ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่น คุณอาจจะนึกถึงดอกซากุระ (桜) ดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่นที่บานในฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างแรก แต่นอกจากดอกซากุระสีชมพูระเรื่อแล้ว ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นยังมีดอกไม้อีกมากมายที่เป็นสัญญาณบอกถึงการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ หลังจากผ่านฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวเหน็บมา ภาพของดอกไม้ที่ผลิบานเป็นสัญญาณของฤดูใบไม้ผลิที่กำลังมาถึง พร้อมกับอากาศที่อบอุ่นขึ้นและสีสันพรรณไม้กลับมายังผืนดินอีกครั้ง
แม้จะไม่โดดเด่นเท่าดอกซากุระที่ใครหลายคนชื่นชอบ แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อนเป็นช่วงที่มีดอกไม้หลากสีสันอีกมากให้ชมกัน ในหนึ่งปีดอกไม้เหล่านี้จะบานเป็นเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งความไม่จีรังนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความงามของดอกไม้เหล่านี้เช่นกัน นอกจากนี้ การมีดอกไม้หลากสีสันหลายสายพันธุ์นี้ก็เป็นเหตุผลที่ฤดูใบไม้ผลิเป็นหนึ่งในฤดูที่ฉันชอบที่สุดด้วย!
คุณอาจจะนึกสงสัยว่าดอกไม้อื่นที่ว่านี้มีอะไรบ้าง หรือบางทีคุณอาจจะไม่ได้จัดทริปตรงกับช่วงซากุระบาน ไม่ว่าเหตุผลของคุณจะเป็นอะไร ข่าวดีคือที่ญี่ปุ่นยังมีดอกไม้อีกมากมายหลายชนิดให้คุณได้ชม ตั้งแต่ทุ่งดอกนาโนะฮานะ (Rapeseed) สีเหลืองสดใส ไปจนถึงดอกฮานะโมโมะ (Peach Blossom, ดอกท้อ) สีชมพูเข้ม และดอกนีโมฟีเลีย (Nemophilia) สีฟ้าอ่อน ดอกอาซาเลีย (Azalea) ที่มีสีโทนร้อนสดใส ดอกป๊อบปี้ (Poppy) สีแดงเข้ม และดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) สีฟ้าสวยสะกดตา เป็นต้น ซึ่งฉันจะพาคุณไปรู้จักดอกไม้ทั้ง 12 สายพันธุ์ในพื้นที่ตะวันออกของญี่ปุ่นที่ฉันแนะนำให้ไปชมเป็นอย่างยิ่ง (โดยเรียงตามลำดับช่วงที่บานของดอกไม้แต่ละชนิด):
1) ดอกบ๊วย (梅)
ดอกบ๊วยเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่บานเร็วที่สุด (โดยทั่วไปในภูมิภาคคันโตรอบโตเกียวนั้นมักจะบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จนถึงมีนาคม) ดอกบ๊วย (梅, Ume) เป็นดอกไม้ที่มีบทบาทในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาช้านาน โดยในประเทศญี่ปุ่น การที่ดอกบ๊วยเริ่มบานถือเป็นสัญญาณการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต่างเฝ้ารอมาตลอดฤดูหนาว
Kairakuen (偕楽園)
ช่วงชมดอกไม้: กลางเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนมีนาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
แม้ว่าดอกบ๊วยอาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับดอกซากุระ แต่ดอกบ๊วยยังเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ผู้คนทั่วทั้งญี่ปุ่นนิยมชมกัน จุดเด่นที่ทำให้ดอกบ๊วยต่างกับดอกซากุระคือดอกบ๊วยมีกลีบดอกไม้กลมมนทั้งหมด 5 กลีบและมีกลิ่นหอมหวานที่เด่นชัด ซึ่งเป็นจุดที่ฉันชอบมากเป็นการส่วนตัว
หนึ่งในสถานที่ใกล้โตเกียวที่คุณจะได้ชมดอกไม้แรกแห่งฤดูใบไม้ผลิเหล่านี้ได้คือที่สวน Kairakuen (偕楽園) ซึ่งติดอันดับ 3 สวนที่มีภูมิทัศน์สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น ทุกปีในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์-ปลายเดือนมีนาคม คุณสามารถชมต้นบ๊วยกว่า 3,000 ต้นที่รวมดอกบ๊วยกว่า 100 สายพันธุ์ได้ในเทศกาลดอกบ๊วย (梅まつり, ume matsuri) ซึ่งในช่วงนี้จะมีสถานีรถไฟชั่วคราว (JR Kairakuen Station (偕楽園駅)) ที่เปิดสำหรับเทศกาลดอกบ๊วยนี้โดยเฉพาะ!
