คุณอาจจะรู้จักชั้น First Class ของเครื่องบิน แต่คุณรู้จักชั้น First Class ของรถไฟหรือไม่? ด้วยจำนวนที่นั่งเพียง 18 ที่นั่งต่อขบวนเท่านั้น ทำให้การนั่งตู้รถ Gran Class (グランクラス Guran Kurasu) สุดหรูหราและเอ็กซ์คลูซีฟนี้เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงแน่นอน
นอกจากจะกว้างและนั่งสบายเป็นพิเศษแล้ว ผู้โดยสารยังจะได้รับการบริการอย่างใส่ใจจากพนักงานบริการของ Gran Class การบริการอาหารมื้อเบาๆ และขนมของว่าง การบริการเครื่องดื่มแบบไม่อั้น และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ในบทความนี้ เราจะไปดูกันว่าการนั่ง Gran Class บนรถไฟ Tohoku Shinkansen จากสถานี Tokyo (東京駅) ไปสถานี Shin-Aomori (新青森駅) ที่ใช้เวลา 3 ชั่วโมงนั้นเป็นอย่างไรบ้าง อยากรู้แล้วใช่ไหมว่ามีอะไรรออยู่ ณ ที่นั่ง Gran Class มาอ่านต่อเพื่อทำความรู้จักกันเลย!
ตู้รถ Gran Class อยู่ ณ ตู้รถคันที่ 10 ของขบวนรถไฟ Tohoku/Hokkaido Shinkansen ที่มีความยาว 10 ตู้รถ และจะอยู่ที่ตู้รถคันที่ 12 ของขบวนรถไฟ Hokuriku/Joetsu Shinkansen ที่มีความยาว 12 ตู้รถ เหตุผลนั้นเนื่องจากตู้รถเหล่านี้จะอยู่ที่ปลายขบวนรถไฟซึ่งมีขนาดพื้นที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับตู้รถคันอื่นๆ เพราะเป็นตู้รถที่มีห้องคนขับด้วยนั่นเอง
ก่อนที่คุณจะขึ้นตู้รถ Gran Class คุณจะเห็นสัญลักษณ์ตั้งแต่สติ๊กเกอร์บนพื้น ไปจนถึงประตูรถไฟ และป้ายดิจิทอล ตู้รถไฟ Gran Class เริ่มให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2011 และปัจจุบันกำลังให้บริการเป็นปีที่ 11 แล้ว
เมื่อก้าวเข้าไปในตู้รถ Gran Class คุณอาจจะไม่อยากเชื่อว่าคุณกำลังอยู่บนรถไฟ! “Gran” เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “ใหญ่” และที่นั่ง Gran Class เป็นที่นั่งที่มีพื้นที่กว้างเหลือเฟือจริงๆ โดยทั้งตู้ Gran Class จะมีที่นั่งแถวหน้ากระดานเพียง 6 แถวที่ถูกจัดวางแบบ 2+1
นอกจากนี้ ที่นั่งที่รองรับการนั่งได้อย่างถูกต้องตามหลักสรีระและสมดุลยังมอบความสบายแบบเหนือระดับให้คุณได้ไม่ว่าจะนั่งท่าไหนหรือมีสรีระเป็นอย่างไร บรรดาที่นั่งบุหนังแท้เหล่านี้สามารถปรับเอนได้มากถึง 45 องศาและถูกจัดวางอยู่ในตัว Back Shell ดังนั้นคุณจะไม่ถูกรบกวนแม้ผู้โดยสารคนอื่นจะปรับเบาะเอนก็ตาม และคุณเองก็ไม่รบกวนผู้โดยสารคนอื่นเวลาที่คุณปรับเอนเบาะนั่งของตัวเองด้วยเช่นกัน
ชั้นวางสัมภาระเหนือหัวของ Gran Class สามารถปิดได้เหมือนบนเครืองบิน และพื้นของตู้รถเป็นพื้นแบบปูพรม ดังนั้นจึงไม่มีเสียงรองเท้ากุกกักมารบกวนคุณเวลาที่คนอื่นเดินผ่าน
และเช่นเดียวกันกับการที่เครื่องบินมีพนักงานต้อนรับบนเครื่อง ตู้รถ Gran Class เองก็มีพนักงานบริการของ Gran Class ที่ต้อนรับผู้โดยสาร Gran Class ทั้ง 18 คนอย่างอบอุ่น โดยพวกเขาพร้อมที่จะข่วยให้การนั่งรถไฟของคุณนั้นสะดวกสบาย
