ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย เชิญพบกับ Hinabi (ひなび [陽旅]) หนึ่งในรถไฟใหม่ล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาในไลน์อัพรถไฟ Joyful Train ของ JR East ซึ่งรถไฟขบวนนี้เปิดตัวเมื่อเดือนธันวาคม 2023 และเดินรถไปรอบจังหวัดอิวาเตะ (岩手県) และจังหวัดอาโอโมริ (青森県) สองจังหวัดซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ (東北地方)

ชื่อ “Hinabi” นั้นมาจากคันจิที่อ่านได้ว่า “hi” (陽) ซึ่งหมายถึง “พระอาทิตย์” และ “tabi” (旅) ซึ่งหมายถึง “การเดินทาง” ผู้โดยสารที่ขึ้นรถไฟขบวนนี้จะสัมผัสได้ถึงความสนุกของการเดินทางด้วยรถไฟในยามท้องฟ้าแดดจ้าสดใส พร้อมเพลินตากับพื้นที่ที่งดงามราวภาพวาดมากมายระหว่างที่รถไฟค่อยๆ วิ่งผ่านพื้นที่ชนบท

อยากรู้จักรถไฟขบวนนี้มากขึ้นแล้วหรือยัง? งั้นไปอ่านกันเลย!

 

ขึ้นรถไฟสำรวจความงามของจังหวัดอิวาเตะ

รถไฟ Hinabi ในช่วงฤดูร้อน | ©JR East

ไฮไลต์หลักของรถไฟ Hinabi ก็คือ ความสนุกในการชมทิวทัศน์งดงามด้านนอกที่เปลี่ยนไปตลอดปี โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ รถไฟจะเคลื่อนผ่านแนวต้นซากุระที่ผลิดอกบานสะพรั่งกับทุ่งนาที่เปล่งประกายเรืองรองอยู่ลิบสายตา ต่อมาในฤดูร้อน ผู้โดยสารจะได้ชมทุ่งนาสีเขียวขจีตัดกับท้องฟ้าสีครามเข้ม

และเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ทิวทัศน์โดยรอบก็จะถูกย้อมไปด้วยเฉดสีแดงและเหลืองอบอุ่น อีกทั้งทุ่งนาที่กลายเป็นสีทองอร่ามก็ยังเป็นสัญญาณว่าฤดูเก็บเกี่ยวได้มาเยือนแล้ว สุดท้าย เมื่อหิมะโปรยลงมาในตอนที่ฤดูหนาวมาถึง ภูมิทัศน์โดยรอบก็จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนและกลายเป็นดินแดนหิมะมหัศจรรย์อันเงียบสงบแทน

ทุกฤดูกาลล้วนมีอะไรพิเศษให้ผู้โดยสารรถไฟ Hinabi ได้ชมและสนุกอยู่เสมอ ทำให้การโดยสารรถไฟขบวนนี้เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง

 

เส้นทางรถไฟ

เส้นทาง Kamaishi และเส้นทาง Miyako ของรถไฟ Hinabi | ©Google Maps

รถไฟ Hinabi มีสองเส้นทางหลัก ได้แก่เส้นทาง Hinabi Kamaishi และ Hinabi Miyako ทั้งสองเส้นทางมีต้นทางอยู่ที่เดียวกันคือสถานี Morioka (盛岡駅) โดยเส้นทางแรกเที่ยวขาออกจะเดินทางบนทางรถไฟสายหลัก Tohoku (東北本線 Tohoku Main Line) ไปยังสถานี Hanamaki (花巻駅) ก่อนจะต่อไปยังสถานี Kamaishi (釜石駅) บนทางรถไฟสาย Kamaishi (釜石線) สำหรับคนที่รักการเดินทางด้วยรถไฟนั้นอาจรู้สึกคุ้นเคยกับเส้นทางในช่วงระหว่าง Hanamaki และ Kamaishi อยู่แล้ว เพราะมันเป็นเส้นทางเดียวกันกับของรถไฟ SL Ginga ที่เพิ่งยุติการให้บริการไปเมื่อตอนช่วงใบไม้ผลิที่ผ่านมา (ปี 2023)

สำหรับเส้นทางที่สองนั้น รถไฟเที่ยวขาออกจะเริ่มวิ่งจากสถานี Morioka และวิ่งไปตามเส้นทางรถไฟสาย Yamada (山田線) ไปยังสถานี Miyako (宮古駅)

เส้นทาง Hinabi Shimokita | ©Google Maps

รถไฟ Hinabi ยังมีเส้นทางที่ 3 ที่ให้ผู้โดยสารเดินทางสำรวจคาบสมุทรชิโมคิตะ (下北半島 Shimokita-hantō) ซึ่งอยู่สุดทางตอนเหนือของจังหวัดอาโอโมริอีกด้วย เที่ยวขาออกของเส้นทางนี้จะเริ่มที่สถานี Hachinohe (八戸駅 Hachinohe-eki) และวิ่งไปตามทางรถไฟสาย Aoimori Railway (青い森鉄道線 Aoimori Tetsudō-sen) และทางรถไฟสาย Ōminato (大湊線 Ōminato-sen) ไปยังสถานี Ōminato (大湊駅 Ōminato-eki)