Kairakuen (偕楽園)
ที่อยู่: 1-3-3 Tokiwacho Mito,Ibaraki 310-0033
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Kairakuen (偕楽園駅) / สถานี JR Mito (偕楽園前)
2) ดอกแอปริคอต (あんず)
ดอกไม้ชนิดต่อไปก็เป็น “ดอกไม้ผล” เช่นกัน นั่นคือดอกแอปริคอตนั่นเอง เมืองจิคุมะ (Chikuma City) ในจังหวัดนากาโนะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำจิคุมะซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น นอกจากนี้ เมืองจิคุมะยังมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตแอปริคอต (あんず, anzu) ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับดอกแอปริคอตสีชมพูสวยงามเหล่านี้ได้
Anzu no Sato (あんずの里)
ช่วงชมดอกไม้: ปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
Anzu no Sato (あんずの里) แห่งเมืองจิคุมะเป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อว่า “ทิวแถวต้นไม้แสนต้น” (一目十万本, Hitome Jūmanbon) โดยที่ Anzu no Sato นี้เต็มไปด้วยต้นแอปริคอตนับหมื่นต้นที่เรียงรายกันสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมดอกแอปริคอตที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย คุณสามารถชมวิวต้นแอปริคอตที่มีทิวเขาที่มีหิมะปกคลุมเป็นฉากหลังได้ เป็นวิวที่สวยจริงๆ เลยล่ะ!
ทั้งที่เมืองจิคุมะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ทำไมเมืองจิคุมะถึงขึ้นมาเป็นผู้ผลิตแอปริคอตรายใหญ่ได้? มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าเจ้าครองเมืองในอดีตคนหนึ่งได้หมั้นหมายกับเจ้าหญิงองค์หนึ่งแห่งภูมิภาคชิโกคุ เมื่อเจ้าหญิงย้ายเข้ามายังเมืองจิคุมะเธอได้นำเมล็ดแอปริคอตติดตัวมาด้วยเพื่อช่วยคลายความคิดถึงบ้านของเธอที่ชิโกคุ และโชคดียิ่งนักที่ภูมิอากาศและดินของนากาโนะนั้นเหมาะกับการปลูกแอปริคอตเป็นอย่างยิ่ง! ทำให้ต้นแอปริคอตเป็นที่แพร่หลายจนทุกวันนี้เราสามารถชื่นชมดอกแอปริคอตได้ทุกฤดูใบไม้ผลิ
Anzu no Sato (あんずの里)
ที่อยู่: 515-1 Yashiro, Chikuma, Nagano 387-0007
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี Yashiro (屋代駅)
3) ทิวลิป (チューリップ)
ดอกทิวลิป (チューリップ, chūrippu) เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดนีงาตะซึ่งเป็นจังหวัดแรกในญี่ปุ่นที่สามารถผลิตหัวดอกทิวลิปได้ ด้วยดินที่อุดมสมบูรณ์และภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย ทำให้นีงาตะเป็นผู้ผลิตทิวลิปอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น ในทุกฤดูใบไม้ผลิคุณสามารถสนุกไปกับเทศกาลดอกทิวลิปมากมายที่จัดขึ้นทั่วพื้นที่จังหวัด เช่นเทศกาลเหล่านี้:
Gosen City Tulip Festival (五泉市チューリップ 祭り)
ช่วงชมดอกไม้: กลาง – ปลายเดือนเมษายน (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
ถ้าเป็นเรื่องดอกทิวลิปของจังหวัดนีงาตะล่ะก็ เทศกาลที่ต้องพูดถึงก็คือ Gosen City Tulip Festival (五泉市チューリップ祭り, Gosen-shi chūrippu matsuri) หนึ่งในเทศกาลทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุด ภายในงานนี้คุณสามารถเดินเล่นให้เต็มที่ได้ท่ามกลางดอกทิวลิปหลากสีสันที่มีมากถึง 1.5 ล้านต้น โดยดอกทิวลิปเหล่านี้จะบานให้ชมตั้งแต่ช่วงกลาง – ปลายเดือนเมษายน และคุณสามารถสนุกไปกับบรรยากาศงานเทศกาลได้ ซึ่งภายในงานจะมีทั้งบูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้บริการด้วย
เกร็ดเกี่ยวกับทิวลิป: โดยทั่วไปผู้ผลิตจะไม่นิยมปลูกดอกทิวลิปในไร่เดียวกันอย่างต่อเนื่องเพราะดอกทิวลิปอาจติดเชื้อโรคที่อยู่ในดินได้ ดังนั้นสถานที่จัดเทศกาล Gosen City Tulip Festival จึงจะเปลี่ยนเวียนกันไปทุกปี โดยในรอบเวียนรอบหนึ่งจะกินเวลาทั้งหมด 5 ปี
Gosen City Tulip Festival (五泉市チューリップ 祭り)
ที่อยู่: Ipponsugi, Sumoto, Gosen-shi, Niigata 959-1601
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Gosen (五泉駅)
Echigo Hillside Park Tulip Festival (国営越後丘陵公園チューリップまつり)
ช่วงชมดอกไม้: กลาง – ปลายเดือนเมษายน (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
อีกสถานที่ชมดอกทิวลิปที่ห้ามพลาดคือที่สวน Echigo Hillside Park ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาล Echigo Hillside Park Tulip Festival (国営越後丘陵公園チューリップまつり) แม้ว่าจะเป็นงานเทศกาลเล็กๆ แต่ที่นี่เหมาะกับการพาครอบครัวที่มีน้องๆ เด็กเล็กมาเที่ยวด้วยกัน โดยในพื้นที่สวนมีทั้งกิจกรรมและสนามเด็กเล่นให้เด็กๆ ได้สนุกกัน นอกจากนี้ สวนแห่งนี้ยังตั้งอยู่บนเนินเขา ดังนั้นนอกจากวิวทุ่งดอกทิวลิปแนวราบแล้วคุณยังสามารถชมดอกทิวลิปที่ไล่ระดับไปตามเนินเขาได้อีกด้วย
