สถานี Ōmiya (大宮駅) เป็นสถานีทางผ่านของทางรถไฟชินคันเซ็นร่วมกว่าครึ่งของทั้งหมดในญี่ปุ่น แต่บรรดาพิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้า สวน และอาหารท้องถิ่นในจังหวัดไซตามะนั้น ยังเปรียบเหมือนความลับของญี่ปุ่นที่ไม่มีใครล่วงรู้ ถ้าคุณกำลังมองหาจุดท่องเที่ยวลับๆ บนเส้นทางรถไฟชินคันเซ็นในญี่ปุ่นที่เดินทางไปได้ง่ายสุดๆ อยู่ล่ะก็ ลองมาเที่ยวที่โอมิยะและค้างในไซตามะสักคืนหนึ่งดูสิ!

 

ไซตามะ: จังหวัดที่เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์

จุดวิวสวยใกล้สถานี Ōmiya | ©Japankuru

ในฐานะจังหวัดเพื่อนบ้านที่ตั้งอยู่ทางเหนือของโตเกียว ไซตามะเป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่ซ่อนวัฒนธรรม อาหาร และความสนุกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาที่ญี่ปุ่น ซึ่งส่วนมากนักท่องเที่ยวจะไม่เคยมีเวลาพอสำหรับการเที่ยวเมืองที่อยู่ติดขอบเมืองหลวงประเทศญี่ปุ่นแห่งนี้เลย แต่ผู้ที่มาเที่ยวไซตามะนั้นจะได้เพลินไปกับสวนญี่ปุ่นที่เงียบสงบ พิพิธภัณฑ์ที่ครึกครื้น ศาลเจ้าเก่าแก่ อาหารเลิศหรู และชีวิตเมืองยามค่ำคืนที่ใครๆ ก็สนุกได้

ถึงอย่างนั้น นักท่องเที่ยวหลายคนมักมองข้ามพื้นที่แถวนี้ไป แล้วหันไปเที่ยวจุดที่มีชื่อเสียงมากกว่า แต่โชคยังดีที่ไซตามะเป็นจังหวัดที่เดินทางจากโตเกียวไปได้ง่าย แถมยังเดินทางโดยตรงจากสนามบินนาริตะและสนามบินฮาเนดะได้ด้วย รถไฟชินคันเซ็นทุกสายของ JR EAST ที่มุ่งหน้าไปยังภูมิภาคตอนเหนืออันสวยงามของญี่ปุ่นนั้น มักแวะจอดที่สถานี Ōmiya ของไซตามะเสมอ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่เป็นชุมสายยานพาหนะและศูนย์กลางของชีวิตชาวเมืองจังหวัดไซตามะ ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวจากโตเกียวหรือสนามบินไปยังเซ็นได อาโอโมริ นีงาตะ นากาโนะ คานาซาว่า หรือพื้นที่ชื่อดังอื่นๆ ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นล่ะก็ สถานี Ōmiya ก็คือสถานที่ที่อยู่บนเส้นทางของคุณ! สำหรับนักท่องเที่ยวที่หวังจะไปเก็บสิ่งน่าสนใจของญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเพิ่มเข้าไปในการเดินทางได้นั้น การแวะเที่ยวที่โอมิยะและชมจังหวัดไซตามะเป็นวิธีเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ เข้าไปในทริปที่ดีทีเดียว

ในการตามหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ของจังหวัดไซตามะ เราได้ปรึกษาบรรดาคนที่รู้ดีที่สุด นั่นคือพนักงานการรถไฟ JR ที่ประจำอยู่ ณ สถานีรถไฟท้องถิ่นของไซตามะ! มาร่วมดูสิ่งพวกเขาแนะนำว่าน่าลองไปพบเจอในไซตามะกับเราได้เลย

 