อิ่มอร่อยบน Gran Class
การบริการอาหารของ Gran Class | ©JR East / Carissa Loh
เมื่อรถไฟเดินทางออกจากสถานี พนักงานบริการจะนำผ้าเปียกสำหรับเช็ดมือมาให้พร้อมส่งเมนูที่มีลิสต์อาหารและเครื่องดื่มให้ โดยปกติแล้วอาหารจะถูกนำมาเสิร์ฟไม่นานหลังจากที่รถไฟออกจากสถานีรถไฟที่เราขึ้นรถมา ยกเว้นว่าคุณจะมีรีเควสเรื่องเวลาในการเสิร์ฟ คุณสามารถสั่งเครื่องดื่มได้มากเท่าที่ต้องการตลอดการนั่งรถไฟ สำหรับเครื่องดื่มแก้วแรกของฉันนั้นฉันเลือกน้ำแอปเปิ้ลซึ่งถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมอาหารว่าง
คุณรู้ไหม? อาหารว่าง (軽食 karushoku) ที่ Gran Class เสิร์ฟให้กับผู้โดยสารนั้นเป็นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาลที่สดใหม่ที่สุด และเมนูจะเปลี่ยนไปทุกฤดู (ทุกๆ 3 เดือน)
ทริปเดินทางด้วย Tohoku Shinkansen ของฉันนั้นอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และเมนูนั้นมีอาหารขนาดพอดีคำหลากหลายแบบ เช่นหอยเชลล์ตุ๋น กุ้งดอง ปลาแม็คเคอร์เรลย่างงา ลูกชิ้นไก่ ออมเล็ตสไตล์ญี่ปุ่น สารพัดผัก และอีกมากมาย ทุกๆ อย่างนั้นอร่อยมากและด้วยพื้นที่โต๊ะที่กว้างเป็นพิเศษทำให้การชิมอาหารนี้ต่างกับการกินเอกิเบ็นบนตู้รถไฟทั่วไปที่มีที่นั่งและโต๊ะที่เล็กกว่านี้โดยสิ้นเชิง
ด้วยความที่อาหารนี้เป็นเพียงของว่างเท่านั้น ปริมาณอาหารจึงจะน้อยกว่าเอกิเบ็น (駅弁 ข้าวกล่องสำหรับรับประทานบนรถไฟ) ทั่วไป ถึงอย่างนั้นอาหารก็ยังอิ่มพอดีอยู่ ส่วนตัวแล้วฉันรู้สึกว่าเป็นปริมาณอาหารที่เหมาะสม กล่าวคือพอสำหรับเป็นอาหารทานเล่นแต่ก็อิ่มพอในฐานะอาหารกลางวันมื้อเบาเช่นกัน
อัปเดตปี 2024: ปัจจุบันอาหารว่างแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ อาหารตะวันตกและอาหารญี่ปุ่น สำหรับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับข้อเสนอตามฤดูกาล โปรดดูที่หน้าย่อยอย่างเป็นทางการของ GranClass เกี่ยวกับเครื่องดื่ม
นอกจากอาหารว่างแล้ว ในส่วนของของหวานนั้นคุณจะได้เค้กปอนด์หนึ่งชิ้นซึ่งจะเปลี่ยนรสชาติไปทุกๆ ฤดู ในฤดูใบไม้ผลิปีนี้เป็นเค้กปอนด์รสโทโฮคุโยโมงิ (よもぎ จิงจู่ฉ่ายญี่ปุ่น) และซันอนโต (三温糖 san’ontо̄, น้ำตาลเชื่อม) ที่ถูกทำเป็นพิเศษสำหรับเมนู Gran Class เค้กนี้เป็นการจับคู่รสชาติในแบบที่ฉันไม่เคยลองมาก่อนแต่มันอร่อยมาก! ทั้งนี้ หมายเหตุไว้นิดนึงว่าผู้โดยสารจะได้รับอาหารว่างและเค้กปอนด์เพียงที่เดียวต่อรถไฟหนึ่งเที่ยวเท่านั้น
และนอกจากจะได้อาหารว่างและเค้กปอนด์แล้ว ผู้โดยสารยังจะได้ขนมอย่างเช่นข้าวเกรียบและถั่วอีกด้วย ซึ่งมาในแพ็กเกจวาชิ (和紙 กระดาษญี่ปุ่น) สวยงาม ถ้าคุณอยากได้ขนมเหล่านี้เพิ่ม ก็สามารถเข้าไปขอที่พนักงานบริการได้เลย