Echigo Hillside Park (国営越後丘陵公園)
ที่อยู่: 1905-1 Miyamotohigashikata-machi, Nagaoka-shi, Niigata 940-2082
การเดินทาง: นั่งรถบัส 35 นาทีจากสถานี JR Nagaoka (長岡駅)
4) ดอกท้อฮานะโมโมะ (花桃)
ขณะที่ “ดอกไม้ผล” อย่างดอกบ๊วยและดอกแอปริคอตเป็นดอกไม้ที่จะโตไปเป็นผลไม้ที่กินได้ต่อไป ต้นไม้ที่ออกลูกท้อ (桃, momo) ที่เรากินกันกับต้นไม้ที่ออกดอกท้อฮานะโมโมะ (花桃, hanamomo) นั้นเป็นต้นไม้คนละสายพันธุ์กัน โดยต้นดอกท้อที่เราสามารถชมดอกท้อฮานะโมโมะได้นั้นเป็นไม้ประดับที่ไม่ออกผล
Hanamomo no Sato (花桃の里)
ช่วงชมดอกไม้: ปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
ฮิรุกามิออนเซ็น (昼神温泉, Hirugami Onsen) ตั้งอยู่ในหุบเขาคิโสะและเป็นสถานที่ที่หลายคนยกให้เป็นแหล่งชมดอกท้อที่ดีที่สุด หมู่บ้านออนเซ็นที่เงียบสงบแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำที่มีความเป็นด่างซึ่งช่วยบำรุงสุขภาพผิวและคลายความเหนื่อยล้า และในช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ต้นดอกท้อสีสันสดใสกว่า 5,000 ต้นจะแปลงโฉมที่แห่งนี้ให้สวยงามราวสวรรค์บนดิน
Hanamomo no Sato (花桃の里) เป็นถนนที่ยาว 4 กม. ซึ่งมีต้นดอกท้อเรียงรายตลอดสองข้างทาง โดยดอกท้อมีหลากเฉดสีให้ชมตั้งแต่สีขาวอมชมพูไปจนถึงสีชมพูเข้มออกสีแดง และต้นไม้บางต้นอาจจะออกดอกท้อทั้งสามเฉดสีในต้นเดียวให้ชมด้วยซึ่งเป็นภาพที่สวยสะกดตาเลยทีเดียว นอกจากนี้ ที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่จัดเทศกาล Hanamomo Festival (花桃まつり Hanamomo Matsuri) ในช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมอีกด้วย
เพื่อให้สามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกท้อได้อย่างเต็มที่ ฉันขอแนะนำให้คุณค้างคืนที่ฮิรุกามิออนเซ็นสักคืน เพราะนอกจากดอกท้อสวยงามให้ชมและออนเซ็นชวนผ่อนคลายแล้ว ฮิรุกามิออนเซ็นยังอยู่ใกล้จุดชมดาวอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น (จากข้อมูลของกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น) นั่นคือ Star Village Achi (スタービレッジ阿智, หมู่บ้านชมดาวอาจิ) โดยหลายที่พักในบริเวณฮิรุกามิออนเซ็นนั้นมีบริการทัวร์ชมดาวยามค่ำคืนที่ Star Village Achi ด้วย เท่ากับว่ามาที่ฮิรุกามิออนเซ็นที่เดียวคุณก็สามารถสนุกได้กับทั้ง 3 กิจกรรม นั่นคือการแช่ออนเซ็น ชมดอกท้อ และชมดาว (ถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวย)
Hanamomo no Sato (花桃の里)
อยู่: Chisato, Achi, Shimoina District, Nagano 395-0304
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี Kami-Suwa (上諏訪駅)
5) ดอกนีโมฟีลา (ネモフィラ, Nemophila)
ถ้าคุณเป็นคนที่คุ้นเคยกับดอกไม้ดี คุณคงรู้ว่าดอกไม้สีฟ้านับเป็นดอกไม้ที่หายากเมื่อเทียบกับดอกไม้ที่มีโทนสีอุ่นเช่นชมพู แดง ส้ม และเหลือง อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือคุณสามารถชมดอกไม้สีฟ้า Baby Blue ชื่อนีโมฟีลา (ネモフィラ, Nemophila) ได้ที่ญี่ปุ่น! เจ้าดอกนีโมฟีลานี้มีกลีบดอกไม้เล็กๆ สีฟ้าโปร่งและเป็นที่รู้จักในนามดอก “Baby Blue Eyes”
Hitachi Seaside Park (ひたち海浜公園)
ช่วงชมดอกไม้: ปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นพฤษภาคม ทั่วทั้งเนินเขา Miharashi-no-oka (みはらしの丘) ในพื้นที่สวน Hitachi Seaside Park (ひたち海浜公園, Hitachi Kaihin Kо̄en) ในจังหวัดอิบารากิจะเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่สวยราวกับหลุดมาจากโลกแฟนตาซีด้วยดอกไม้สีฟ้ากว่า 4.5 ล้านดอกที่บานปกคลุมทั่วไปหมด
ด้วยเฉดสีที่คล้ายท้องฟ้า ทำให้วิวทุ่งดอกนีโมฟีลาที่มีท้องฟ้าครามเป็นฉากหลังนับเป็นวิวที่สวยราวกับโลกในจินตนาการและชวนให้รู้สึกสงบใจมากทีเดียว จึงไม่แปลกที่ดอกนีโมฟีลาเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันมาเที่ยวที่นี่ครั้งแรกในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมปี 2016 ซึ่งนับว่าฉันมาช้าไปและดอกไม้ร่วงหมดแล้ว ฉันมาที่นี่อีกครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนปี 2019 และฉันโชคดีมากที่มาทันช่วงดอกไม้บานเต็มที่พอดี!