สถานี Ōmiya: สถานีสำหรับคนรักรถไฟ

ยินดีต้อนรับสู่สถานี Ōmiya | ©Japankuru
The Railway Town Omiya | ©JR EAST

สถานี Ōmiya ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1885 ซึ่งเป็นช่วงที่การรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น (Nippon Railway) กำลังสร้างทางรถไฟสายแรกๆ เพื่อเชื่อมกรุงโตเกียวกับพื้นที่ในทางเหนือ และผู้คนมากมายที่เดินทางไปยังเส้นทางยอดนิยมเหล่านั้น มีส่วนในการทำให้สถานีนี้เป็นสถานีใหญ่ที่จอแจอย่างที่เห็นทุกวันนี้ พื้นที่บริเวณโอมิยะก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบันพร้อมกับทางรถไฟท้องถิ่น และปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งใน “เมืองรถไฟ” ไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่น โดยมีฉายาอย่างเป็นทางการว่า “เมืองรถไฟโอมิยะ” (The Railway Town Omiya) ในทุกวันนี้ สถานี Ōmiya เป็นหนึ่งในสิบสถานีรถไฟที่คึกคักที่สุดของ JR East และการที่ทางรถไฟชินคันเซ็นหลายสายของ JR EAST วิ่งผ่านสถานีแห่งนี้ ทำให้ตัวสถานีเป็นประตูสู่จังหวัดไซตามะและพื้นที่ญี่ปุ่นตอนเหนือที่เดินทางไปมาได้สะดวกสบาย แถมยังเป็นสวรรค์ของคนรักรถไฟชินคันเซ็นด้วย

ภายในสถานี Ōmiya | ©Japankuru

สถานี Ōmiya มีชานชลาชินคันเซ็น 3 ชานชลาที่เรียงติดกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากแม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นก็ตาม และชานชลาที่อยู่ตรงกลางยังมีจุดชมรถไฟชินคันเซ็นสำหรับให้ชมรถไฟด้วย แต่สำหรับนักชมรถไฟแล้ว ชานชลาชินคันเซ็นไม่ได้เป็นจุดยอดฮิตจุดเดียวในสถานี Ōmiya!

เพราะว่าใกล้ๆ กันมีศูนย์ Omiya General Rolling Stock Center ที่ถูกสร้างเมื่อปี 1894 โดยมีรางรถไฟเชื่อมไปยังสถานี Ōmiya โดยในปัจจุบันศูนย์ดังกล่าวยังคงถูกใช้งานอยู่ในฐานะศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟ JR ทุกประเภท ผมแนะนำให้ลองไปดูบริเวณรางหมายเลข 11 ของสถานี Ōmiya และถ้าคุณโชคดี คุณจะได้เจอกลุ่มคนรักรถไฟและได้ดูรถไฟที่หาชมได้ยากซึ่งกำลังเข้ารับการซ่อมบำรุงไปด้วยกัน

บรรดาร้านค้าและร้านอาหารมากมายในสถานี Ōmiya | ©Japankuru

สถานี Ōmiya มีบรรยากาศคึกคักทั้งสองฝั่งประตูตรวจตั๋ว โดยมีร้านรวงและร้านอาหารต่างๆ ตั้งอยู่ตามสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานี อีกทั้งพื้นที่จัดอีเวนต์เองก็มักถูกใช้ในการขายของดีประจำถิ่นจากทั่วประเทศญี่ปุ่น พร้อมมีเอกิเบ็น (駅弁, ข้าวกล่องตามสถานีรถไฟ) หลากหลายแบบให้เลือกอร่อยได้ระหว่างที่เดินทางบนรถไฟชินคันเซ็น

คำแนะนำจากพนักงานสถานีรถไฟ Ōmiya: ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะเลือกเอกิเบ็นแบบไหนดี ขอแนะนำโทเกะ โนะ คามาเมชิ (峠の釜めし, Tōge no Kamameshi) จากโอกิโนยะ (Oginoya) หรือกิวนิคุ โดะมันนากะ (肉どまん中, Gyūniku Domannaka) ที่มีดาวเด่นคือข้าวโดะมันนากะของจังหวัดยามากาตะและเนื้อวัววากิว หรือไม่ก็ข้าวกล่องแบบอุ่นร้อน (!) จำนวนจำกัดที่มีลิ้นวัวเซนได(牛タン gyūtan) สักกล่อง!