สำหรับเครื่องดื่ม คุณสามารถเลือกได้จากเครื่องดื่มทั้งหมดกว่า 10 ชนิดที่รวมทั้งกาแฟ ชา น้ำแอปเปิ้ล เบียร์ สาเก วิสกี้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีพิเศษเฉพาะภูมิภาคเท่านั้น ตอนที่ฉันนั่ง Gran Class เครื่องดื่มพิเศษเฉพาะภูมิภาคคืออาโอโมริแอปเปิ้ลไซเดอร์บนรถไฟ Tohoku และ Hokkaido Shinkansen และของรถไฟ Hokuriku Shinkansen จะเป็นเครื่องดื่มเหล้าบ๊วยสปาร์คกลิ้ง
เครื่องดื่มจะเสิร์ฟมาในถ้วยแก้วของจริง ดังนั้นขอแนะนำให้ระวังไม่ให้เผลอปัดตกหรือทำแตก! ส่วนเครื่องดื่มร้อนจะเสิร์ฟมาในถ้วยแก้วที่มีหู/ด้ามจับ เขาใส่ใจดีเนอะว่าไหม? ส่วนบรรดาถาดรองแก้วที่ใช้จะไม่ใช่แค่กระดาษทั่วไปเท่านั้นแต่ถูกผลิตโดยใช้วัสดุกันลื่น ดังนั้นถ้วยจึงไม่ลื่นหลุดหรือไถลไปมาในระหว่างที่รถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 320 กม./ชม.
ที่นั่งของ Gran Class
ไฮไลท์ของ Gran Class แน่นอนว่าต้องเป็นที่นั่งสุดหรูนั่นเอง ด้วย Seat Pitch (ระยะห่างระหว่างขอบหลังสุดของเบาะที่นั่ง 2 แถว) ที่ยาว 1,300 มม. นี้ ทำให้ที่นั่งของ Gran Class ใกล้เคียงกับที่นั่งระดับ First Class บนเครื่องบินโดยสารทีเดียว โดยที่นั่งของ Gran Class จะให้คุณได้สัมผัสความสบายขั้นสุดเท่าที่จะหาได้บนรถไฟชินกันเซ็น
คุณสามารถควบคุมการปรับเอนที่นั่งได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่มเท่านั้น โดยที่นั่งจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนได้แก่พนักพิงหลัง เบาะรองก้น และเบาะรองขา นอกจากปุ่มที่ควบคุมทั้งสามส่วนนี้พร้อมกันเพื่อปรับเอนให้สุดและปรับเบาะนั่งตรงแล้ว ผู้โดยสารยังสามารถเลือกที่จะปรับแต่ละส่วนแบบแยกต่างหากได้อีกด้วย
บางทีคุณอาจจะไม่อยากให้พนักพิงหลังเอนไปข้างหลังแต่อยากให้เบาะรองขาขยับขึ้นมา หรือบางครั้งอาจจะอยากให้เบาะรองก้นขยับไปข้างหน้าโดยที่เบาะรองขายังอยู่ต่ำเหมือนเดิม ขอบอกเลยว่าคุณสามารถปรับเบาะตามต้องการแบบนี้ได้เลย อีกทั้งยังมีปุ่มบนแผงสำหรับเรียกพนักงานบริการเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใดๆ ก็ตาม
ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้ปุ่มปรับเอนเบาะอย่างไร ไม่ต้องกังวลไป เพราะบนรถจะมีใบคู่มือให้โดยมีคำอธิบายวิธีใช้เป็นภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ คุณสามารถถามพนักงานบริการผู้ใจดีให้ช่วยได้เช่นกันถ้าต้องการ
ที่นั่ง Gran Class นั้นถูกบุด้วยหนังแท้และให้สัมผัสที่นุ่มและสบาย ถ้าฉันไม่ได้กำลังเดินทางด้วยเรื่องงานล่ะก็ ฉันคงจะหลับสบายอยู่บนที่นั่งนี้แน่นอน! เพื่อให้การเดินทางของคุณสบายยิ่งขึ้นไปอีก บนรถจะมีรองเท้าสลิปเปอร์ให้ด้วยและคุณยังสามารถขอผ้าห่มได้ถ้ารู้สึกหนาว โดยผ้าห่มจะถูกเก็บไว้ในที่เก็บของเหนือหัวเหมือนกับบนเครื่องบิน ซึ่งพนักงานจะหยิบผ้าห่มออกมาให้กับผู้โดยสารที่ขอ นอกจากนี้ยังมีที่ช้อนรองเท้าและมาสก์ปิดตาให้เราใช้ได้ด้วย
