เมื่อพูดถึงฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงดอกซากุระ (桜) สีชมพูที่ทั้งสวยงามและบอบบาง ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติจากทั่วทุกสารทิศต่างเผ้ารอที่จะมารวมตัวกันเพื่อชื่นชมความงามของดอกไม้ที่ร่วงเร็วเหล่านี้อย่างใจจดใจจ่อ แม้ว่าดอกซากุระที่บานเต็มที่จะงดงามในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบอะไรที่มีชีวิตชีวาหรือมีให้เห็นเพียงชั่ววูบกว่านั้น ลองมาชมวิวซากุระบนรถไฟกันดูไหมคะ?
รถไฟยังคงเป็นพาหนะที่ใช้ในการเดินทางมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และคุณก็คงคิดเหมือนกันว่าการชมขบวนรถไฟเคลื่อนที่ผ่านดอกไม้หลากสีในฉากหลังก็น่าดึงดูดใจเป็นพิเศษ ภาพนี้ปรากฏให้เห็นเพียงไม่กี่วินาที (หรืออาจถึงนาทีถ้าคุณโชคดี) ดังนั้นการตั้งตารอและการจับภาพ ณ ช่วงเวลานั้นได้จึงเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นสุดๆ !
สถานีรถไฟและทางรถไฟหลายแห่งนั้นรายล้อมไปด้วยซากุระ แต่สถานที่ในญี่ปุ่นตะวันออกที่ฉันจะมาแนะนำในบทความนี้มีทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าแค่ต้นซากุระอีกนะคะ คุณพร้อมไหม? ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย~
① สวนอาชิโนะ | จ.อาโอโมริ
ช่วงเวลาเที่ยวชม: ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: จากสถานี JR Goshogawara (五所川原駅) เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย Tsugaru Railway Line แล้วลงที่สถานี Ashinokо̄en (芦野公園駅)
ที่แรกในลิสต์ของเราคือ สวนอาชิโนะ (芦野公園 Ashino Kо̄en) ที่ซ่อนตัวอยู่ในแถบสึการุ จังหวัดอาโอโมริ จังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่น ทันทีที่ลงจากรถไฟสาย Tsugaru Railway Line ที่สถานี Ashinokо̄en (芦野公園駅) คุณจะเจอกับวิวดอกซากุระที่ขนาบทั้งสองฝั่งของรางรถไฟรอต้อนรับคุณอยู่
ภาพของรถไฟสีส้มสดใสที่วิ่งผ่านอุโมงค์ซากุระเป็นภาพที่งดงามตระการตาและดึงดูดให้ผู้คนหลายพันคนมาเยือนในแต่ละปี สวนอาชิโนะมีต้นซากุระประมาณ 1,500 ต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์โซเมโยชิโนะสีชมพูอ่อน สวนนี้ยังเป็นสวนที่สมาคมดอกซากุระญี่ปุ่น (Japan Cherry Blossom Association) จัดให้เป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น (日本さくら名所100選) อีกด้วย
ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีการจัดเทศกาล Kanagi Sakura Festival (金木桜まつり Kanagi Sakura Matsuri) ขึ้นที่สวนอาชิโนะ โดยมีกิจกรรมมากมายให้ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลินกัน ไม่ว่าจะเป็นการประดับไฟในตอนกลางคืน ดอกไม้ไฟ และการแสดงชามิเซ็น (三味線 เครื่องสายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม) ที่ทุกคนรอคอย เพราะภูมิภาคสึการุนั้นขึ้นชื่อเรื่องนักเล่นชามิเซ็นมากฝีมือ ในช่วงเทศกาล สวนสาธารณะจะเปิดจนถึงเวลา 21:00 น. เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับวิวซากุระในยามค่ำคืน (夜桜 yozakura)