JR EAST Travel Service Center ที่สถานี Ōmiya | ©JR EAST

แต่จุดหนึ่งในสถานีที่นักท่องเที่ยวจะต้องอยากไปดูก็คือ JR EAST Travel Service Center ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวของ JR ประจำอยู่เพื่อคอยช่วยนักท่องเที่ยววางแผนเที่ยวทริปในฝัน หรือช่วยให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สักอย่างสองอย่างก็ได้เหมือนกัน ศูนย์นี้เป็นที่ที่เยี่ยมสำหรับการหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อเพิ่มเข้าไปในแผนเที่ยว และตามคำบอกเล่าของพนักงานสถานี Ōmiya นั้น บูธ Station Work ที่ซ่อนอยู่ข้างๆ เคาน์เตอร์อาจจะเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มองหาจุดเงียบสงบไว้นั่งรอรถไฟ

ถ้าคุณมองหาจุดนัดพบเพื่อเจอเพื่อนหรือครอบครัวหลังเดินสำรวจรอบๆ สถานีอยู่ล่ะก็ คนในท้องที่โอมิยะจะแนะนำว่ามาเมะโนะคิ (豆の木, ต้นถั่ว) เหล็กอันใหญ่เป็นจุดนัดพบยอดฮิตของทุกคน ดังนั้น คุณสามารถนัดรวมตัวกันที่มาเมะโนะคิก่อนที่จะไปขึ้นรถไฟ หรือก่อนออกจากสถานีเพื่อไปเที่ยวรอบๆ พื้นที่โอมิยะก็ได้เลย

สำรวจพื้นที่ยามค่ำคืนรอบๆ สถานี Ōmiya | ©Japankuru

ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีสีสันสักนิดล่ะก็ ลองใช้เวลายามค่ำในพื้นที่รอบๆ สถานี Ōmiya เพื่ออร่อยกับอาหารดีๆ และดื่มให้เต็มอิ่มดูสิ โดยผู้ที่ทำงานในเวิร์กชอปการรถไฟจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมาได้ทำให้เมนูนาโปลิตัน พาสต้า (สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ) กลายเป็นเมนูโปรดประจำถิ่น จนถึงขั้นที่ว่าร้านอาหารท้องถิ่นหลายร้านต่างเชี่ยวชาญในการทำเมนูนี้ และอยู่ในสังกัดสมาคมนาโปลิตันแห่งโอมิยะ (Omiya Napolitan Association)

ในส่วนของร้านผับอิซากายะที่เต็มไปด้วยคนท้องที่ และบาร์กับชีวิตยามค่ำคืนนั้น แนะนำให้ไปตามถนนใกล้ๆ สถานีรถไฟซึ่งจะมีคนคึกคักเป็นพิเศษในช่วงหลังฟ้ามืด ตามคำบอกเล่าของพนักงานสถานี Ōmiya นั้น ถนนซุซุรัน-โดริ (すずらん通り Suzuran-dōri) เป็นที่ที่ต้องไปถ้ามองหาร้านแฟรนไชส์ญี่ปุ่นและร้านค้าใหญ่ๆ ที่มีโอกาสมีพนักงานพูดภาษาอังกฤษประจำอยู่มากกว่า ในทางกลับกัน ถนน West Side ใกล้ๆ นั้นจะมีบาร์และร้านอาหารเล็กๆ เยอะกว่า แต่ไม่ว่าคุณจะไปที่ร้านไหนตาม คุณจะได้เห็นว่าชีวิตยามค่ำคืนของโอมิยะเป็นอย่างไร!