แต่ละที่นั่งจะมีเต้าปลั๊กไฟให้ ดังนั้นคุณสามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีไฟอ่านหนังสือที่สามารถเปิดปิดได้ด้วยการบิดที่ตัวกรอบ และยังมีโต๊ะที่พับเก็บได้อยู่สองขนาดเพื่อตอบรับความต้องการในการใช้งานของเราได้
ค่าโดยสารของ Gran Class
Gran Class เป็นอะไรที่คุ้มค่าแก่การขึ้นนั่งสักครั้งหนึ่งหรือไม่? หลังจากที่ฉันได้ลองขึ้นนั่งเองดูแล้วครั้งหนึ่ง ขอบอกเลยว่าใช่ ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ และอยากจะขึ้นนั่งให้ได้อีกสักครั้งด้วย! การนั่งรถไฟ 3 ชั่วโมงไป Shin-Aomori จาก Tokyo ผ่านไปเร็วมากและฉันรู้สึกเศร้าที่ต้องลุกออกและบอกลาที่นั่งอันแสนสบายของฉัน
รู้ไหม? ถ้าคุณเป็นผู้ถือตั๋ว Japan Rail Pass หรือ JR EAST PASS ล่ะก็ ตั๋วจะครอบคลุมค่าโดยสารทั่วไป (乗車券 jо̄shaken) ของชินกันเซ็น ดังนั้นที่คุณต้องจ่ายเพิ่มจะมีแค่ค่าส่วนต่างของ Gran Class เท่านั้น! ถ้าคุณกำลังมองหาประสบการณ์ความหรูหราในการเดินทางด้วยรถไฟล่ะก็ มาลองนั่งกันดูสักครั้งไหม? โดยปกติแล้วตั๋วของ Gran Class จาก Tokyo ไป Shin-Aomori จะมีราคา 28,980 เยน แต่ถ้าคุณมีตั๋ว Japan Rail Pass ล่ะก็ ราคาค่าโดยสารจะเหลือเพียง 18,640 เยนเท่านั้น
เพื่อเป็นตัวช่วยเปรียบเทียบ ข้อมูลข้างล่างนี้คือราคาที่นั่งแบบทั่วไป (普通 futsū) ที่นั่ง Green (グリーン gurīn) และที่นั่ง Gran Class ของสองเส้นทางที่ต่างกัน โดยตัวเลขในวงเล็บคือส่วนต่างที่ต้องชำระเพิ่มเติมหากคุณมีตั๋ว Rail Pass (ปกติ) ที่สามารถใช้ได้สำหรับเส้นทางนั้นๆ :
จาก Tokyo ไป Shin-Aomori (3–3.5 ชั่วโมง) ด้วยรถไฟ Tohoku Shinkansen
- ทั่วไป: 17,670 เยน* (0 เยน ฟรี)
- Green: 23,740 เยน (13,400 เยน)
- Gran: 28,980 เยน (18,640 เยน)
จาก Tokyo ไป Kanazawa (2.5–3 ชั่วโมง) ด้วยรถไฟ Hokuriku Shinkansen
- ทั่วไป: 14,380 เยน* (0 เยน ฟรี)
- Green: 20,840 เยน (13,360 ฟรี)
- Gran: 29,220 เยน (21,740 เยน)
*ราคาปกตินั้นเป็นราคาที่อ้างอิงจากราคาที่นั่งแบบจองในซีซั่นปกติ
ราคาของที่นั่งแบบจองอาจเปลี่ยนไปตามซีซั่นดังนี้:
- ซีซั่นปกติ (通常期 tsūjо̄ki)
- ไฮซีซั่น (繁忙期 hanbōki)
- ไฮซีซั่นที่พีคที่สุด (最繁忙期 saihanbōki)
- โลว์ซีซั่น (閑散期 kansanki)
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละช่วงซีซั่น คุณสามารถเช็คปฏิทินซีซั่นต่างๆ ได้ที่นี่ โดยที่นั่ง Green และ Gran Class นั้นจะมีราคาเท่าเดิมตลอดทั้งปี
โบนัส: การใช้ห้องรับรองที่สถานีโตเกียว
หากคุณเดินทางออกจากสถานีโตเกียว คุณสามารถแสดงตั๋ว GranClass เพื่อเข้าใช้บริการ View Gold Lounge ได้ ตั้งอยู่ด้านนอกประตูตรวจตั๋วใกล้กับทางเข้ากลาง Yaesu ตรงข้าม JAPAN RAIL CAFE คุณสามารถใช้ห้องรับรองได้ 90 นาทีก่อนเวลาออกเดินทางที่กำหนด เลานจ์เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.00 น. ถึง 18.00 น.
