เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมปีนี้ (2023) ได้มีการประกาศปรับราคาตั๋วรถไฟ JR East ใหม่ โดยอายุใช้งานของตั๋วและพื้นที่ที่ครอบคลุมนั้นยังคงเดิม ทว่าด้วยราคาที่ปรับใหม่นี้ แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อวิธีที่นักท่องเที่ยวจะโดยสารรถไฟไปรอบๆ พื้นที่ตะวันออกของญี่ปุ่นไปด้วย
ตัวผมเองก็เคยใช้ตั๋วรถไฟ JR East มาก่อนที่จะมีการปรับราคาใหม่ และพอได้ข่าว ผมรู้ตัวทันทีว่าต้องปรับวิธีขึ้นรถไฟเที่ยวรอบญี่ปุ่นตะวันออกใหม่ ถ้าจะให้ใช้ตั๋วได้เต็มที่ ผมจะต้องเพิ่มเที่ยวรถไฟเข้าไปในกำหนดการให้มากขึ้น เพื่อให้คุ้มกับราคาใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา แต่โชคดีที่มันเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากเลย อันที่จริง ด้วยวิธีเที่ยวใหม่นี้ ผมกลับได้โอกาสไปเยี่ยมชมจุดท่องเที่ยวอันน่าทึ่งอื่นๆ รอบภูมิภาคมากขึ้น และเพลิดเพลินไปกับการผจญภัยด้วยรถไฟอย่างเต็มอิ่มมากกว่าที่เคยด้วย!
สำหรับบทความนี้ ผมก็จะมาแบ่งปันตัวอย่างแพลนเที่ยวสำหรับตั๋วทั้งสองแบบที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ รวมไปถึง JR TOKYO Wide Pass ด้วย อีกทั้งยังมีไฮไลต์ของจุดท่องเที่ยวที่น่าแนะนำมานำเสนอทุกคนไปด้วย พร้อมแล้วหรือยัง? งั้นไปดูกันเลย!
① JR EAST PASS (Tohoku area)
สวนฮิโรซากิ (จังหวัดอาโอโมริ)
แม้ว่าผมจะเคยมาเที่ยวรอบโทโฮคุแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยไปฮิโรซากิมาก่อนเลย และหนึ่งในจุดที่ผมอยากไปเยือนเป็นที่แรกก็คือสวนฮิโรซากิ (弘前公園, Hirosaki Park) สวนแห่งนี้มี ปราสาทฮิโรซากิ (弘前城, Hirosaki Castle) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ โดยเป็นปราสาทเพียงแห่งเดียวในโทโฮคุที่ยังคงมีอาคารปราสาทดั้งเดิมตั้งอยู่ สวนนี้ยังเด่นเรื่องต้นซากุระมากกว่า 2,600 ต้น ทำให้ทัศนียภาพในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นที่ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง
รถไฟ Resort Shirakami (จังหวัดอาโอโมริ ⇒ จังหวัดอาคิตะ)
คนส่วนใหญ่มักใช้ตั๋ว JR EAST PASS ขึ้นชินคันเซ็นท่องเที่ยว แต่รู้กันไหมว่าคุณสามารถใช้ตั๋วขึ้นรถไฟ Joyful Train ได้ด้วย? รถไฟเหล่านี้เป็นรถไฟขบวนพิเศษที่วิ่งไปตามพื้นที่ต่างๆ ในญี่ปุ่นตะวันออก และแต่ละขบวนก็จะมีธีมเฉพาะตัวที่นำเสนอความสนุกของการเดินทางด้วยรถไฟให้กับผู้โดยสาร ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Resort Shirakami รถไฟวิ่งไปตามทางรถไฟสาย Gonō (五能線) ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่มีวิวสวยที่สุด โดยมีดาวเด่นคือวิวทะเลญี่ปุ่นนั่นเอง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตอนที่ผมได้ไปลองนั่งรถไฟ Resort Shirakami มา สามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเก่าของผม