 

แถม: เดินทางย้อนเวลา ณ พิพิธภัณฑ์รถไฟญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์รถไฟญี่ปุ่น | ©The Railway Museum

ใกล้ๆ กับสถานีจะมีพิพิธภัณฑ์รถไฟ ซึ่งเป็นที่ที่ควรค่าแก่การแวะเยี่ยมไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับรถไฟหรือไม่ก็ตาม คุณจะได้ชมห้องล้อขับเคลื่อนอันน่าทึ่งที่เต็มไปด้วยรถไฟของจริงทั้งขบวนที่ใหม่และเก่า รวมถึงการจัดแสดงมิติทัศน์โมเดลรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และนิทรรศการที่ให้เราได้ลองสัมผัสประสบการณ์ได้ ตั้งแต่วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกลไกของรถไฟ ไปจนถึงเพลงและภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถไฟ แถมทางพิพิธภัณฑ์ยังมีเครื่องจำลองรถไฟมากมายที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้เข้าชม ซึ่งเครื่องจำลองเหล่านี้เปิดโอกาสให้เราได้ลองขับโมเดลจำลองรถไฟฮายาบุสะชินคันเซ็น และโมเดลจำลองรถไฟหัวจักรไอน้ำ หรือแม้แต่ได้ลองทำงานเป็นผู้ควบคุมรถไฟโดยการเปิดประตูรถไฟและพูดประกาศต่างๆ อีกด้วย

อร่อยกับอาหารในตู้รถไฟเก่า | ©Japankuru

ถ้าคุณกำลังรู้สึกหิว คุณสามารถซื้อข้าวกล่องเอกิเบ็นของจริงแล้วไปอร่อยกับข้าวกล่องของคุณในตู้รถไฟเก่าได้ด้วย! สำหรับการเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์ คุณสามารถขึ้น Saitama New Urban Transit New Shuttle แล้วนั่งไปแค่สถานีเดียวเพื่อไปลงที่สถานี Tetsudō-Hakubutsukan (鉄道博物館駅 Tetsudō-Hakubutsukan-eki) ซึ่งตั้งอยู่ติดกับทางเข้าพิพิธภัณฑ์ได้

พิพิธภัณฑ์รถไฟ (鉄道博物館)
ที่อยู่: 3-47 Onari-cho, Omiya-ku, Saitama 330-0852
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี Tetsudō-Hakubutsukan (鉄道博物館駅) ของ Saitama New Urban Transit New Shuttle

 

สถานี Saitama-Shintoshin: ค้างสักคืนที่โรงแรมสุดหรู

ค้างคืนที่ Hotel Metropolitan Saitama-Shintoshin | ©Japankuru

หลังเดินชมที่ต่างๆ มาทั้งวัน สถานี Saitama-Shintoshin (さいたま新都心駅 Saitama-Shintoshin-eki) เป็นจุดพักค้างคืนชั้นดี โดย ณ ทางตะวันออกของสถานีจะมีอาคารคอมเพล็กซ์ Cocoon City ที่มีตัวเลือกร้านชอปปิงและร้านอาหารให้เราได้แวะพักเพื่อหาอะไรกินได้ และฝั่งตะวันตกของสถานีมีพลาซ่า Keyaki Hiroba ที่มักจัดตลาดและการแสดงแสงสีเพื่อให้ความบันเทิงยามค่ำคืน

และโรงแรม Hotel Metropolitan Saitama-Shintoshin ที่อยู่ห่างจากสถานีไปเพียงไม่กี่ก้าวนั้น เป็นจุดพักแรมที่สะดวกสบาย โดยมีห้องทั้งแบบ Superior Single, Double และ Twin รวมถึงห้องแบบ Executive Twin ที่หรูหราขึ้นมาหน่อยให้บริการ โดยโรงแรมสี่ดาวแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะจุดยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่กำลังไปงานอีเวนต์ต่างๆ ใกล้ Saitama Super Arena แต่ในความเป็นจริงแล้วโรงแรมนี้เป็นที่พักโปรดของคนรักรถไฟด้วย เพราะว่าห้องพักแขกฝั่งที่ติดกับสถานีนั้นเอื้อให้แขกได้ชมวิวมุมสูงของสถานี Saitama-Shintoshin นั่นเอง

บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าของ Hotel Metropolitan Saitama-Shintoshin | ©Japankuru

นอกจากนี้ แขกยังเลือกพักที่ Hotel Metropolitan Saitama-Shintoshin เพราะบุฟเฟต์อาหารเช้าของทางโรงแรมอีกด้วย ซึ่งเสิร์ฟทั้งไข่ไก่สดใหม่ ซอสถั่วเหลือง และวัตถุดิบอื่นๆ ที่ปลูกหรือผลิตในท้องถิ่น ที่ต่างนำมาประกอบกันเพื่อให้ได้เมนูอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นและสไตล์ตะวันตกรสเลิศ ทั้งคีช (Quiche) และซุปเต้าเจี้ยวอินากะจิรุ (田舎汁, ซุปชนบท) ของโรงแรมต่างได้รับรีวิวชมเชยอย่างล้นหลาม แถมซอสโฮมเมดที่สลัดบาร์เองก็เป็นที่นิยมมากจนพนักงานโรงแรมมักถูกถามว่าซอสมีจำหน่ายแบบขวดหรือไม่อยู่บ่อยครั้ง

เคาน์เตอร์อาหารเช้าของ Hotel Metropolitan Saitama-Shintoshin | ©Japankuru

น่าเสียดายที่ซอสสลัดนั้นไม่มีจำหน่าย แต่เบลนด์กาแฟและชาเฉพาะตัวของโรงแรมนั้นมีจำหน่าย! ในช่วงเวลาอื่นระหว่างวัน คาเฟ่โรงแรมก็มีบริการอาหารกลางวันโดยเสิร์ฟเมนูจานหลักแบบ A la carte รวมถึงให้บริการอาหารค่ำในวันเสาร์ด้วย ในส่วนของหวานเองก็มีให้อร่อยกันได้ในบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน ซึ่งมักรวมเมนูพิเศษเฉพาะฤดูกาลไว้ด้วย เช่นของหวานที่ทำด้วยสตรอว์เบอรี่อามาริน ซึ่งเป็นสตรอว์เบอรี่ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษในศูนย์วิจัยในจังหวัดไซตามะ โดยมีเสิร์ฟในเวลาจำกัด (15 มกราคม – 29 กุมภาพันธ์ 2024) แถมในตอนกลางคืนนั้นผนังของคาเฟ่และล็อบบี้จะทำหน้าที่เป็นพื้นหลังขนาดใหญ่สำหรับฉาย Projection Mapping ตามฤดูกาลด้วย!

Hotel Metropolitan Saitama-Shintoshin (ホテルメトロポリタン さいたま新都心)
ที่อยู่: JR Saitama-Shintoshin Bldg 5–10F, 11-1 Shintoshin, Chuo-ku, Saitama 330-0081
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี Saitama-Shintoshin (さいたま新都心駅)
เวลาเช็กอิน/เช็กเอาท์: 15.00 น. / 11.00 น.

 

แถม: ศาลเจ้าที่ไม่สะดุดตาแต่มีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่

ซุ้มประตูทางเข้าศาลเจ้าฮิคาวะ | ©Japankuru

หลังจากค้างคืนในไซตามะแล้ว ก่อนที่จะไปพื้นที่อื่นต่อ การแวะไปยังศาลเจ้าฮิคาวะเป็นการปิดท้ายการเที่ยวโลเคชั่นท้องถิ่นที่เยี่ยมไปเลย ทั่วทั้งภูมิภาคคันโตของญี่ปุ่นนั้นมีศาลเจ้าฮิคาวะร่วม 250 แห่งด้วยกัน แต่ศาลเจ้าฮิคาวะแห่งนี้ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าศาลเจ้ามุซาชิ อิจิโนะมิยะ ฮิคาวะ (武蔵一宮氷川神社 Musashi Ichinomiya Hikawa-jinja) ถือเป็นสาขาหลักของศาลเจ้าทั้งหมด โดยถือกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้ถูกก่อตั้งในปี 473 ก่อนคริสตกาล

