เวลาไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น คนส่วนมากจะเดินทางเข้าประเทศที่กรุงโตเกียวก่อน แล้วค่อยเดินทางออกไปยังพื้นที่ภูมิภาคอื่นที่ใกล้เคียง ด้วยความที่ญี่ปุ่นมีเครือข่ายทางรถไฟประสิทธิภาพสูงด้วยแล้วนั้น จึงเอื้อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถไฟไปรอบๆ พร้อมทั้งค้นพบสถานที่ใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจตามรายทางได้อย่างสะดวกสบาย
กรุงโตเกียวตั้งอยู่ในภูมิภาคคันโต (関東地方) ที่ประกอบด้วยอีกหลายจังหวัดเช่นจังหวัดโทชิงิ (栃木県) จังหวัดกุนมะ (群馬県) และจังหวัดชิบะ (千葉) โดยอีกจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันโตคือจังหวัดอิบารากิ (茨城県) ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่นส่วนมากมักมองข้าม แต่จังหวัดนี้มีเซอร์ไพรส์ที่น่าสนใจมากมายสำหรับทุกคนที่มาเยี่ยมเยียน
ด้วยความที่ตั้งอยู่แค่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโตเกียวเท่านั้น จังหวัดอิบารากิจึงเป็นจังหวัดที่เดินทางไปด้วยรถไฟได้ง่ายมาก และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากโตเกียวไปได้ด้วยทางรถไฟสาย Jōban (常磐線) ซึ่งทอดตัวจากกรุงโตเกียวยาวไปจนถึงจังหวัดมิยางิ ทางรถไฟสาย JR อื่นๆ ที่ทอดตัวผ่านจังหวัดอิบารากินั้นยังมีทางรถไฟสาย Suigun (水郡線) และทางรถไฟสาย Mito (水戸線) ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางบนทางรถไฟเหล่านี้เพื่อเรียนรู้และค้นพบพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดได้
รู้หรือไม่? จังหวัดอิบารากิมีอัพเดทที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับสถานีรถไฟบางแห่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งใหม่ๆ ในพื้นที่จังหวัดให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสได้ด้วย อยากรู้เพิ่มเติมแล้วใช่ไหม? งั้นอ่านต่อเลย!
ละลานตากับสารพัดการตกแต่งภายในสถานีรถไฟ
บรรดาสถานีรถไฟในญี่ปุ่นมักเปรียบดั่งประตูทางผ่านสู่เมืองและย่านต่างๆ ก็ว่าได้ เมื่อนักท่องเที่ยวก้าวลงจากรถไฟมาเหยียบบนพื้นชานชลา พวกเขาจะได้เห็นว่าจุดหมายปลายทางรอบๆ สถานีนั้นเป็นอย่างไรและมีอะไรให้ไปสัมผัสบ้าง ตั้งแต่วัฒนธรรมท้องถิ่นไปจนถึงประสบการณ์ชิมอาหารที่รออยู่
จังหวัดอิบารากิเป็นจังหวัดที่มีของดีให้นักท่องเที่ยวมากมาย ตั้งแต่สถานที่อันโดดเด่นมีเอกลักษณ์ตามแต่ความสนใจของนักท่องเที่ยว ไปจนถึงอาหารอร่อยๆ ที่ไม่เหมือนใคร และมรดกทางวัฒนธรรม แต่รู้ไหมว่ามีสถานีรถไฟบางแห่งในจังหวัดที่ถูกปรับโฉมใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสส่วนหนึ่งของสิ่งเหล่านั้นได้ตั้งแต่ ณ วินาทีแรกที่มาถึง
และนี่คืออัพเดทเกี่ยวกับสถานีรถไฟเหล่านั้นในจังหวัดอิบารากิ
สถานี Mito (水戸駅)