ถนนคฤหาสน์ซามูไรคาคุโนะดาเตะ และ หุบเขาดาคิกาเอริ (จังหวัดอาคิตะ)
ในส่วนของวันที่ 3 ผมออกสำรวจจังหวัดอาคิตะต่อโดยการไปเที่ยวที่จุดท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งที่ผมยังไม่เคยมีโอกาสไปเยือนอย่าง ถนนคฤหาสน์ซามูไรคาคุโนะดาเตะ (角館武家屋敷通) ที่นี่มีฉายาว่า “เกียวโตน้อย” (小京都, Little Kyoto) ของภูมิภาคโทโฮคุ อีกทั้งเป็นที่รู้จักในวงกว้างเพราะเป็นจุดชมซากุระที่เต็มไปด้วยต้นซากุระพันธุ์กิ่งย้อย (しだれ桜) ที่เรียงขนาบตลอดเส้นทาง
กำลังวางแผนไปเที่ยวคาคุโนะดาเตะในช่วงใบไม้ร่วงอยู่ใช่ไหม? ถ้าอย่างงั้นคุณต้องตื่นตาตื่นใจแน่นอน! เพราะเมื่อถึงช่วงใบไม้ร่วงทิวทัศน์สองข้างทางของถนนสายนี้จะถูกขนาบไปด้วยใบไม้สีสันอบอุ่นสวยงาม ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถเดินทางอีกนิดเพื่อไปที่หุบเขาดาคิกาเอริ (抱返り渓谷) หุบเขาที่มีวิวใบไม้สีสันอบอุ่นตัดกับสีฟ้าเข้มของแม่น้ำทามะ (玉川, Tama River) ด้านล่าง
หากคุณอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับถนนคฤหาสน์ซามูไรคาคุโนะดาเตะและหุบเขาดาคิกาเอริ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเก่าของเราที่นี่
เมืองเซนไดและอ่าวมัตสึชิมะ (จังหวัดมิยางิ)
ที่ที่ผมจะไปเยือนต่อไปก็คือเมืองเซนได (仙台市) ในจังหวัดมิยางิ ด้วยความที่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ ที่นี่จึงมีสิ่งพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ตั้งแต่งานอีเวนต์ที่โดดเด่นกว่าที่ไหน อย่างเช่น เทศกาลไฟประดับ Pageant of Starlight (光のパージェント) ในช่วงฤดูหนาว และเทศกาลเซนไดทานาบาตะ (仙台七夕祭り) ในช่วงฤดูร้อน ไปจนถึงสวนที่งดงามรื่นตารื่นใจและศาลเจ้าเก่าแก่เชิงประวัติศาสตร์
หากมีเวลา ผมจะไปเยือนที่ อ่าวมัตสึชิมะ (松島湾) อ่าวที่สามารถนั่งรถไฟจากเมืองเซนไดไปถึงได้ในเวลาแป๊บเดียว ที่นี่จัดเป็นหนึ่งใน 3 ทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น (日本三景, Three Great Views of Japan) และเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือนให้ได้หากไปเที่ยวโทโฮคุ คุณสามารถอ่านบทความที่นี่เพื่อดูวิธีเที่ยวไปรอบๆ อ่าวนี้ให้ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงสถานที่ที่ต้องแวะเมื่อไปเยือน
ปราสาทสึรุกะ (จังหวัดฟุกุชิม่า)
ในส่วนของวันสุดท้าย ผมใช้ตั๋ว Pass ไปเยือนไอสึ-วากามัตสึ (会津若松) เมืองปราสาทเก่าทางตะวันตกของจังหวัดฟุกุชิม่า อันเป็นที่ตั้งของปราสาทสึรุกะ (鶴ヶ城) อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง แถมขึ้นชื่อในฐานะปราสาทเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่นที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดง นอกจากนี้ ที่เมืองก็ยังมีทัวร์โรงกลั่นสาเกและอาหารท้องถิ่นอันแสนโอชะให้สำรวจมากมาย (เคล็ดลับ: อย่าพลาดเมนูไอสึ-คัตสึด้ง อาหารประจำเมืองที่ต้องไปลอง!)