แถมเกร็ดเที่ยวอีกนิด: คุณสามารถชมทั้งดอกนาโนะฮานะ (菜の花, nanohana) สีเหลืองสดและดอกนีโมฟีเลียสีฟ้าละมุนพร้อมกันได้ในที่เดียวด้วยนะ เข้าไปอ่านบทความบันทึกการเที่ยวชม Hitachi Seaside Park ของฉันได้ที่นี่
Hitachi Seaside Park (ひたち海浜公園)
ที่อยู่: 605-4 Onuma-aza, Mawatari, Hitachinaka, Ibaraki 312-0012
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Katsuta (勝田駅)
6) ชิบาซากุระ (芝桜)
ถึงจะชื่อว่าชิบาซากุระ (芝桜, shibazakura) แต่เจ้าดอกไม้นี้ไม่ใช่ซากุระชนิดหนึ่งแต่อย่างใด ชื่อชิบาซากุระมีที่มาจากหน้าตาของดอกไม้ที่ดูเหมือนซากุระและธรรมชาติของมันที่งอกจากพื้นดิน (ชิบะหมายถึงพื้นสนาม) นอกจากนี้ชิบาซากุระยังมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า ”Pink Moss Phlox” โดยชิบาซากุระเป็นพืชคลุมดินชนิดหนึ่งที่มีดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่บานปกคลุมพื้นดินเมื่อถึงฤดู สำหรับสถานที่ในญี่ปุ่นตะวันออกที่คุณสามารถชมชิบาซากุระได้นั้นมีสองที่ และทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่ใกล้โตเกียว
Fuji Shibazakura Festival (富士芝桜まつり)
ช่วงชมดอกไม้: ปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
ต้องยอมรับว่าด้วยความที่ภูเขาไฟฟูจิถือเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นและมียอดเขาที่แทบจะเป็นรูปทรงสมมาตรนี้ ทำให้แค่มีภูเขาไฟฟูจิอยู่ในฉากหลังก็ทำให้ภาพถ่ายสวยขึ้นเป็นกองได้แล้ว และในงานเทศกาล Fuji Shibazakura Festival (富士芝桜まつり, Fuji Shibazakura Matsuri) นี้ ดอกชิบาซากุระกว่า 500,000 ดอกจะบานปกคลุมทั่วไปหมดและมีเฉดสีมากมายให้ชมทั้งสีชมพู ขาว และม่วง จนทำให้ภาพวิวของที่นี่สวยงามเทียบเคียงกับวิวดอกซากุระของจริงได้เลยทีเดียว แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ การได้เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิด้วยนั้นถือเป็นโชคดีอย่างยิ่ง เสียดายที่ฉันมาที่นี่ถึงสองครั้งแต่ก็ไม่ได้เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิชัดๆ เลย ไม่แน่ว่าถ้าคุณมาเที่ยวคุณอาจจะโชคดีได้เห็นทั้งวิวภูเขาและดอกไม้ก็เป็นได้ ส่วนตัวฉันนั้นจะมาเที่ยวที่นี่เรื่อยๆ จนกว่าจะได้เห็นวิวนั้นสักครั้ง!