สถานี Mito เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟหลักในเมืองมิโตะ (水戸市) เมืองหลวงของจังหวัดอิบารากิ สถานีนี้ทำหน้าที่เป็นประตูทางเข้าหลักสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อสำรวจเมืองและจังหวัดแห่งนี้ อีกทั้งสถานีนี้ยังเป็นสถานีที่นั่งรถไฟมาได้ง่าย เพราะมีทางรถไฟสาย Jōban ที่เชื่อมกับสถานี Tokyo (東京駅) โดยตรง
ในฐานะส่วนหนึ่งของแคมเปญการท่องเที่ยวโดยจังหวัดอิบารากิ ตัวสถานีรถไฟถูกตกแต่งใหม่เพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัด อาทิเช่น อนุสรณ์เด่นสะดุดตาที่ถูกติดตั้งไว้ ณ ลานใกล้ประตูตรวจตั๋วอัตโนมัติ ซึ่งตัวอนุสรณ์ได้รวบสองงานฝีมือดั้งเดิมของเมืองมิโตะเข้าไว้ด้วยกัน นั่นคือโคมกระดาษซุยฟุ (水府提灯) และยานากะ โนะ โอเกะ (やなかの桶)
รู้หรือไม่? ในอดีตมิโตะเคยเป็นที่รู้จักในนาม “ซุยฟุ” มาก่อน และโคมกระดาษซุยฟุมีประวัติความเป็นมาที่ย้อนกลับไปได้นับร้อยปีก่อน ทุกวันนี้มิโตะเป็นหนึ่งในเมืองอันดับต้นๆ ในประเทศญี่ปุ่นที่ผลิตโคมกระดาษ และโคมไฟของเมืองนี้ถูกทำขึ้นโดยใช้กระดาษวาชิญี่ปุ่นที่ทนทาน
อีกหนึ่งงานฝีมือดั้งเดิมของเมืองมิโตะก็คือยานากะ โนะ โอเกะ ซึ่งเป็นงานไม้ดั้งเดิมที่นำเอาไม้ท้องถิ่นอย่างต้นไซเปรสญี่ปุ่น (ヒノキ) และต้นไซเปรสซาวาระ (サワラ) มาดัดงอและยึดเข้าไว้ด้วยกันด้วยห่วงไม้ไผ่ เพื่อให้ได้ถังขนาดใหญ่และถังขนาดเล็ก เทคนิคนี้เป็นการอาศัยประโยชน์จากความทนทานของไม้เพื่อให้ได้ของที่มีอายุการใช้งานนาน แถมของที่ได้ยังมีกลิ่นหอมไม้ใหม่ที่ผู้ใช้งานยังเพลิดเพลินไปได้ด้วย
ป้ายในสถานีรถไฟฉบับอัปเกรดใหม่!
เครือข่ายทางรถไฟในจังหวัดอิบารากิประกอบด้วยทางรถไฟสาย Jōban สาย Suigun และสาย Mito โดยทุกสถานีรถไฟจะมีป้ายชื่อสถานี (駅名標) ซึ่งเป็นสิ่งแรกๆ ที่รอต้อนรับผู้โดยสารอยู่ ณ วินาทีที่พวกเขาก้าวออกจากรถไฟลงมาเหยียบบนชานชลา
นอกจากนี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของแคมเปญการท่องเที่ยวจังหวัดอิบารากิ สถานีรถไฟ 22 แห่งตามทางรถไฟ 3 สายที่กล่าวถึงข้างต้นจะถูกตกแต่งใหม่เพื่อสะท้อนถึงไฮไลต์ท้องถิ่นของจังหวัด โดยมีธีมตั้งแต่ประเพณีไปจนถึงธรรมชาติ และนี่คือลิสต์ของสถานีรถไฟของแต่ละสายที่ถูกเลือกเข้าแคมเปญ
① ทางรถไฟสาย Jōban (常磐線)
สถานีรถไฟรวม 13 แห่งบนทางรถไฟสาย Jōban จะมีป้ายชื่อสถานีใหม่ที่แสดงถึงจุดท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง และนี่คือพรีวิวของสถานีรถไฟที่ถูกเลือกของทางรถไฟสายนี้
- สถานี Katsuta (勝田駅): Hitachi Seaside Park (国営ひたち海浜公園) ที่ตั้งของทุ่งดอกนีโมฟีลาสีฟ้าเบบี้บลูและโคเชียสีแดง
- สถานี Ushiku (牛久駅): พระพุทธรูปอุชิคุ ไดบุตสึ (牛久大仏, Ushiku Daibutsu) รูปหล่อสัมฤทธิ์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีความสูงร่วม 120 เมตร
- สถานี Mito (水戸駅): Kairakuen (偕楽園) สวนกว้าง 350 เฮกตาร์ที่ถือเป็นหนึ่งใน “สามสวนที่ยิ่งใหญ่” ของญี่ปุ่น โดยมีต้นบ๊วยสวยสง่าปลูกอยู่มากถึง 3,000 ต้น