หากผมใช้ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) เพื่อเดินทางจากโตเกียวไปยังสถานที่ข้างต้นทั้งหมด ผมจะประหยัดเงินค่ารถไฟได้มากกว่า 32,000 เยน นั่นจึงทำให้ตั๋วนี้เป็นดั่งสหายร่วมทางที่ควรค่าต่อการมีไว้เป็นอย่างยิ่งในทริปนั่งรถไฟเที่ยวของผม!
② JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)
เมืองนีงาตะ (จังหวัดนีงาตะ)
ต่อไป เราจะไปต่อกันที่ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) และสำหรับวันแรก ผมจะใช้ตั๋วนี้ขึ้น Jōetsu Shinkansen ไปเที่ยวที่เมืองนีงาตะ (新潟市) เมืองหลวงของจังหวัดนีงาตะ และเมืองนี้ก็ได้เซอร์ไพรส์ผมมาแล้วด้วยทิวทัศน์พาโนรามาแสนตระการตาและเมนูอาหารอันเลิศรส ที่นี่จึงถือเป็นเมืองที่ผมหลงรักหลังได้มาเยือน
อยากรู้เกี่ยวกับช่วงเวลาของผมในเมืองแห่งนี้? ถ้างั้นไปที่บทความนี้เพื่อดูเพิ่มเติมกันได้เลย
รถไฟ KAIRI และภูเขาฮากุโระ (จังหวัดนีงาตะ ⇔ จังหวัดยามากาตะ)
ในเมื่อ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) เป็นตั๋วที่ให้เราได้เพลินกับการนั่งรถไฟ Joyful Train อยู่แล้ว ผมจะไม่ลองขึ้นสักขบวนได้ยังไง! ที่สถานี Niigata นั้น นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถไฟ Joyful Train ชื่อ KAIRI ที่จะพาผู้โดยสารชมทิวทัศน์อันแสนงดงามเลียบแนวชายฝั่งซาซากาวะ นากาเระ พร้อมทั้งลิ้มรสอาหารแสนอร่อยของพื้นที่ภูมิภาคโชไน (庄内地方)
หนึ่งในสถานีที่รถไฟ KAIRI จะหยุดแวะก็คือที่สถานี Tsuruoka สถานีซึ่งเปรียบเป็นประตูสู่ภูเขาฮากุโระ (羽黒山) หนึ่งใน 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่รวมกันเป็นเดวะซันซัง (出羽三山)
ภูเขาแห่งนี้เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนที่ไปเยือนยังพื้นที่โชไน โดยมีแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ เช่น เจดีย์ห้าชั้น และ ต้นสนซีดาร์จิจิสึกิ (爺スギ, แปลตรงตัวได้ว่า “ปู่สนซีดาร์”) ที่กล่าวกันว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี หากคุณอยากรู้เรื่องราวตอนไปเยือนภูเขาฮากุโระของผม อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความที่นี่
หมายเหตุ: ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ไม่ครอบคลุมเที่ยวรถบัสที่วิ่งจากสถานี Tsuruoka ไปยังทางเข้าภูเขาฮากุโระ ผู้ถือตั๋ว Pass จะต้องชำระค่าโดยสารรถแยกต่างหาก
คุซัตสึออนเซ็น (จังหวัดกุนมะ)
หนึ่งในความสุขของการเที่ยวญี่ปุ่นคือการได้เพลิดเพลินไปกับบ่อน้ำพุร้อน (温泉 onsen) และพื้นที่ตะวันออกของญี่ปุ่นก็มีเมืองบ่อน้ำพุร้อนกระจายตัวอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือคุซัตสึออนเซ็น (草津温泉) เมืองบ่อน้ำพุร้อนยอดนิยมในกลุ่มคนโตเกียว เพราะเป็นที่ที่เดินทางมาจากโตเกียวได้สะดวกนั่นเอง