กลุ่มอาคารด้านในศาลเจ้าฮิคาวะ | ©Japankuru

สิ่งสำคัญที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงก็คือทางเดินในศาลเจ้าที่ทอดตัวไปยังทางเข้า ซึ่งมีความยาวสองกิโลเมตรจากทางเข้า โดยซุ้มประตูศาลเจ้าที่อยู่ไกลสุดจากตัวศาลเจ้านั้นอยู่ห่างจากสถานี Saitama-Shintoshin เพียงหนึ่งช่วงตึก มันเป็นทางเดินเข้าศาลเจ้าที่ยาวสุดในญี่ปุ่น และแม้ว่าจะต้องใช้เวลาเดิน 30 นาทีจากต้นทางจนถึงสุดทาง แต่การเดินไปตามทางที่มีแนวต้นไม้เรียงสวยงามนั้นเป็นการเริ่มต้นวันอย่างสดชื่นทีเดียว ทันทีที่คุณมาถึงปลายทาง คุณจะได้มายืนอยู่ที่ศาลเจ้าซึ่งมีห้องโถงยิ่งใหญ่และพื้นที่โล่งกว้าง

ศาลเจ้ามุซาชิ อิจิโนะมิยะ ฮิคาวะ (武蔵一宮氷川神社)
ที่อยู่: 1-47 Takahana-cho, Omiya-ku, Saitama 330-0803
เวลาทำการ: 6.00 น. – 17.00 น.
การเดินทาง: เดิน 30 นาทีจากสถานี Saitama-Shintoshin (さいたま新都心駅) ผ่านทางเดินของศาลเจ้า หรือเดิน 18 นาทีจากสถานี Ōmiya (大宮駅)

 

พบกันเร็วๆ นี้ที่ไซตามะ!

วิวมุมสูงของสถานี Saitama-Shintoshin | ©Japankuru

ไม่มีอะไรจะเยี่ยมไปกว่าการท่องเที่ยวด้วยรถไฟชินคันเซ็นในญี่ปุ่นแล้ว และหนึ่งในข้อดีหลักๆ ของการนั่งรถไฟแทนเครื่องบินหรือรถบัสก็คือบรรดาจุดที่คุณแวะได้ตามทางนั่นเอง ดังนั้นครั้งต่อไปที่แผนเที่ยวของคุณมีการไปยังภูเขาเขียวขจีในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่นอย่างโฮคุริคุ (北陸) หรือชินเอ็ทสึ (信越) หรือจะไปยังพื้นที่โทโฮคุ (東北) ทางตะวันออกเฉียงเหนืออันเต็มไปด้วยหิมะล่ะก็ เพิ่มการแวะที่โอมิยะไว้ในแผนของคุณสิ แล้วลองมาแวะที่ไซตามะเพื่อเพิ่มความพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ให้กับทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปของคุณ!

 

JR TOKYO Wide Pass

ตั๋ว JR TOKYO Wide Pass และพื้นที่ที่ใช้ได้ | ©JR East

JR TOKYO Wide Pass เป็นตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East แบบไม่จำกัดเที่ยว  (รวมถึงชินคันเซ็น) ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 3 วันติดกัน ด้วยราคาเพียง 15,000 เยน คุณสามารถใช้มันเดินทางไปที่โอมิยะ และภายในกรุงโตเกียวและพื้นที่รอบๆ รวมถึงสถานที่อื่นๆ ในพื้นที่ที่กำหนดได้ อีกทั้งคุณยังสำรองที่นั่งแบบออนไลน์ล่วงหน้าได้ฟรีถึง 1 เดือนผ่าน JR-EAST Train Reservation

JR-EAST Train Reservation | ©JR East

เครดิตภาพปก: Japankuru

*ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ณ เดือนธันวาคม 2023