สถานีรถไฟตามทางรถไฟสาย Jōban ที่ถูกเลือกเข้าร่วมแคมเปญ | ©Google Maps
มีสถานีรถไฟ 13 แห่งตามทางรถไฟสาย Jōban ที่มีป้ายชื่อสถานีโฉมใหม่ ในจำนวนนี้มีสถานีใหญ่ดังนี้
① สถานี Ushiku (牛久駅)
② สถานี Tsuchiura (土浦駅)
③ สถานี Tomobe (友部駅)
④ สถานี Mito (水戸駅)
⑤ สถานี Katsuta (勝田駅)
② ทางรถไฟสาย Suigun (水郡線)
ทางรถไฟสาย Suigun เป็นทางรถไฟที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก มันทำหน้าที่เป็นประตูสู่แหล่งชมความงามทางธรรมชาติชั้นเยี่ยมของจังหวัดอิบารากิ ทางรถไฟสายนี้เองก็จะมีป้ายชื่อสถานีโฉมใหม่ในห้าสถานีรถไฟที่ถูกเลือกมาเช่นกัน และนี่คือตัวอย่างบางส่วนของป้ายดังกล่าว
- สถานี Kami-Sugaya (上菅谷駅): จุดชมหงส์ ณ Ichinoseki Tameike Water Park (一ノ関ため池親水公園) ในเมืองนากะ (那珂市) ช่วงฤดูหนาว , มาการิยะ (曲がり屋) อาคารประวัติศาสตร์ที่มีจุดเด่นคือหลังคามุงหญ้า ตัวอาคารทำหน้าที่เป็นสถานที่จัดอีเวนต์หลายงานตลอดทั้งปี
- สถานี Fukuroda (袋田駅): น้ำตกฟุคุโรดะ (袋田の滝) หนึ่งใน “สามน้ำตกชื่อดัง” ของญี่ปุ่น, แอปเปิ้ลโอคุคุจิริงโกะ (奥久慈りんご) ของดีประจำเมือง
- สถานี Hitachi-Daigo (常陸大子駅): แม่น้ำคุจิ (久慈川) ที่ไหลผ่านเมืองไดโกะ (大子町), กิจกรรมตกปลาอายุ (鮎釣り) และวัดเอเก็นจิ (永源寺) หรือที่รู้จักในนาม “วัดใบเมเปิ้ล” (もみじ寺 ) เนื่องจากในวัดมีทิวไม้ที่สวยงามในฤดูใบไม้ร่วง
สถานีรถไฟตามทางรถไฟสาย Suigun ที่ถูกเลือก | ©Google Maps
ด้านล่างนี้คือห้าสถานีรถไฟตามทางรถไฟสาย Suigun ที่มีป้ายชื่อสถานีโฉมใหม่
① สถานี Kami-Sugaya (上菅谷駅)
② สถานี Hitachi-Kōnosu (常陸鴻巣駅)
③ สถานี Fukuroda (袋田駅)
④ สถานี Hitachi-Daigo (常陸大子駅)
⑤ สถานี Hitachi-Ōta (常陸太田駅)
③ ทางรถไฟสาย Mito (水戸線)
สำหรับทางรถไฟสาย Mito นักท่องเที่ยวจะได้เห็นป้ายชื่อสถานีใหม่ในสี่สถานีด้วยกัน และนี่คือตัวอย่างของสถานีรถไฟบางแห่ง
- สถานี Shimodate (下館駅): “เกี๊ยะไม้พอโลเนีย” (桐下駄) งานฝีมือดั้งเดิมของจังหวัดอิบารากิ และ “ละครโนทาคิกิ” (薪能) ละครเก่าแก่ดั้งเดิมของญี่ปุ่น
- สถานี Kasama (笠間駅): เครื่องปั้นดินเผาคาซามะ (笠間焼) เครื่องปั้นดินเผาแบบหนึ่งของญี่ปุ่นที่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในงานฝีมือดั้งเดิมของญี่ปุ่น, เกาลัด (栗) ซึ่งคาซามะเป็นแหล่งผลิตเกาลัดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น, ศาลเจ้าคาซามะ (笠間稲荷) หนึ่งในสามศาลเจ้าอินาริ โอคามิแห่งใหญ่ของญี่ปุ่น (三大稲荷)
สถานีรถไฟที่ถูกเลือกในจังหวัดอิบารากิ ตามเส้นทางรถไฟสาย Mito | ©Google Maps
นี่คือบรรดาสถานีรถไฟตามทางรถไฟสาย Mito ที่มีป้ายชื่อสถานีดีไซน์ใหม่
① สถานี Yūki (結城駅)
② สถานี Shimodate (下館駅)
③ สถานี Iwase (岩瀬駅)
④ สถานี Kasama (笠間駅)
ปั่นจักรยานออกไปท่องโลกในแบบที่ลืมไม่ลง!