เมืองนี้มีชื่อเสียงในเรื่องน้ำพุร้อนที่มีความเป็นกรดสูง ซึ่งกล่าวกันว่ามีสรรพคุณด้านการเยียวยารักษา ไฮไลต์หนึ่งของเมืองก็คือยูบาทาเกะ (湯畑) แหล่งปล่อยน้ำพุร้อนแห่งหลักของคุซัตสึออนเซ็น
อุเอดะ (จังหวัดนากาโนะ)
หลังพักค้างคืนผ่อนคลายที่เมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนไปแล้ว เราไปลุยสำรวจเมืองแห่งประวัติศาสตร์ซามูไรกันต่อทั้งวันไหม? ในวันถัดไปนี้ แพลนเที่ยวของผมได้พาผมมายังจังหวัดนากาโนะ โดยสถานที่ที่ผมตั้งใจจะไปก็คืออุเอดะ (上田市) เมืองที่มีชื่อเสียงในฐานะฐานที่มั่นของตระกูลซานาดะ หนึ่งในตระกูลซามูไรที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น เมืองแห่งนี้มีจุดเด่นคือปราสาทอุเอดะ (Ueda Castle) ปราสาทที่มีทัศนียภาพอันงดงามตลอดทั้ง 4 ฤดู อีกทั้งยังมีเทศกาลอุเอดะ ซานาดะ (Ueda Sanada Festival) อันตระการตาและครื้นเครง ซึ่งจัดขึ้นในช่วงปลายเมษายนของทุกปีด้วย
รถไฟ Resort view Furusato และมัตสึโมโตะ (จังหวัดนากาโนะ)
สำหรับวันสุดท้ายในการใช้ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ของผม ผมก็ได้เพิ่มทริปนั่งรถไฟ Joyful Train อีกรอบหนึ่งเข้าไป และขบวนที่ผมเลือกในคราวนี้ก็คือ Resort View Furusato รถไฟที่พาผู้โดยสารไปชมวิวทิวทัศน์ในแถบชนบทอันแสนตระการตาของจังหวัดนากาโนะ และหยุดแวะพักที่สถานี Obasute (姨捨駅) เพื่อให้ผู้โดยสารได้ลงไปเพลิดเพลินชมวิวที่สวยงามชวนตะลึงของที่ราบเซนโคจิและเยี่ยมชมศาลเจ้าโฮทากะ (穂高神社)
อีกหนึ่งในจุดที่รถไฟ Resort View Furusato แวะจอดได้แก่สถานี Matsumoto (松本駅) เมืองมัตสึโมโตะ ถ้าพูดถึงเมืองนี้แล้ว ภาพแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะนึกถึงคงเป็น ปราสาทมัตสึโมโตะ (松本城) ที่มีเอกลักษณ์เด่นสะดุดตา มัตสึโมโตะเป็นหนึ่งในเมืองที่ผมชอบไปเที่ยวมากที่สุดในโซนญี่ปุ่นตะวันออกเลย และหลังจากที่ได้นั่ง Resort View Furusato แล้ว การมาเที่ยวที่เมืองมัตสึโมโตะนี้ก็ถือเป็นที่ปลายทางชั้นเยี่ยมสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟของผม
เพื่อปิดท้ายทริปทั้งหมดของผมจากเมืองมัตสึโมโตะ ผมสามารถเดินทางกลับไปยังโตเกียวโดยตรงได้ ด้วยการขึ้นรถไฟสายหลัก Chūō จากมัตสึโมโตะไปยังชินจูกุ จากตารางการเดินทางข้างต้นจะเห็นอีกด้วยว่าเมื่อใช้ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ผมสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ถึง 16,000 เยน เยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะ!