Fuji Shibazakura Festival (富士芝桜まつり)
ที่อยู่: 212 Motosu, Fujikawaguchiko-machi, Minamitsuru-gun, Yamanashi 401-0337
การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Fujikyuko Kawaguchiko (河口湖駅) ให้ต่อรถบัส 40 นาทีเพื่อไปยังสถานที่จัดงาน Fuji Shibazakura Festival
Hitsujiyama Park Shibazakura Hill (羊山公園芝桜の丘)
ช่วงชมดอกไม้: ปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
จังหวัดไซตามะเป็นจังหวัดข้างเคียงโตเกียว ซึ่งหลายคนที่ทำงานในโตเกียวมักจะอาศัยอยู่ในไซตามะ และนับเป็นโชคดีของคนในไซตามะที่พวกเขาไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อชมสีสันแห่งดอกชิบาซากุระ และคุณเองที่มาเที่ยวพักแรมในโตเกียวก็ไม่ต้องเดินทางไกลเช่นกัน เพราะที่เนินเขา Shibazakura Hill (芝桜の丘, Shibazakura-no-oka) ในสวน Hitsujiyama Park (羊山公園, Hitsujiyama Kōen) แห่งนี้ คุณสามารถชมวิวดอกชิบาซากุระกว่า 400,000 ดอกได้ โดยแปลงดอกไม้ที่นี่มีการปลูกให้มีลวดลายสวยงามน่าชมด้วย
Hitsujiyama Park (羊山公園)
ที่อยู่: 6360 Omiya, Chichibu, Saitama 368-0023
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี Seibu Railway Seibu-Chichibu (西武秩父駅) / สถานี Chichibu Railway Ohanabatake (御花畑駅)
7) นาโนะฮานะ (菜の花)
สีเหลืองเป็นสีที่มักถูกเชื่อมโยงกับความสุข เพราะฉะนั้น มาเดินเล่นท่ามกลางสีเหลืองชวนสุขใจของดอกนาโนะฮานะ (菜の花, rapeseed blossoms) กันไหม? ถ้าคุณสนใจ ฉันมีสองสถานที่น่าเที่ยวมาแนะนำ
Nanohana Festival in Yokohama (菜の花フェスティバルinよこはま)
ช่วงชมดอกไม้: กลาง – ปลายเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
ณ จังหวัดอาโอโมริ จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของเกาะหลักญี่ปุ่นนั้นมีเมืองที่เงียบสงบแห่งหนึ่งชื่อเมืองโยโกฮามะ (横浜町, Yokohama-machi) อยู่ และเมืองนี้คือเมืองที่มีทุ่งดอกนาโนะฮานะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งกว้างมากถึง 1.5 ตารางกิโลเมตร ถือว่ากว้างเป็น 30 เท่าของ Tokyo Dome ทีเดียว!
ด้วยความที่ดอกนาโนะฮานะมีลำต้นสูง ทำให้ในช่วงกิจกรรมที่นี่จะมีกิจกรรมยอดฮิตคือการเดินเขาวงกตดอกนาโนะฮานะ อย่าเผลอเดินหลงทางระหว่างหาทางออกเชียวล่ะ! แม้ว่าเทศกาล Nanohana Festival in Yokohama (菜の花フェスティバルinよこはま) จะจัดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กลางเดือนพฤษภาคม แต่คุณก็ยังสามารถมาชมดอกไม้ในช่วงเวลาก่อนหรือหลังวันเทศกาลได้เช่นกัน
Nanohana Festival in Yokohama (菜の花フェスティバルinよこはま)
ที่อยู่: Mameda, Yokohama-machi, Kamikita-gun, Aomori 039-4114
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Mutsu-Yokohama (陸奥横浜駅)
Iiyama Nanohana Festival (いいやま菜の花まつり)
ช่วงชมดอกไม้: ปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
อีกสถานที่ยอดนิยมสำหรับการชมดอกนาโนะฮานะคือที่สวน Nanohana Park ในเมืองอียามะ สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ข้างแม่น้ำจิคุมะทำให้ที่นี่มีวิวบรรยากาศชนบทที่สวยสุดๆ และด้วยความที่เมืองนี้อยู่ทางใต้กว่าเมืองโยโกฮามะจึงทำให้ดอกไม้ที่นี่บานให้ชมเร็วกว่า ถ้าคุณโชคดี คุณอาจจะมาทันชมดอกซากุระสีชมพูชุดสุดท้ายของปีที่บานคู่กับดอกนาโนะฮานะสีเหลืองก็เป็นได้ โดยมีภูเขาที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะเป็นฉากหลัง
เทศกาล Iiyama Nanohana Festival (いいやま菜の花まつ, Iiyama Nanohana Matsuri) จะถูกจัดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ต้นเดือนพฤษภาคม แต่คุณสามารถเข้ามาชมดอกไม้ทั้งก่อนและหลังวันจัดงานเทศกาลได้เช่นกัน ในช่วงฤดูดอกนาโนะฮานะนี้ ทั่วทั้งเมืองอียามะจะมีกิจกรรม “Happy Yellow” จัดขึ้นมากมาย เช่นในกิจกรรมปีก่อนๆ ก็มีภาพวาดจิตรกรรมปีกนางฟ้าที่สถานี JR Iiyama ให้คุณไปโพสท่าถ่ายรูปได้ และยังมีตู้ไปรษณีย์สีเหลืองสดใสตั้งอยู่ในเมืองอีกด้วย (ผิดกับตู้ไปรษณีย์ทั่วไปในญี่ปุ่นที่มักเป็นสีแดง)
Iiyama Nanohana Festival (いいやま菜の花まつり)