อิบารากิเป็นจังหวัดที่นั่งรถไฟเที่ยวได้แน่นอน แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกวิธีที่ใช้เดินทางเที่ยวจังหวัดนี้ได้ด้วย? นั่นคือการปั่นจักรยานนั่นเอง! อิบารากิมีภูมิประเทศที่ค่อนข้างราบอยู่เหลือเฟือ จึงเอื้อให้คนรักการปั่นจักรยานทุกเลเวลมาสนุกกับการปั่นจักรยานเที่ยวรอบจังหวัดได้ง่าย และหนึ่งในเส้นทางปั่นจักรยานยอดนิยมคือ Tsukuba Kasumigaura Ring-Ring Road (つくば霞ヶ浦りんりんロード).
Tsukuba Kasumigaura Ring-Ring Road เป็นเส้นทางปั่นจักรยานยาว 180 กม. ที่ตั้งอยู่ ณ พื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดอิบารากิ โดยเชื่อมเส้นทางปั่นจักรยาน Tsukuba จากสถานี Iwase (岩瀬駅) ไปยังเส้นทางปั่นจักรยาน Kasumigaura ที่ทอดตัวรอบทะเลสาบคาสุมิกาอุระ (霞ヶ浦) หนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
เส้นทางยาวไกลนี้มีวิวที่สวยชนิดลืมไม่ลงมากมาย ตั้งแต่วิวอันน่าทึ่งของภูเขาสึคุบะ (筑波山) หนึ่งใน 100 ภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น (日本百名山) ไปจนถึงผืนน้ำนิ่งสงบของทะเลสาบคาสุมิกาอุระ อีกทั้งยังมีจุดแวะพักอยู่เหลือเฟือ สำหรับให้นักปั่นได้พักและได้เพลิดเพลินไปกับของอร่อยท้องถิ่นของจังหวัดอิบารากิระหว่างทางได้ด้วย!
รู้อะไรไหม? นักท่องเที่ยวจากโตเกียวสามารถเดินทางมายังเส้นทางปั่นจักรยานโดยตรงได้จากสถานี Tsuchiura (土浦駅) ด้วยทางรถไฟสาย Jōban ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถไฟ Limited Express Tokiwa จากสถานี Tōkyō และไปถึงยังสถานี Tsuchiura ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง!