 

ดีไซน์รถไฟ

ดีไซน์ตกแต่งภายนอกของรถไฟ Hinabi | ©JR East

รถไฟ Hinabi มีการตกแต่งภายนอกที่สะดุดตาด้วยโทนสีแดงและขาว และมีภาพปมเชือกญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกกันว่า “Ume-musubi” (梅結び ปมดอกบ๊วย) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับดอกบ๊วยญี่ปุ่นประดับเอาไว้เด่นชัดด้านหน้ารถไฟ แล้วคุณรู้หรือไม่? ดอกบ๊วยถือเป็นสิ่งมงคลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและการมีสุขภาพที่ดี อีกทั้งมักนิยมใช้ผูกประดับห่อของขวัญแต่งงานและซองของขวัญด้วย!

ตัวขบวนรถไฟยังประดับไปด้วยดอกบ๊วยและเส้นสีแดงคาดพื้นหลังสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์สื่อถึง “สายสัมพันธ์ระหว่างผืนแผ่นดินกับผู้คนท้องถิ่น” ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีภาพของภูเขา คลื่นทะเล แม่น้ำ และกลีบซากุระที่สื่อถึงธรรมชาติอันงดงามของโทโฮคุตอนเหนือด้วย

ถ้าคุณมีโอกาสได้ขึ้นรถไฟขบวนนี้ อยากลืมไปชมการตกแต่งภายนอกของรถไฟล่ะ!

 

ส่องดูด้านในขบวนรถไฟ

Box Seat แบบ 4 ที่นั่งภายในตู้ที่ 1 | ©JR East

รถไฟ Hinabi ประกอบไปด้วย 2 ตู้รถไฟ โดยตู้รถคันที่ 1 จะเป็นตู้ Green Car ตู้นี้มีจุดเด่นคือที่นั่ง Box Seat แบบ 4 ที่นั่งและ 2 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะกับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ  นอกจากนี้ ที่นั่งยังมีหน้าต่างบานใหญ่ให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์สุดวิเศษนอกหน้าต่างได้ ทั้งนี้ โปรดทราบว่าแม้จะใช้ตั๋ว JR EAST PASS แต่ผู้โดยสารก็ยังต้องจ่ายค่าส่วนต่าง Green Car เพิ่มเพื่อจองที่นั่งในตู้นี้ด้วย

ตู้ชมวิวหลังห้องคนขับรถไฟ | ©JR East

นอกจากนี้ ผู้โดยสารของตู้รถนี้สามารถเข้าไปที่ตู้ชมวิว (Observation Deck) ที่อยู่ด้านหลังห้องคนขับรถไฟ และเพลิดเพลินไปกับวิวรถไฟที่วิ่งไปตามรางได้ด้วยตาตัวเอง!

ที่นั่งติดหน้าต่างสำหรับผู้โดยสารเดี่ยวในตู้รถคันที่ 1 | ©JR East

อยากเดินทางคนเดียวหรืออยากนั่งรถไฟ Hinabi แบบมีพื้นที่ส่วนตัว? ถ้าอย่างงั้น ไม่ต้องกังวลไป เพราะตู้โดยสารคันที่ 1 นั้นมีที่นั่งเดี่ยวติดหน้าต่างจำนวน 3 ที่นั่ง สำหรับผู้โดยสารที่อยากได้ที่นั่งส่วนตัวเป็นพิเศษ ด้วยความที่ที่นั่งหันหน้าเข้าหน้าต่าง มันจึงช่วยให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้โดยสารที่ต้องการเน้นเพลิดเพลินไปกับวิวนอกหน้าต่าง

ที่นั่งแบบปรับเอนได้ในตู้ที่ 2 | ©JR East

สำหรับตู้ที่ 2 นั้นประกอบไปด้วยที่นั่งซึ่งจัดวางแบบ 2+2 ทั่วไป หรือเรียกอีกแบบว่าตู้รถไฟธรรมดา (Ordinary Car) ที่นั่งของตู้นี้เป็นแบบปรับเอนพนักได้และยังมีหน้าต่างบานใหญ่ที่ให้ผู้โดยสารสามารถนั่งได้อย่างสะดวกสบาย ที่แถมพิเศษคือ ทุกที่นั่งยังมีพื้นที่วางเท้าที่กว้างเหลือเฟือ แถมยังมีจุดชมวิวท้ายตู้รถให้ผู้โดยสารได้ไปชมวิวทิวทัศน์ขณะรถไฟกำลังแล่นไปบนราง

 

อร่อยไปกับข้าวปั้นสูตรพิเศษบนรถไฟ Hinabi

ข้าวปั้นสูตรพิเศษของร้าน Tō no Musubiya | ©JR East

แน่นอนว่าทริปบนรถไฟ Joyful Train คงจะไม่สมบูรณ์หากขาดการอร่อยกับอาหารไป! ผู้โดยสารที่ขึ้นรถไฟ Hinabi สามารถอร่อยไปกับข้าวปั้นสูตรพิเศษเฉพาะของเมือง Tōno เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องนิทานพื้นบ้าน