ขณะที่คุณอยู่ในเลานจ์ คุณจะได้เพลิดเพลินกับบริการของว่างและเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ คุณยังสามารถใช้ Wi-Fi ฟรีเพื่อหาข้อมูลงานหรือการเดินทาง และบริการเสื้อคลุมสำหรับจัดเก็บสัมภาระชั่วคราวได้ โปรดทราบว่าไม่อนุญาตให้เข้า
วิธีจองที่นั่ง
ข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ตอนนี้คุณสามารถจองที่นั่ง Gran Class ผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้วที่นี่ โดยจองล่วงหน้าได้นานถึง 1 เดือนก่อนวันเดินทาง อีกทั้งสามารถซื้อตั๋วนั่ง Gran Class ในรูปแบบของตั๋วเดินทางทั่วไปก็ได้ หรือถ้าคุณมีตั๋ว Rail Pass ที่ครอบคลุมช่วงเส้นทางที่ต้องการเดินทาง คุณก็สามารถซื้อตั๋ว Gran Class แบบจ่ายส่วนต่างเพิ่มเติมได้เช่นกัน
เมื่อคุณมาถึงที่ญี่ปุ่น คุณสามารถมารับตั๋วที่นั่งได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารแบบจองที่นั่ง (指定席販売機 Reserved Seat Ticket Vending Machine) ตามสถานีหลักในเครือ JR East
Gran Class (แบบไม่มีบริการเครื่องดื่มและอาหารว่าง)
รถไฟรุ่น E5/H5 ทั้งหมดและรถไฟรุ่น E7/W7 ส่วนใหญ่นั้นจะมีที่นั่ง Gran Class แต่ในเส้นทางวิ่งบริการที่มีระยะสั้นกว่านั้นจะไม่มีพนักงานบริการประจำใน Gran Class หรือไม่มีบริการเครื่องดื่ม/อาหาร ถ้าคุณกำลังดูตารางเดินรถ ก็สามารถสังเกตได้ที่โลโก้เพื่อดูว่ารถไฟขบวนนั้นๆ มีการบริการดังกล่าวหรือไม่ โลโก้รูปหกเหลี่ยมที่ถมดำเป็นโลโก้สำหรับรถไฟที่มีพนักงานบริการและบริการเครื่องดื่ม/อาหาร ในขณะที่โลโก้หกเหลี่ยมสีขาวเป็นโลโก้สำหรับรถไฟที่ไม่มีพนักงานและบริการดังกล่าว
เส้นทางให้บริการสั้นๆ ที่ไม่มีพนักงานและบริการเครื่องดื่ม/อาหารของ Gran Class นั้นได้แก่:
Tohoku Shinkansen และ Hokkaido Shinkansen
- รถไฟ Nasuno, Hayate และ Yamabiko ทั้งหมด
- รถไฟ Hayabusa ที่วิ่งให้บริการระหว่างโตเกียวและเซ็นไดเท่านั้น
- รถไฟ Hayabusa ทั้งหมดที่วิ่งให้บริการไปหรือออกจาก Shin-Hakodate-Hokuto แต่ไม่ได้ออกจากหรือไปสิ้นสุดที่ Tokyo
Hokuriku Shinkansen
- รถไฟ Asama ทั้งหมด
- รถไฟ Hakutaka ทั้งหมดที่วิ่งให้บริการเฉพาะระหว่าง Nagano และ Kanazawa
Joetsu Shinkansen
- รถไฟ Toki และ Tanizawa ทั้งหมดที่ใช้รถไฟ E7
หมายเหตุ: แม้จะเป็นรถไฟรุ่น E7/W7 แต่รถไฟ Tsurugi ทั้งหมดที่ให้บริการระหว่าง Toyama และ Kanazawa จะไม่มีที่นั่ง Gran Class
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่นั่ง Gran Class ได้ที่เว็บไซต์ทางการฉบับภาษาอังกฤษที่นี่
เครติดภาพปก: JR East
ข้อมูลนี้มีความถูกต้อง ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2024
Translated by ANNGLE