ที่อยู่: 495-2 Mizuho, Iiyama-shi, Nagano 389-2322
การเดินทาง: จากสถานี JR Iiyama (飯山駅) ต่อรถบัส 25 นาทีมาลงที่ป้าย Yu-no-irisо̄ Iriguchi (湯の入荘入口) (ทั้งนี้รถบัสจะให้บริการเฉพาะช่วงดอกไม้บานเท่านั้น)
เวลาเปิดทำการ: 09:00–16:30 (ปี 2023)
ค่าเข้า: ฟรี
8) ดอกวิสเทอเรีย (藤)
ที่ผ่านมาเราได้ดูดอกไม้ที่บานบนต้นไม้และดอกไม้ที่บานบนดินกันมาเยอะแล้ว ครั้งนี้เราจะมาดูดอกไม้ที่โตบนเถาวัลย์กันบ้าง นั่นคือดอกวิสเทอเรีย (藤, fuji) โดยดอกวิสเทอเรียมีลำต้นเป็นเถาวัลย์ ซึ่งต้นวิสเทอเรียที่มีอายุมากนั้นจะต้องมีอุปกรณ์ค้ำยันไว้ให้เถาวัลย์ยังสามารถห้อยลงมาได้ จนเป็นม่านดอกวิสเทอเรียสวยงาม
Ashikaga Flower Park (あしかがフラワーパーク)
ช่วงชมดอกไม้:
- ดอกวิสเทอเรียสีม่วงอ่อน: กลาง – ปลายเดือนเมษายน (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
- ดอกวิสเทอเรียสีม่วงเข้ม: ปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
- ดอกวิสเทอเรียสีขาว: ต้น – กลางเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
- ดอกวิสเทอเรียสีเหลือง: กลาง – ปลายเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
ถ้าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการชมดอกวิสเทอเรียในพื้นที่ตะวันออกของญี่ปุ่น ก็ต้องยกให้ Ashikaga Flower Park (あしかがフラワーパーク, Ashikaga Furawā Pāku) อย่างไม่ต้องสงสัย โดยที่สวนแห่งนี้มีดาวเด่นคือต้นวิสเทอเรียเก่าแก่ขนาดใหญ่ให้ชมกัน ซึ่งคาดว่าต้นวิสเทอเรียนี้มีอายุประมาณ 150 ปีและปัจจุบันก็เป็นความภาคภูมิใจของสวนในฐานะ “ต้นวิสเทอเรียใหญ่ที่สวยงามที่สุดในโลก” เมื่อถึงเวลาบานต้นวิสเทอเรียนี้จะมีดอกไม้สีม่วงปรกลงมาอย่างสวยงามอลังการ
แม้ว่าทุกคนจะพากันมาชื่นชมดอกวิสเทอเรียสีม่วงเข้ม แต่นอกจากนี้ก็ยังมีดอกวิสเทอเรียสีม่วงอ่อน สีขาว และสีเหลืองที่ผลัดกันบานในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นคุณจึงสามารถชมดอกวิสเทอเรียได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม
อ่านบทความเล่าประสบการณ์เยือนสวน Ashikaga Flower Park ก่อนหน้านี้ของฉันได้ที่นี่
Ashikaga Flower Park (あしかがフラワーパーク)
ที่อยู่: 607 Hasama-cho, Ashikaga-shi, Tochigi 329-4216
การเดินทาง: ลงรถไฟที่สถานี JR Ashikaga Flower Park (あしかがフラワーパーク駅) แล้วเดินข้ามถนนมา
9) ดอกแอปเปิ้ล (りんご)
“ดอกไม้ผล” ชนิดสุดท้ายในลิสต์ของเราคือดอกแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ฉันชอบที่สุด และฉันประทับใจมากเมื่อได้มาลองชิมแอปเปิ้ลหลากหลายสายพันธุ์ในจังหวัดอาโอโมริ แต่นอกจากการเก็บแอปเปิ้ลแล้ว รู้หรือไม่ว่าในช่วงต้นจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมเราสามารถชมดอกแอปเปิ้ลสีขาวเล็กๆ สวยงามได้ด้วย? ถ้าคุณอยากชมดอกแอปเปิ้ล ไปที่อาโอโมริและนากาโนะสองแหล่งผลิตแอปเปิ้ลระดับท็อปของญี่ปุ่นกันเลย
Hirosaki Apple Park (弘前りんご公園)
ช่วงชมดอกไม้: ต้น – กลางเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
จังหวัดอาโอโมริเป็นผู้ผลิตแอปเปิ้ลอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น โดยเมืองฮิโรซากิที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเป็นเมืองที่ผลิตแอปเปิ้ลมากที่สุด สวน Hirosaki Apple Park (弘前りんご公園, Hirosaki ringo kōen) เป็นสวนที่มีต้นแอปเปิ้ลมากถึง 2,300 ต้น และในฤดูใบไม้ผลิคุณสามารถชมต้นแอปเปิ้ลที่กำลังผลิดอกบานสะพรั่งได้โดยมีเขาอิวากิที่ยังมีหิมะปกคลุมอยู่เป็นฉากหลังสุดอลังการ
เทศกาล Apple Blossom Festival (りんご花まつり, ringo hana matsuri) ที่กินเวลานานหนึ่งสัปดาห์เป็นเทศกาลที่จัดในช่วงดอกไม้บานทุกต้นเดือนพฤษภาคม ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถชมการแสดงต่างๆ อร่อยกับซุ้มขายอาหาร และกิจรรมสนุกๆ เช่นการเดินเขาวงกต การเข้าเวิร์คช้อปงานไม้ต้นแอปเปิ้ล พิธีชงชา และอีกมากมาย
Hirosaki Apple Park (弘前りんご公園)
ที่อยู่: 125 Terasawa, Shimizutomita, Hirosaki-shi, Aomori 036-8262