Tō no Musubiya (とおの結屋) คือ ร้านที่เชี่ยวชาญเรื่องการทำข้าวปั้นโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ผู้โดยสารรถไฟ Hinabi สามารถสั่งจองเซ็ตสุดพิเศษที่ประกอบไปด้วยข้าวปั้นทำจากของดอง moromi (もろみ)  2 ลูก พร้อมสลัดและเครื่องดื่มได้ล่วงหน้า โดยเซ็ตนี้มีจำหน่ายเฉพาะบน “Uketorippu” (うけとりっぷ) เว็บไซต์จองที่เข้าได้ผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น และสั่งจองได้ล่วงหน้า 5 วันก่อนวันขึ้นรถไฟ

โปรดทราบว่าเซ็ตอาหารนี้จะไม่มีจำหน่ายบนรถไฟ ส่วนผู้โดยสารที่สั่งจองล่วงหน้าไว้แล้วสามารถไปรับอาหารได้ที่สถานี Tōno (遠野駅 Tōno-eki)

 

ภาพระบายสีลิมิเต็ดของรถไฟ Hinabi!

ภาพระบายสีลิมิเต็ดของรถไฟ Hinabi | ©JR East

คุณเป็นคนรักสมุดระบายสีหรือไม่?  ถ้าใช่ล่ะก็ อีกเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่คุณจะได้เจอก็คือ ภาพระบายสีของรถไฟ Hinabi ที่ให้คุณสนุกกับการระบายสีได้! ภาพนี้มีอยู่บนเว็บไซต์ทางการ และคุณสามารถดาวน์โหลดเอาไประบายสีตามใจได้ฟรี!

 

การเดินทาง

รถไฟ Hinabi ที่เคลื่อนตัวผ่านชนบท | ©JR East

รถไฟ Hinabi มักวิ่งให้บริการตามทั้ง 3 เส้นทางในช่วงสุดสัปดาห์และในวันธรรมดาบางวันที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยรถไฟจะวิ่ง 1 รอบต่อวันไปตามเส้นทาง Kamaishi เส้นทาง Miyako และเส้นทาง Shimokita คุณสามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดตารางเดินรถและปฏิทินวันให้บริการได้ที่เว็บไซต์ทางการ  โดยรถไฟนี้มีที่นั่งแบบสำรองล่วงหน้า (Reserved Seat) เท่านั้น ดังนั้นคุณต้องจองที่นั่งก่อนขึ้นรถไฟเสมอ

จากโตเกียว คุณสามารถขึ้น Tōhoku Shinkansen (東北新幹線) จากสถานี Tōkyō เพื่อไปยังสถานี Shin-Hanamaki (新花巻駅) หรือสถานี Morioka ได้ โดยรถไฟ Hinabi จะแวะจอดที่ทั้งสองสถานีดังกล่าว ดังนั้นคุณสามารถต่อรถไฟที่สถานีใดสถานีหนึ่งได้เลย! อย่าลืมว่าการเดินทางจาก Tokyo ถึง Shin-Hanamaki และ Morioka นั้นจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และ 2 ชั่วโมง 15 นาทีตามลำดับ (เดินทางด้วย Hayabusa super express)

สำหรับการไปขึ้นรถไฟบนเส้นทาง Shimokita คุณสามารถขึ้น Tōhoku Shinkansen (東北新幹線) จากสถานี Tōkyō เพื่อไปยังสถานี Hachinohe โดยเส้นทางนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง (เดินทางด้วย Hayabusa super express)

 

JR EAST PASS (Tohoku area)

JR EAST PASS (Tohoku area) และพื้นที่ที่ใช้ได้ | ©JR East

หากคุณกำลังคิดอยากนั่งรถไฟ Hinabi หรือเดินทางสำรวจท้องที่อื่นๆ ในภูมิภาคโทโฮคุ ขอแนะนำ JR EAST PASS (Tohoku area) ตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East (รวมถึงชินคันเซ็นและรถไฟ Joyful Train) ได้แบบไม่จำกัดเที่ยว ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยราคาเพียง 30,000 เยน ตั๋วนี้จึงถูกกว่าตั๋วเดินทางไป-กลับระหว่าง Tokyo และ Morioka (ราคามากกว่า 30,000 เยน)

ด้วย JR EAST PASS (Tohoku area) นี้ คุณสามารถสำรองที่นั่งบนรถไฟชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษบางขบวน และรถไฟ Joyful Train ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าได้ฟรีถึง 1 เดือนผ่าน JR-EAST Train Reservation อีกทั้งตั๋ว Pass นี้ยังสามารถใช้ผ่านประตูตรวจตั๋วอัตโนมัติ และผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติซึ่งอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็มีสิทธิ์ใช้ตั๋ว Pass นี้ได้เช่นกัน

JR-EAST Train Reservation | ©JR East

เครดิตภาพปก: JR East