② สะพานชิบาตะเซโนเคียว ที่ฮิโตเมะ เซ็มบงซากุระ | จ.มิยางิ
ช่วงเวลาเที่ยวชม: ต้นถึงกลางเดือนเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Funaoka (船岡駅) หรือสถานี JR О̄gawara บนทางรถไฟสาย JR Tohoku Main Line
ต่อไปเราจะมุ่งหน้าลงใต้ไปยังริมฝั่งแม่น้ำชิโรอิชิ (白石川) ในจังหวัดมิยางิ ณ สถานที่ที่ชื่อว่า ฮิโตเมะ เซ็มบงซากุระ (一目千本桜 Hitome Senbonzakura) ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “ซากุระ 1,000 ต้นที่เห็นได้พร้อมกันทีเดียว” ทิวทัศน์อันตระการตาของรถไฟที่วิ่งขนาบแนวต้นซากุระที่พลิ้วไหวอย่างแผ่วเบาในสายลมโดยมีภูเขาซาโอะที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะอยู่เบื้องหลังนั้น จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน! คุณสามารถชมวิวนี้ได้อย่างง่ายดายจากบนสะพานชิบาตะเซ็นโอเกียว (しばた千桜橋 Shibata Sen’о̄kyо̄) ที่สร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในปี 2015 ตัวสะพานอยู่ห่างจากสถานี JR Funaokaโดยใช้เวลาเดินเพียง 15 นาที
นอกจากวิวจากสะพานชิบาตะเซ็นโอเกียวแล้ว คุณยังสามารถชมทัศนียภาพที่หลากหลายแบบพาโนรามาขณะที่เดินเล่นไปตามริมแม่น้ำชิโรอิชิได้อีกด้วย ภาพของเรือท่องเที่ยวที่แล่นไปตามแม่น้ำ ทิวทัศน์ของดอกซากุระ ภูเขาที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะ และท้องฟ้าสีครามที่สะท้อนให้เห็นชัดในแม่น้ำเป็นภาพที่สวยสะกดทุกสายตา ด้วยวิวทิวทัศน์ที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฮิโตเมะ เซ็มบงซากุระจะเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระยอดนิยมในญี่ปุ่นด้วย
ใกล้ๆ กันนั้นยังมีสวนซากปราสาทฟุนาโอกะ (船岡城址公園 Funaoka Jо̄shi Kо̄en) ที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์บนรถรางย้อนยุคที่วิ่งผ่านอุโมงค์ซากุระยาว 300 เมตรได้!
ตามไปอ่านคู่มือแนะนำวิธีการเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่ดีเยี่ยมที่สุดที่ฮิโตเมะ เซ็มบงซากุระ ได้ในอีกบทความหนึ่งของฉันที่นี่
③ สวนคาโจ | จ.ยามากาตะ
ช่วงเวลาเที่ยวชม: กลางถึงปลายเดือนเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: เดิน 10 นาที จากสถานี JR Yamagata (山形駅) บนทางรถไฟสาย Yamagata Shinkansen Line / JR Ou Main Line / JR Senzan Line / JR Aterazawa Line
คุณชื่นชอบปราสาทญี่ปุ่นหรือเปล่า? ในจังหวัดยามากาตะนั้น เพียงเดิน 10 นาทีจากสถานี JR Yamagata (山形駅) คุณก็จะพบกับสวนคาโจ (霞城公園 Kajо̄ Kо̄en) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทยามากาตะ ปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ รางรถไฟถูกสร้างขึ้นข้างๆ สวน ทำให้คุณสามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพของกำแพงหิน คูเมือง ดอกซากุระ และชินกันเซ็น (新幹線 รถไฟหัวกระสุน) ที่วิ่งผ่านมาได้ แต่ตอนจะถ่ายรูปต้องรีบหน่อยนะ เพราะแม้ว่าชินกันเซ็นจะไม่ได้วิ่งที่ความเร็วสูงสุดเนื่องจากอยู่ใกล้สถานีแล้ว แต่รถไฟก็ยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากอยู่ดี!