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR Hirosaki (弘前駅)
Nagano Apple Line (長野アップルライン)
ช่วงชมดอกไม้: ปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
จังหวัดนากาโนะเป็นจังหวัดที่ผลิตแอปเปิ้ลมากเป็นอันดับสองรองจากจังหวัดอาโอโมริ โทโยโนะ (豊野, Toyono) เป็นพื้นที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงเรื่องสวนต้นแอปเปิ้ล โดยบนทางหลวงสาย 18 นั้นมีช่วงถนนช่วงหนึ่งที่เรียกว่า Nagano Apple Line (長野アップルライン, Nagano Appuru Rain) ซึ่งมีความยาว 7 กิโลเมตร ในช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม คุณจะได้ชมดอกไม้บานบนบรรดาต้นแอปเปิ้ล และในช่วงเดือนกันยายนจนถึงเดือนพฤศจิกายนต้นไม้ที่นี่ก็จะออกผล
Nagano Apple Line (長野アップルライン)
ที่อยู่: ตามถนนสาย Route 18, Toyono-machi, Nagano-shi, Nagano
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี Toyono Station (豊野駅) ของทางรถไฟ Shinano Railway
10) ดอกอาซาเลีย (つつじ)
คุณกำลังมองหาดอกไม้สีสดใสอยู่ใช่ไหม? มาชมดอกอาซาเลีย (つつじ, tsutsuji) ดอกไม้พุ่มที่มีดอกไม้สีสดใสที่ผู้คนชื่นชอบกัน
Tsurumine Park (鶴峯公園)
ช่วงชมดอกไม้: ต้น – กลางเดือนพฤษภาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
สวน Tsurumine Park (鶴峯公園, Tsurumine Kо̄en) ในจังหวัดนากาโนะเป็นสวนที่มีดอกอาซาเลียกว่า 30 สายพันธุ์จำนวนทั้งหมดมากกว่า 30,000 ต้น ทำให้ในช่วงต้นจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมสวนแห่งนี้จึงถูกแต้มไปด้วยดอกไม้สวยงามหลากเฉดสีทั้งแดง ส้ม ชมพู และม่วง
สวน Tsurumine Park มีความเป็นมาที่น่าสนใจ โดยสวนแห่งนี้เป็นสวนที่ถูกบริจาคโดยเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้บริจาคที่ดินให้กับหมู่บ้าน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ชาวบ้านได้ปลูกต้นอาซาเลีย 300 ต้นในพื้นที่สวน โดยตอนที่สั่งซื้อต้นอาซาเลียชาวบ้านได้ชูสามนิ้วเพื่อสื่อถึงต้นไม้ 300 ต้น แต่ด้วยความที่เศรษฐีผู้บริจาคที่ดินเป็นผู้ที่มั่งคั่งมาก พ่อค้าจึงเข้าใจผิดว่าชาวบ้านหมายถึง “ต้นไม้ที่สามตู้รถสินค้าขนไหว” ชาวบ้านจึงตกใจมากเมื่อต้นไม้จำนวนมหาศาลที่พวกเขาสั่งได้มาส่ง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถคืนต้นไม้เหล่านั้นได้ ต้นไม้ทั้งหมดนี้จึงถูกปลูกในสวน Tsurumine Park ไปโดยปริยาย
เป็นความผิดพลาดที่เปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี จนเป็นที่มาของสวนต้นอาซาเลียที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคกลางของญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวที่ดีทีเดียวใช่ไหมคะ?
Tsurumine Park (鶴峯公園)
ที่อยู่: 3-13 Kawagishigami, Okaya-shi, Nagano
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี JR JR Okaya (岡谷駅)
11) ป๊อบปี้ (ポピー)
ถ้าพูดถึงดอกป๊อบปี้ (ポピー, popī) คุณอาจจะนึกถึงดอกฝิ่น (Oriental Poppy) แต่ดอกป๊อบปี้ที่ถูกปลูกทั่วไปในญี่ปุ่นคือดอกเชอร์ลี่ย์ป๊อบปี (シャーレーポピー, Shirley Poppy) และคุณไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล เพราะในพื้นที่ใกล้โตเกียวมีหนึ่งในจุดชมดอกป๊อบปีที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดให้คุณไปเที่ยวชมกันได้
Poppies in the Sky (天空のポピー)
ช่วงชมดอกไม้: กลางเดือนพฤษภาคม – ต้นเดือนมิถุนายน (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
เทศกาลดอกป๊อบปี้ Poppies in the Sky (天空のポピー Tenkū no Popī) สุดตระการตานี้ถูกจัดที่ Sainokuni Fureai Bokujo (彩の国ふれあい牧場, Sainokuni Fureai Bokujо̄) ในแถบจิจิบุของจังหวัดไซตามะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวโตเกียวผู้รักธรรมชาติ
ตื่นตาไปกับภาพดอกป๊อบปี้สีแดงชาดทั้ง 15 ล้านต้นที่บานคลุมทั่วทั้งพื้นที่ 50,000 ตารางเมตร ดอกไม้ทั้งหมดที่ปกคลุมพื้นดินจนมิดนั้นดูเหมือนพรมสีแดงขนาดใหญ่ของธรรมชาติ โดยทุ่งดอกป๊อบปี้นี้อยู่บนเนินเขาที่ลาดสูง 500 เมตร ดังนั้นถ้าอากาศเป็นใจคุณอาจจะได้โชคดีได้สัมผัสกับทะเลหมอก (雲海, unkai) ด้วย