③ JR Tokyo Wide Pass
ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (จังหวัดยามานาชิ)
สำหรับวันแรกของการใช้ตั๋ว JR Tokyo Wide Pass ผมจะใช้มันไปกับทริปไปเช้าเย็นกลับที่หนึ่งในจุดท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้โตเกียวอย่างทะเลสาบคาวากุจิโกะ (河口湖) ในจังหวัดยามานาชิ ทะเลสาบแห่งนี้รู้จักกันอย่างแพร่หลายจากวิวภูเขาไฟฟูจิ (富士山) ที่เด่นเป็นสง่า และยังสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ง่ายจากโตเกียว ด้วยการนั่งรถไฟ Fuji Excursion (ครอบคลุมอยู่ในตั๋ว JR Tokyo Wide Pass) เพียงแค่ 2 ชั่วโมงถึง
อ่านบทความเก่าของผมเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติมว่ารอบทะเลสาบคาวากุจิโกะนี้มีอะไรให้ไปเห็นและทำได้บ้าง
Karuizawa (Nagano Prefecture)
คุณรู้จักอีกจุดท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนที่เดินทางจากโตเกียวหรือไม่? เฉลย ที่นั่นคือ คารุอิซาวะ (軽井沢) ในจังหวัดนากาโนะ เมืองแห่งรีสอร์ทภูเขาที่มีชื่อเสียงเรื่องคาเฟ่สุดชิคและโรงแรมรีสอร์ท อีกทั้งยังมีจุดอื่นๆ ในคารุอิซาวะที่นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้ นั่นก็คือ น้ำตกชิราอิโตะ (白糸の滝) บ่อน้ำคุโมบาอิเคะ (雲場池) และถนนคารุอิซาว่ากินซ่าเก่า (旧軽井沢銀座通り) นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นเมืองที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวในช่วงใบไม้ร่วงเป็นอย่างยิ่งอีกด้วยเพื่อทำความรู้จักเมืองแห่งนี้เพิ่มเติม เข้าไปอ่านบทความเก่าของเราได้ที่นี่และที่นี่
นิกโก (จังหวัดโทจิกิ)
เราเข้าสู่วันที่ 3 และวันสุดท้ายของการใช้ตั๋ว JR Tokyo Wide Pass ซึ่งสำหรับวันนี้ผมจะไปเยี่ยมชมหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น นั่นก็คือนิกโก (日光市) ในจังหวัดโทจิกิ เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าโทโชกุ (日光東照宮) มรดกโลกที่ได้รับเลือกโดย UNESCO และสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ยังสามารถตระเวนเที่ยวจุดขึ้นชื่ออื่นๆ รอบเมือง เช่น ทะเลสาบจูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) และน้ำตกริวสุ (Ryuzu Waterfall) ที่โอคุ-นิกโก (Oku-Nikko) ได้
ไปตามอ่านบทความที่นี่และที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ กันได้
ด้วยตั๋ว JR Tokyo Wide Pass นี้ ผมสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่หลากหลายในพื้นที่รอบๆ แถบโตเกียวได้ รวมทั้งยังสามารถชมทัศนียภาพของทะเลสาบคาวากุจิโกะ ไปทริปเช้าเย็นกลับที่คารุอิซาวะ และออกสำรวจเมืองประวัติศาสตร์อย่างนิกโกได้
ปิดท้าย
แม้จะปรับราคาใหม่ แต่จะเห็นได้ว่าคุณยังสามารถใช้ตั๋ว Pass ต่างๆ ของ JR East เพื่อเที่ยวอย่างประหยัดสุดๆ ได้เช่นเดิม การนั่งรถไฟได้แบบไม่จำกัดเที่ยวบนเส้นทางรถไฟ JR East ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมนั้น เอื้อให้ผู้ถือตั๋วได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถไฟรอบพื้นที่ญี่ปุ่นตะวันออกที่สนุกสนานและเต็มอิ่ม และด้วยแพลนเที่ยวที่ผมได้แนะนำไปนี้ ผมหวังว่ามันจะช่วยเป็นไอเดียสำหรับการจัดทริปนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหน้าของคุณนะ!
อัพเดตเกี่ยวกับตั๋ว Rail Pass ของ JR East
ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) คือตั๋วที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว (รวมถึงรถไฟชินคันเซ็น เช่น Tohoku Shinkansen และ Akita Shinkansen) ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกันในราคา 30,000 เยน
ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) คือตั๋ว Pass ของ JR East อีกแบบที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกันในราคา 27,000 เยน
สุดท้ายคือ JR TOKYO Wide Pass ตั๋ว Pass ที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว (รวมถึงรถไฟ Fuji Excursion และรถไฟ Fujikyu Railway) ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 3 วันติดกันในราคาที่ปรับใหม่คือ 15,000 เยน
ตั๋วทั้งสามแบบข้างต้นนี้ เป็นตั๋วที่ให้เราสำรองที่นั่งบนชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษบางขบวน และรถไฟ Joyful Train ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าได้ฟรีถึง 1 เดือน ผ่าน JR-EAST Train Reservation
เครดิตภาพปก | JR East, illustAC