นอกจากชินกันเซ็นแล้ว รถไฟธรรมดาที่วิ่งบนทางรถไฟ JR Ou Main Line, JR Aterazawa Line และ JR Senzan Line ก็วิ่งบนรางเส้นทางนี้เช่นกัน
ตอนเย็นในช่วงที่ดอกซากุระกำลังบานเต็มที่ จะมีการประดับไฟที่ต้นซากุระซึ่งทำให้เกิดภาพที่สวยงามสะท้อนน้ำในคูน้ำ น้ำในคูน้ำค่อนข้างนิ่ง ทำให้กลีบดอกซากุระร่วงหล่นจากต้นนั้นลอยทับถมกันอยู่บนน้ำ และกลายเป็นพรมซากุระ (花筏 hana ikada) สีชมพูในที่สุด
④ Yamagata Railway Flower Nagai Line | จ. ยามากาตะ
ช่วงเวลาเที่ยวชม (ซากุระ): กลางถึงปลายเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: จากสถานี JR Akayu (赤湯駅) บนทางรถไฟ Yamagata Shinkansen Line หรือ สถานี JR Imaizumi (今泉駅) บนทางรถไฟ JR Yonesaka Line เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ Yamagata Railway Flower Nagai Line (山形鉄道フラワー長井線)
ยังคงอยู่กันที่จังหวัดยามากาตะ สถานที่ถัดไปไม่ได้เป็นสถานที่ ณ จุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นทางรถไฟทั้งสาย นั่นคือทางรถไฟ Yamagata Railway Flower Nagai Line (山形鉄道フラワー長井線) ที่มีความยาว 30.5 กิโลเมตร ซึ่งให้เราได้ชมวิวของรถไฟและดอกไม้ วิวที่มีชื่อเสียงที่สุดคือวิวในภาพด้านบน ภาพของรถไฟที่วิ่งไปตามแนวต้นซากุระโดยมีเทือกเขาอาซาฮี (Asahi Mountain Range) ที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะเป็นฉากหลัง คุณสามารถชมวิวนี้ได้ทันทีหลังจากที่รถไฟวิ่งข้ามสะพานโมกามิกาวะเคียวเรียว (最上川橋梁 Mogamigawa Kyо̄ryо̄) สะพานรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีจากสถานี Arato (荒砥駅)
อย่างที่คุณน่าจะเดาได้จากชื่อ ทางรถไฟ Flower Nagai Line ได้ชื่อมาจากจุดชมดอกไม้สวยๆ ที่สามารถเพลิดเพลินได้ระหว่างทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน นอกจากดอกซากุระที่หลายคนรักแล้ว คุณยังสามารถดื่มด่ำไปกับดอกไม้หลากสีสันได้อีกมากมายหลายชนิด เช่น ดอกไอริส (あやめ ayame) ดอกคำฝอย (紅花 benibana ดอกไม้ประจำจังหวัดยามากาตะ) ดอกแดฟโฟดิล (水仙 suisen) ดอกดาเลีย ดอกทานตะวัน และอีกมากมาย!
และเพื่อเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีก รถไฟบางขบวนจะถูกปกคลุมด้วยลวดลายดอกไม้หลากสีที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาล ยามากาตะมีความหมายแบบตรงตัวว่า “รูปทรงของภูเขา” และยังเป็นจังหวัดที่มีภูเขามากมายด้วย ทำให้ตามเส้นทาง Flower Nagai Line เรามักจะมองเห็นภูเขาอยู่เป็นฉากหลัง ตลอดเส้นทางนี้มีอาคารตั้งอยู่ห่างๆ กันเพียงไม่กี่อาคารเท่านั้น ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวชนบทที่มีภูเขาที่ยอดปกคลุมไปด้วยหิมะและนาข้าวได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีอะไรมาบัง
⑤ ซากุระพันธ์ุย้อยที่ Nicchu Line | จ.ฟุกุชิมะ
ช่วงเวลาเที่ยวชม: กลางถึงปลายเดือนเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: เดิน 20 นาทีจากสถานี JR Kitakata (喜多方駅) บนทางรถไฟ JR Ban-etsu West Line
มุ่งหน้าต่อไปยังจังหวัดฟุกุชิมะ ในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่าคิตากาตะ มีต้นซากุระพันธุ์ย้อย (しだれ桜 shidare-zakura) อยู่ตามแนวทางเดิน Nicchu Line Memorial Cycling Pedestrians’ Path (日中線記念自転車歩行者道のしだれ桜並木 Nicchūsen kinen jitensha hokōshadō no shidare-zakura namiki) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า เส้นทางนิจจูซากุระพันธุ์ย้อย หรือ Nicchu Line Weeping Cherry Blossoms (日中線しだれ桜並木 Nicchūsen Shidare-zakura Namiki)