สนใจอยากปั่นจักรยานและท่องไปตามเส้นทางปั่นจักรยาน รวมถึงสึจิอุระและแถบพื้นที่โดยรอบด้วยใช่ไหม? ถ้างั้นคุณคงไม่อยากพลาด PLAYatré Tsuchiura (PLAYatré土浦) สถานที่ที่ให้บริการคนรักการปั่นจักรยานและบรรดาผู้ที่อยากปั่นจักรยานสำรวจพื้นที่โดยรอบแบบครบจบในที่เดียว ที่นี่ถือเป็นศูนย์บริการด้านการปั่นจักรยานโดยเฉพาะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นที่ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการเกี่ยวกับการปั่นจักรยานอีกด้วย
PLAYatré Tsuchiura มีทั้งหมดเจ็ดชั้นด้วยกัน และที่ชั้นหนึ่งนี้ นักท่องเที่ยวจะพบกับ BIKE BASE “Rin-Rin Sukuea-Tsuchiura” (りんりんスクエア土浦) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับจักรยาน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเส้นทางปั่นจักรยานต่างๆ และจุดท่องเที่ยวน่าสนใจตามรายทางได้ นอกจากนี้ยังมี le.cÿc (ル・サイク ru-saiku) ร้านจักรยานที่ให้บริการเกี่ยวกับจักรยานมากมาย เช่นซ่อมบำรุง บริการให้เช่าจักรยาน เวิร์กช็อป สัมมนา และอีกมากมาย
รู้ไหมว่าที่ PLAYatré Tsuchiura มีอะไรที่เยี่ยมอีก? ที่ชั้นสาม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ STATION LOBBY พื้นที่นั่งพักที่ไม่เหมือนใคร โดยมีคอนเซ็ปต์คือการเป็น “ห้องนั่งพักตามสถานีรถไฟที่เยี่ยมที่สุดในญี่ปุ่น ที่ทำให้คุณอยากมาถึงสถานีก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง” ที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่จอดจักรยานสำหรับนักปั่นจักรยาน มุมกิจกรรมและส่งเสริมการเรียนรู้ ร้านอาหาร และอีกมากมาย ดังนั้นผมขอแนะนำอย่างหนึ่ง คุณอาจจะอยากเผื่อเวลาไว้สักหน่อยเพื่อสำรวจที่นี่!
คุณอาจจะรู้จักสิ่งที่เรียกว่าโรงแรมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น “โรงแรมจักรยาน” ล่ะ? ที่ PLAYatré Tsuchiura นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับการพักแรมที่ Hoshino Resorts BEB5 Tsuchiura โรงแรมสำหรับคนที่ชอบการปั่นจักรยานและท่องเที่ยวโดยเฉพาะ โรงแรมแห่งนี้มีการตกแต่งภายในสุดชิค และถูกออกแบบมาอย่างเป็นมิตรกับจักรยาน ดังนั้นแขกสามารถเช็กอินและเช็กเอาท์พร้อมจักรยานได้อย่างสะดวกสบาย มีเลานจ์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงให้นักท่องเที่ยวสามารถมาพบปะกันได้ แถมห้องพักก็ยังมีที่จอดจักรยานติดตั้งไว้ให้ด้วย เจ๋งใช่ไหมล่ะครับ!
PLAYatré Tsuchiura (PLAYatré土浦)
ที่อยู่: 1-30 Ariakecho, Tsuchiura, Ibaraki 300-0035
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี Tsuchiura (土浦駅)
ปิดท้าย
จังหวัดอิบารากิอาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมเท่ากับจังหวัดอื่นๆ ในภูมิภาคคันโต แต่มันมีเซอร์ไพรส์ให้นักท่องเที่ยวอยู่มากมาย และด้วยทำเลที่อยู่ใกล้โตเกียว จังหวัดนี้จึงเป็นจุดหมายที่เดินทางไปด้วยรถไฟได้ง่าย และถือเป็นสวรรค์ทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบการสำรวจสถานที่ใหม่ๆ ด้วยจักรยาน ในทริปนั่งรถไฟเที่ยวครั้งหน้า ลองไปที่อิบารากิดูไหม? คุณอาจพบว่ามันมีเซอร์ไพรส์รออยู่มากกว่าที่คิด!
JR TOKYO Wide Pass
กำลังวางแผนจะไปเที่ยวจังหวัดอิบารากิอยู่หรือเปล่า? ถ้าใช่ คุณอาจจะอยากซื้อ JR TOKYO Wide Pass ตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว (รวมถึงรถไฟชินคันเซ็น รถไฟ Joyful Train บางขบวน และรถไฟ Fuji Excursion) ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 3 วันติดกัน
ด้วยราคาเพียง 15,000 เยน ตั๋วนี้เอื้อให้คุณเดินทางรอบจังหวัดอิบารากิด้วยรถไฟสาย Jōban สาย Mito และสาย Suigun รวมถึงไปยังจุดท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับทริปไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ด้วย เช่นคารุอิซาว่า นิกโก แหลมอิสุ และอีกมากมาย ตั๋วนี้ยังสามารถใช้กับประตูอัตโนมัติได้ และคุณสามารถสำรองที่นั่งบนชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษบางขบวน และรถไฟ Joyful Train ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าได้ฟรีถึง 1 เดือนผ่าน JR-EAST Train Reservation
เครดิตภาพปก: photoAC