Sainokuni Fureai Bokujo (彩の国ふれあい牧場)
ที่อยู่: 2949-1 Oaza-Sakamoto, Higashi-Chichibumura, Chichibu-gun, Saitama
สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานี Minano Chichibu Railway (皆野駅)
12) ไฮเดรนเยีย (あじさい)
ปิดท้ายลิสต์ดอกไม้ที่แนะนำทั้ง 12 ชนิดของฉันกันด้วยดอกไฮเดรนเยีย (あじさい, ajisai) ซึ่งถ้าดอกบ๊วยเป็นสัญญาณถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ ดอกไฮเดรนเยียก็เป็นสัญญาณช่วงสิ้นสุดของฤดูใบไม้ผลิและการเริ่มต้นฤดูร้อนนั่นเอง
Michinoku Hydrangea Garden (みちのくあじさい公園)
ช่วงชมดอกไม้: ปลายเดือนมิถุนายน – ปลายเดือนกรกฎาคม (อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี)
ดอกไม้ส่วนใหญ่มักจะมีสีที่หลากหลายไปตามสายพันธุ์ แต่รู้หรือไม่? ว่าดอกไฮเดรนเยียสามารถเปลี่ยนสีได้ตามค่า pH ของดินที่ปลูก ดอกไฮเดรนเยียที่ปลูกในดินที่มีความเป็นกรดจะมีสีฟ้า ขณะที่ดอกไฮเดรนเยียที่ปลูกในดินที่เป็นด่างจะมีสีชมพู
แม้จะมีแหล่งชมดอกไฮเดรนเยียมากมายในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในวัดต่างๆ แถวคามาคุระ แต่จุดชมไฮเดรนเยียที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น (อ้างอิงจากสมาคม Nippon Hydrangea Association) ก็คือที่ Michinoku Hydrangea Garden (みちのくあじさい公園, Michinoku Ajisai Kо̄en) ในจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งที่นี่ยังเป็นหนึ่งในสวนไฮเดรนเยียที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยมีความกว้างเป็นสามเท่าของโตเกียวโดม
ตลอดเส้นทางเดินที่ยาว 2 กิโลเมตรนี้มีต้นซีดาร์สูงใหญ่เรียงขนาบอยู่พร้อมดอกไฮเรนเยีย 400 สายพันธุ์ราว 40,000 ต้นอยู่ด้วย คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพบรรยากาศชวนต้องมนตร์ได้โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่จะมีหมอกปกคลุมต้นไม้อยู่ เดินสบายๆ ท่ามกลางสวนดอกไฮเดรนเยียและเพลิดเพลินไปกับ shinrin’yoku (森林浴, forest bathing) หรือก็คือการอาบพลังจากธรรมชาตินั่นเอง
Michinoku Hydrangea Garden (みちのくあじさい公園)
ที่อยู่: 111 Harasawa, Maikawa, Ichinoseki-shi, Iwate 021-0221
การเดินทาง: จากสถานี JR Ichinoseki (一ノ関駅) นั่งรถบัสที่มุ่งหน้าไปยัง Surisawa อีก 30 นาที และลงรถที่ป้าย Mizukami (水上停) จากนั้นเดินต่ออีก 20 นาที
การเดินทาง
ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหน JR East Rail Pass เหล่านี้ก็มีส่วนลดพิเศษมากมายสำหรับการเดินทางในพื้นที่ตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งตั๋ว Pass เหล่านี้เป็นตั๋วที่คุณสามารถใช้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ฉันได้แนะนำไว้ในบทความนี้
JR EAST PASS
JR EAST PASS มีอยู่ 2 ประเภท โดยทั้งสองประเภทสามารถโดยสารรถไฟสาย JR East (รวมถึงรถไฟหัวกระสุน) ได้ไม่อั้นในพื้นที่ที่กำหนดเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน ทั้งสองประเภทสามารถใช้กับเครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติได้ และผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้ได้เช่นกัน JR EAST PASS (พื้นที่โทโฮคุ) ราคา 30,000 เยน ในขณะที่ JR EAST PASS (พื้นที่นากาโนและนิอิงาตะ) ราคา 27,000 เยน
JR TOKYO Wide Pass
ถ้าคุณเดินทางในพื้นที่ภูมิภาคคันโตเป็นหลัก ขอแนะนำตั๋ว JR TOKYO Wide Pass ตั๋วราคาจับต้องได้ที่ให้คุณสามารถนั่งรถไฟสาย JR East (รวมถึงรถไฟชินกันเซ็น) ได้อย่างไม่จำกัดในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 3 วันติดกัน ด้วยราคาเพียง 15,000 เยน ตั๋วนี้จึงถูกกว่าค่าเดินทางไปกลับระหว่างสนามบินนาริตะและ Ashikaga Flower Park (~16,000 เยน) และยังครอบคลุมทางรถไฟสาย Fujikyūkō ที่เป็นทางผ่านไปยัง Kawaguchiko อีกด้วย
เครดิตรูปภาพส่วนหัวบทความ: photoAC, JR East / Carissa Loh, 青森県観光連盟, ポピーまつり実行委員会 and 東北観光推進機構
Translated by ANNGLE