ระหว่างทางจะพบกับรถจักรไอน้ำ (SL) ที่ปลดระวางแล้วตั้งอยู่ แม้จะไม่ใช่รถไฟที่วิ่งได้ แต่ฉันแนะนำสถานที่นี้ไว้สำหรับผู้ที่ต้องการชมรถจักรไอน้ำแต่ไม่สามารถนั่งรถไฟได้เนื่องจากวันเวลาการวิ่งที่จำกัดของรถไฟ ตัวรถไฟมีสีดำขลับทำให้ได้ภาพที่สวยตะลึงเมื่อถ่ายคู่กับดอกซากุระสีชมพูสวย
ทางรถไฟสายเก่าของ Nicchu Railway Line ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นเส้นทางสำหรับนักปั่นจักรยานและคนเดินเท้าที่มีระยะทางยาว 3 กม. โดยมีต้นซากุระพันธุ์ย้อยเรียงรายอยู่ 1,000 ต้น ซากุระพันธุ์ย้อยไม่เหมือนกับสายพันธุ์โซเมโยชิโนะตรงที่กิ่งก้านจะห้อยลงมาด้านล่าง และกลีบดอกมีสีชมพูเข้มกว่า การเดินเล่นใต้ม่านซากุระสีชมพูเหล่านี้คงทำให้รู้สึกผ่อนคลายไม่น้อยเลย
⑥ รถไฟ Aizu Railway สถานี Yunokami-Onsen | จ.ฟุกุชิมะ
ช่วงเวลาเที่ยวชม: กลางถึงปลายเดือนเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: จากสถานี JR Aizu-Wakamatsu (会津若松駅) บนทางรถไฟ JR Ban-etsu West Line เปลี่ยนไปขึ้น Aizu Railway Aizu Line แล้วลงที่สถานี Yunokami-Onsen (湯野上温泉駅)
ยังคงอยู่กันที่จังหวัดฟุกุชิมะ กับสถานี Yunokami-Onsen (湯野上温泉駅) ที่รถไฟ Aizu Railway วิ่งผ่าน ที่นี่มีจุดเด่นคืออาคารสถานีหลังคามุงด้วยฟาง (茅葺き屋根 kayabuki-yane) ที่ชมหาได้ยาก ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ใช้มุงหลังคาที่โออุจิจูกุ (大内宿 Ouchijuku) เมืองเก่าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งมีบ้านหลังคามุงด้วยฟางอยู่ประมาณ 40 หลัง
ที่สถานี Yunokami-Onsen คุณสามารถดื่มด่ำบรรยากาศย้อนยุคไปกับรถไฟที่วิ่งเข้าออกสถานีพร้อมด้วยซากุระพันธุ์โซเมโยชิโนะและหลังคาฟางที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีซึ่งเป็นภาพที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปยังอดีต อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานี Yunokami-Onsen ก็คือ ออนเซ็นเท้า (足湯 ashiyu) ที่มองเห็นชานชาลาได้และสามารถใช้บริการได้ฟรี ซึ่งถ้าได้แช่เท้าในฤดูใบไม้ผลิที่อากาศเย็นและสามารถชมดอกซากุระไปด้วยได้ล่ะก็ จะยิ่งรู้สึกมีความสุขสุดๆ ไปเลย
⑦ Watarase Keikoku Railway Gо̄do Station | จังหวัดกุนมะ
ช่วงเวลาเที่ยวชม: ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: จากสถานี JR Kiryū (桐生駅) บนทางรถไฟ JR Ryomo Line เปลี่ยนไปขึ้น Watarase Keikoku Railway Watarase Keikoku Line แล้วลงที่สถานี Gо̄do (神戸駅)
เดินทางออกจากภูมิภาคโทโฮคุขยับเข้ามาใกล้โตเกียวมากขึ้น จุดหมายถัดไปของเราคือ Watarase Keikoku Railway เส้นทางรถไฟที่วิ่งระหว่างจังหวัดกุนมะและจังหวัดโทจิกิในภูมิภาคคันโต ทางรถไฟสายนี้วิ่งผ่านแม่น้ำวาตาราเสะ (Watarase River) และช่องเขาที่สวยงามราวกับภาพวาด พร้อมด้วยทิวทัศน์ที่สามารถเพลิดเพลินได้จากหน้าต่างรถไฟ เมื่อเข้าใกล้สถานี Gо̄do (神戸駅) คุณจะพบกับอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูรอต้อนรับอยู่ (หมายเหตุ: สถานี Gо̄do ใช้ตัวอักษรคันจิเดียวกับสถานี Kо̄beในภูมิภาคคันไซ ระวังอย่าสับสนนะ!)
