะมันให้วิวกว้างของทะเลสาบที่อยู่ใกล้เคียง ภูเขาไฟฟูจิ และเมืองฟูจิโยชิดะทั้งหมดในทีเดียว
ขณะที่ผมขึ้นไปบนกระเช้าลอยฟ้าและค่อยๆ ขึ้นไปยังภูเขาเท็นโจ (天上山 Tenjō-yama) ผมก็ค่อยๆ เห็นวิวทะเลสาบชัดเจนมากขึ้นและได้ตระหนักว่าทะเลสาบแห่งนี้ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ผมเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่เมื่อนึกถึงวิวที่ผมกำลังจะได้เห็นเมื่อผมไปถึงสถานีบนยอดเขา
การนั่งกระเช้าลอยฟ้าใช้เวลาราวสามนาที และเมื่อไปถึงสถานีบนยอดเขา นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปได้อีกเล็กน้อยเพื่อไปยัง Kawaguchiko Tenjo-yama Park (河口湖天上山公園 Kawaguchiko Tenjō-yama kōen) ถ้าให้ผมบรรยายวิวที่เห็นจากบนสวนในคำเดียว ผมคงจะใช้คำว่า “ยิ่งใหญ่อลังการ”
ผมพูดอะไรไม่ออกเลยเมื่อมาเห็นวิวพาโนรามานี้ ที่ซึ่งผมได้ชมวิวที่มีทะเลสาบคาวากุจิโกะอยู่ที่ด้านหนึ่งและเมืองฟูจิโยชิดะที่อีกด้านหนึ่งได้แบบไม่มีอะไรกั้น ต้องขอบคุณอากาศฟ้าแจ่มใสในตอนนั้นด้วย ผมยังได้เห็นสวนสนุกยอดนิยม Fuji-Q Highland ที่อยู่ไกลๆ ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่ผมไม่คิดว่าจะเห็นเลย!
นอกจากวิวชั้นเยี่ยมรอบๆ แล้ว สวนแห่งนี้ยังมีไฮไลท์ที่น่าสนใจอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวไปลองดูได้ ถ้าคุณไปที่สวนล่ะก็ คุณจะเห็นว่ารอบๆ สวนมีการคุมธีมให้เกี่ยวกับทานุกิ (狸 จิ้งจอกแร็กคูน) และกระต่าย ทำไมหรือ? ก็เพราะเชื่อกันว่าภูเขาเท็นโจแห่งนี้คือฉากหลังของ “คาจิคาจิ ยามะ” (かちかち山) นิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นว่าด้วยสัตว์สองชนิดนี้ อันที่จริง Mt. Fuji Panoramic Ropeway เคยมีชื่อว่า Mt. Kachi-Kachi Ropeway ซึ่งเป็นการอ้างอิงจากนิทานนี้โดยตรง
สำหรับคนรักการปีนเขาทั้งหลายแล้ว สิ่งที่พวกเขาน่าจะน่าสนใจก็คือ Kawaguchiko Tenjo-yama Park เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินเขาไปยังมิตสึโทเกะยามะ (三ッ峠山) ซึ่งเป็นยอดเขากลุ่มหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาไฟฟูจิชั้นเยี่ยมในวันที่ฟ้าแจ่มใส
อย่างไรก็ตาม การเดินจากสวนไปยังมิตสึโทเกะยามะแบบไป-กลับนั้นใช้เวลาราวหกชั่วโมง ดังนั้นคุณต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเดินกลับมาก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน
Mt. Fuji Panoramic Ropeway (富士山パノラマロープウェイ)
ที่อยู่: 1163-1 Asakawa, Fujikawaguchiko-chō, Minamitsuru-gun, Yamanashi 401-0303
การเดินทาง: นั่งรถ Kawaguchiko Sightseeing Bus (สายสีแดง) 15 นาทีจากสถานี Kawaguchiko และมาลงที่ป้าย Sightseeing Boat/Ropeway Entrance (遊覧船・ロープウェイ入口) จากป้ายรถบัสเดินอีก 1 นาทีจะถึงกระเช้าลอยฟ้า
ปิดท้าย
ในฐานะคนที่เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง ผมรู้สึกว่ามันแปลกมากที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยไปเที่ยวพื้นที่รอบภูเขาไฟฟูจิเลย ยิ่งในเมื่อสถานที่เหล่านี้อยู่ใกล้โตเกียวอยู่ด้วย ผมตั้งใจจะไปที่นั่นมาเป็นเวลานาน และการที่ได้ไปสถานที่อย่าง Arakurayama Sengen Park และทะเลสาบคาวากุจิโกะในทริปไปเช้าเย็นกลับแบบนี้ก็ตัวผมเองรู้สึกประสบความสำเร็จมากๆ
หลังทริปของผม ในที่สุดผมก็เข้าใจว่าทำไมพื้นที่รอบภูเขาไฟฟูจิเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับทริปไปเช้าเย็นกลับในญี่ปุ่น และผมเห็นภาพตัวเองไปเที่ยวสถานที่เหล่านี้อีกครั้งไม่ว่าจะฤดูไหน ใครจะไปรู้? ไม่แน่ทริปครั้งต่อไป ณ ที่แห่งนี้ของผมอาจจะเร็วกว่าที่ผมคาดไว้ก็ได้!
(เกร็ดเล็กน้อยสำหรับใครก็ตามที่อยากจะมาเที่ยวพื้นที่ต่างๆ รอบภูเขาไฟฟูจิ สามารถเช็คข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่น่าตื่นตา พร้อมแนะนำแพลนเที่ยวที่คุณไปเที่ยวตามได้ที่เว็บไซต์ Fujiyoshida Tourism Association)
JR TOKYO Wide Pass
ทริปไปเช้าเย็นกลับครั้งต่อไปจากโตเกียว อยากไปที่ Arakurayama Sengen Park ทะเลสาบคาวากุจิโกะ และพื้นที่อื่นรอบๆ ภูเขาไฟฟูจิใช่ไหม? งั้นคุณอาจจะอยากมี JR TOKYO Wide Pass ตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว (รวมถึงรถไฟชินกันเซ็น รถไฟ Joyful Train บางขบวน และรถไฟ Fuji Excursion) ในพื้นที่ที่ครอบคลุมได้ตลอดระยะเวลา 3 วันติดต่อกัน
ด้วยราคา 15,000 เยน ตั๋ว Pass นี้ให้คุณเดินทางด้วยรถไฟจากสถานี Shinjuku ไปยังสถานี Kawaguchiko ได้โดยตรง และไปยังจุดท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวเช่นคารุอิซาว่า นิกโก แหลมอิสุ และอีกมากมายได้ด้วย ตั๋ว Pass สามารถใช้กับประตูตรวจตั๋วอัตโนมัติได้ และคุณยังสำรองที่นั่งบนรถไฟชินกันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษบางขบวน และรถไฟ Joyful Train ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าถึง 1 เดือนได้ฟรีJR-EAST Train Reservation
เครดิตภาพ: JR East / Nazrul Buang, illustAC
Translated by ANNGLE