แม้ว่าตลอดเส้นทาง Watarase Keikoku Line จะมีหลายจุดที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระและรถไฟได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่าจุดที่ดีที่สุดคือบริเวณรอบๆ สถานี Gо̄do ซึ่งเราจะได้เห็นดอกซากุระโซเมโยชิโนะสีชมพูอ่อนตัดกับดอกฮานะโมโมะ (花桃 ดอกท้อ) สีชมพูเข้มทำให้ได้บรรยากาศที่เหมือนกับโลกแฟนตาซีขึ้นมา ฮานาโมโมะเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและแฟนๆ
หิวหรือเปล่าเอ่ย? สิ่งหนึ่งที่ทำให้สถานี Gо̄do น่าสนใจก็คือร้านอาหารบนชานชาลาที่ชื่อว่า Seiryu (清流) ซึ่งถูกสร้างอยู่ในตู้รถไฟซีรีส์ 1720 สองตู้ที่เคยใช้ในรถไฟสาย Tobu Railway ถ้าคุณได้ไปที่นี่ อย่าลืมลองชิมเมนูแนะนำอย่างแกงกะหรี่เห็ด (きのこカレー) ไมตาเกะโซบะ (舞茸そば) และเซ็ตหมูย่างขิง (しょうが焼き定食) ดูนะคะ คุณสามารถซื้อเอกิเบ็น (駅弁 ข้าวกล่องสำหรับรับประทานบนรถไฟ) ได้ที่นี่ด้วย
⑧ SL・Sakura・Nanohana Road | จ.โทจิกิ
ช่วงเวลาเที่ยวชม: ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: จากสถานี JR Shimodate (下館駅) บนทางรถไฟ JR Mito Line เปลี่ยนไปขึ้น Moka Railway Moka Line แล้วลงที่สถานี Kitamoka (北真岡駅) จากสถานี Kitamoka ไปยังจุดชมวิวใช้เวลาเดิน 8 นาที
คงไม่มีอะไรดีไปกว่าวิวซากุระและรถไฟ วิวของดอกซากุระและนาโนะฮานะ (菜の花 ดอกเรพซีด) สีเหลืองสดใส ซึ่งดูสวยงามยิ่งขึ้นเมื่ออยู่กับรถจักรไอน้ำ (SL) และไอน้ำที่พวยพุ่งออกมา! ถนน SL・Sakura・Nanohana (SL・桜・菜の花街道 SL Sakura Nanohana Kaidо̄) ริมทางรถไฟ Moka Railway Moka Line มีวิวนี้ให้คุณชมได้ จุดชมวิวที่อยู่ห่างจากสถานี Kitamо̄ka (北真岡駅) ไปประมาณ 500 เมตร.ทางทิศตะวันออกนั้น เป็นจุดที่ดึงดูดคนรักรถไฟจากทั่วประเทศให้มารวมตัวกันเพื่อดูรถจักรไอน้ำ SL Moka (SLもおか号 SL Mо̄ka-gо̄) โดยเฉพาะ
SL Moka ให้บริการเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดบางวันเท่านั้น หากต้องการดูปฏิทินฉบับเต็มและสถานที่จองตั๋วโดยสาร SL โปรดไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) รถไฟ SL Moka วิ่งเพียงปีละสองวันเท่านั้น โดยจะวิ่งหนึ่งครั้งในช่วงสุดสัปดาห์หนึ่งขณะที่ซากุระกำลังบานเต็มที่ โดยให้บริการไปกลับวันละ 1 เที่ยว วิ่งผ่าน SL・Sakura・Nanohana Road ในระหว่างเวลา 11:13–11:25 น. และ 15:11–15:28 น.
SL・Sakura・Nanohana Road นั้นเรียงรายไปด้วยต้นซากุระพันธุ์โซเมโยชิโนะประมาณ 800 ต้น และต้นซากุระพันธุ์ย้อยกว่า 200 ต้น โดยมีทุ่งนาโนะฮานะกว้างใหญ่อยู่ด้านข้าง ต่อให้คุณไม่สามารถนั่งรถไฟ SL Moka ในวันใดวันหนึ่งจากสองวันที่รถไฟวิ่งได้ แต่การเดินทางไปชมทิวทัศน์โดยรถไฟ Moka Railway ขบวนธรรมดาก็ยังถือว่าคุ้มค่า! โดยตัวรถไฟนั้นจะมีด้านบนเป็นลายตารางหมากรุกสีเขียวและด้านล่างตกแต่งด้วยสีแดงสด
⑨ Kominato Railway Line | จ.ชิบะ
ช่วงเวลาเที่ยวชม: ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี)
การเดินทาง: จากสถานี JR Goi (五井駅) บนทางรถไฟสาย JR Uchibo Line เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย Kominato Railway Line
ที่สุดท้าย ในจังหวัดชิบะ เรามีทางรถไฟสาย Kominato Railway Line ที่จะพาเราไปเพลิดเพลินกับทั้งดอกซากุระและนาโนะฮานะได้แบบเต็มอิ่ม วิวหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดคือ “กระจกน้ำ” (水鏡 mizukagami) ใกล้กับสถานี Itabu (飯給駅) ผืนน้ำนิ่งราวกับกระจกในนาข้าวนี้สะท้อนภาพของรถไฟที่วิ่งผ่านไปมาและทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างลงตัว เป็นวิวทิวทัศน์ที่จะมหัศจรรย์ยิ่งขึ้นในตอนกลางคืนเมื่อต้นไม้มีไฟประดับสว่างไสว
นอกจากซากุระแล้ว คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับดอกนาโนะฮานะตามจุดต่างๆ ตลอดเส้นทางได้ด้วย โดยสามารถเดินไปยังทุ่งนาโนะฮานะอันกว้างใหญ่ได้ใน 15 นาทีจากสถานี Yōrōkeikoku (養老渓谷駅) ซึ่งอยู่ห่างจากสถานี Itabu เพียง 3 สถานีเท่านั้น
โดยทั่วไป รถไฟพิเศษแบบเปิดโล่ง Satoyama Torokko Ressha (里山トロッコ列車) จะวิ่งให้บริการตามทางรถไฟ Kominato Line ในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น แต่ในช่วงที่ดอกซากุระและนาโนะฮานะบาน รถไฟดังกล่าวจะวิ่งในวันธรรมดาด้วย รถไฟที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงขบวนนี้ติดตั้งหัวรถจักรไอน้ำจำลองเพื่อรำลึกถึงรถจักรไอน้ำ SL ปลดระวางที่เคยวิ่งบนเส้นทาง Kominato Line มาก่อน
การเดินทางไปที่นั่น
ภูมิภาคญี่ปุ่นตะวันออกเต็มไปด้วยสถานที่มากมายให้คุณได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติ โดยเฉพาะดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ วิวของดอกไม้จะยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นเมื่อมีรถไฟวิ่งผ่าน ซึ่งให้องค์ประกอบภาพที่มีพลัง ครั้งต่อไปที่คุณมาเที่ยวญี่ปุ่นตะวันออกในฤดูใบไม้ผลิ อย่าลืมแวะเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้ดูนะคะ!
JR EAST PASS (Tohoku area)
ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) เป็นตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้แบบไม่จำกัดเที่ยว รวมถึงรถไฟชินกันเซ็นและ Joyful Train ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยความที่ตั๋วนี้มีราคาเพียง 30,000 เยนและใช้ได้ไม่จำกัดตลอดเวลา 5 ติดกัน มันจึงเป็นตั๋วคู่ใจชั้นเยี่ยมสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟของคุณ ผู้ถือตั๋ว Pass นี้ยังสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าได้นานถึง 1 เดือนได้ฟรีผ่านทาง JR-EAST Train Reservation
ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) ยังสามารถใช้กับประตูอัตโนมัติได้ และผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้ตั๋วนี้ได้ด้วย
JR TOKYO Wide Pass
ตั๋ว JR TOKYO Wide Pass เป็นตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้แบบไม่จำกัดเที่ยว รวมถึงรถไฟชินกันเซ็นและ Joyful Train ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 3 วันติดกัน ด้วยความที่ตั๋วนี้มีราคาเพียง 15,000 เยนและใช้ได้ไม่จำกัดตลอดเวลา 3 ติดกัน มันจึงเป็นตั๋วคู่ใจชั้นเยี่ยมสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟของคุณ ผู้ถือตั๋ว Pass นี้ยังสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าได้นานถึง 1 เดือนได้ฟรีผ่านทาง JR-EAST Train Reservation
ตั๋ว JR TOKYO Wide Pass ยังสามารถใช้กับประตูอัตโนมัติได้ และผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้ตั๋วนี้ได้ด้วย
เครดิตภาพส่วนหัว: JR East / Shinoda
Translated by ANNGLE