อัปเดต ณ วันที่ 16 เมษายน 2567
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566
คนส่วนใหญ่คงจะรู้จักโตเกียวในฐานะเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นและจุดท่องเที่ยวที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แต่เมื่อนานมาแล้วเมืองแห่งนี้เคยถูกเรียกว่าเอโดะ (江戸) และทิวทัศน์ต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดหลายช่วงอายุคนที่ผ่านมา แม้ว่าคุณอาจจะนึกถึงอาคารสูงและทิวเมืองที่มีความโมเดิร์นอย่างที่โตเกียวในปัจจุบันเป็น แต่รู้ไหมว่าไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้น มีสถานที่ที่คุณสามารถสัมผัสประวัติศาสตร์ของเมืองโตเกียวในอดีตได้
จังหวัดไซตามะ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโตเกียวและสามารถเดินทางไปได้ง่ายโดยรถไฟ ปัจจุบันนั้นผู้คนมากมายเดินทางไปมาระหว่างโตเกียว-ไซตามะเพื่อที่จะทำงาน แต่ไซตามะก็ยังเป็นจังหวัดที่มีเซอร์ไพรส์ให้แก่นักท่องเที่ยวจากเมืองหลวงที่มองหาการพักผ่อนระยะสั้นๆ อีกด้วย หนึ่งในนั้นคือ คาวาโกเอะ เมืองที่มีชื่อเสียงจากย่านที่เรียกกันว่า Little Edo ย่านที่ยังคงมีการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยเอโดะ (1603 -1868)
พูดตามตรง ก่อนไปเยี่ยมชมเมืองของจริงผมได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับคาวาโกเอะมาแค่เล็กน้อยเท่านั้น ผมเคยไปโตเกียวมาแล้วหลายครั้ง แต่ผมก็นึกอยากเห็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่จากยุคอดีตของโตเกียวอยู่เสมอ เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นข่าวดีมากตอนได้ยินเกี่ยวกับย่านเมืองเก่าของคาวาโกเอะ ยิ่งในเมื่อมันอยู่ใกล้กับย่านที่ผมใช้ปักหลักตอนอยู่ในโตเกียว
ในบทความนี้เรามาดูกันว่าผมได้ค้นพบอะไรบ้างในระหว่างทริปเที่ยวคาวาโกเอะ และสิ่งไหนบ้างที่ทำให้ผมทึ่ง อย่างที่ได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่าผมรักการได้เดินเท้าสำรวจสถานที่ใหม่ๆ แน่นอนว่าที่คาวาโกเอะเองก็เช่นกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปคาวาโกเอะกันเลย!
① สถานี Kawagoe ประตูสู่ Little Edo
หากต้องการหลีกหนีออกจากโตเกียวไปพักร้อนสั้นๆ คาวาโกเอะก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะนอกจากจะตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงแล้ว แต่ยังสามารถนั่งรถไฟต่อเดียวถึงได้เลย ที่นี่จึงเป็นที่ที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร หรือต้องการหยุดพักหายใจจากชีวิตวุ่นวายในเมืองใหญ่
ผมยอมรับว่าก่อนหน้าที่จะได้มาเยือนคาวาโกเอะ ผมไม่เคยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้มาก่อนเลย ดังนั้นคุณคงจะจินตนาการได้ว่าผมสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับเมืองนี้ขนาดไหน ผมไปเยือนโตเกียวมาแล้วก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยนึกเลยว่าจะมี Little Edo ย่านที่ผมสามารถสัมผัสบรรยากาศของโตเกียวในอดีตได้อยู่ใกล้ๆ เช่นนี้
อย่างหนึ่งเกี่ยวกับคาวาโกะที่น่าดึงดูดสำหรับผมก็คือการที่เรานั่งรถไฟจากโตเกียวไปได้อย่างง่ายดาย เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดไซตามะ และสามารถเข้าถึงได้ด้วยทางรถไฟสาย Saikyō ที่ทอดตัวผ่านสถานีหลักต่างๆ อย่างสถานี Shinjuku สถานี Shibuya และสถานี Ikebukuro สำหรับผู้ที่มาจากทางสถานี Ōmiya ก็สามารถขึ้นทางรถไฟสาย Kawagoe และเดินทางต่อไปถึงที่หมายได้
② เดินเท้าเข้าสู่ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ!
นักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจย่าน Little Edo ในคาวาโกเอะ สามารถเดินจากสถานี Kawagoe ไปได้ในเวลา 25 นาที หรืออีกทางหนึ่งก็คือไปขึ้นรถ Koedo Kawagoe Loop Bus ที่ตรงสถานี ซึ่งจะพาไปถึงยังย่านนี้รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในเมือง และลงรถที่ป้าย Ichibangai (一番街)
หลังออกจากสถานี Kawagoe แล้ว ผมก็เริ่มออกเดินทางสู่ย่านเมืองเก่า และบังเอิญพบกับ Crea Mall ถนนชอปปิงที่มีเสน่ห์อย่างน่าทึ่งและโดดเด่นด้วยร้านค้าหลากหลายประเภทที่ให้คนเดินเท้าได้เห็นและเข้าไปชมกัน ที่นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมได้ค้นพบขณะเดินเท้าสำนวจสถานที่ใหม่ๆ และผมเพลิดเพลินไปกับการเดินชมร้านค้าต่างๆ ตลอดเส้นทางนั้น
หลังเดินทะลุ Crea Mall ไปแล้ว ระหว่างทางไปยัง Little Edo ผมก็บังเอิญได้ค้นพบอีกที่หนึ่ง นั่นคือ Taisho Roman Yume-dori (大正浪漫夢通り) หรือแปลเป็นอังกฤษได้ว่า “Taisho Romance Dream Street” ถนนที่บรรยากาศของมันถ่ายทอดกลิ่นอายของยุคไทโช (1912–1926) และมีดาวเด่นคือบรรดาร้านค้าที่จำหน่ายขนมและของฝากญี่ปุ่น ซึ่งบางร้านเปิดกิจการมาตั้งแต่สมัยเอโดะด้วย
เมื่อผมได้เข้ามาสู่ถนนสายนี้ ผมก็ต้องค่อยๆ เดินช้าลงและดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัว มันถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับผมอย่างแท้จริง ถนนเส้นนี้เรียงรายไปด้วยบ้านร้านค้าเก่าแก่ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปหลายปี แต่ละร้านชวนให้ต้องหยุดชมไปทีละร้านเพื่อดูว่าพวกเขาขายอะไรบ้าง ทั้งขนมหวานและลูกกวาดที่ชวนให้คิดถึงวัยเด็ก หรือของฝากญี่ปุ่นอันมีเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การซื้อไว้เป็นที่ระลึก
ผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกหลุดกลับไปในยุคอดีตอันไกล อีกทั้งสถาปัตยกรรมอันแปลกตาที่อยู่รอบตัวก็พาให้ผมได้เห็นส่วนหนึ่งของโตเกียวในช่วงระหว่างยุคเอโดะและไทโช ซึ่งตัดกับภาพปัจจุบันที่มีความทันสมัยอย่างสิ้นเชิง
Taisho Roman Yume-dori
ที่อยู่: Renjaku-cho, Kawagoe, Saitama 350-0066
การเดินทาง: เดิน 20 นาทีจากสถานี Kawagoe
③ Little Edo แห่งคาวาโกเอะ
หลังจากที่เดินสำรวจ Taisho Roman Yume-dori และเดินต่อมาอีก 5 นาที ในที่สุดผมก็มาถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้แต่แรก นั่นคือ ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ (蔵造りの町並み Kurazukuri no Machinami) ที่นี่คือวิวอันมีเอกลักษณ์ของ Little Edo แห่งคาวาโกเอะที่มักปรากฏให้เห็นบ่อยๆ ทั้งในเว็บไซต์และนิตยสารท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาเยือนเมื่อมาถึงคาวาโกเอะอีกด้วย
คาวาโกเอะเคยเป็นเมืองการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต และเป็นศูนย์กลางค้าขายที่สำคัญของเอโดะ ดังนั้นพ่อค้าหลายคนจึงได้สร้างโกดังสินค้าที่เรียกว่า ‘kura’ (蔵) ขึ้นมาจากดินเหนียว โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของยุคเอโดะ ร้านค้าหลายร้านที่ตั้งอยู่ในโกดังสินค้าทุกวันนี้เองก็ยังคงใช้ป้ายโฆษณาที่มีสไตล์ตามแบบยุคไทโชและโชวะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็สร้างความรู้สึกที่ชวนคิดถึงอดีตให้แก่บรรดาผู้มาเยือนได้เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีอีกสิ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับโกดังสินค้าริมถนนแห่งนี้ เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 1893 เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ของคาวาโกเอะ (Great Kawagoe Fire) ได้เผาทำลายพื้นที่ส่วนมากของเมืองคาวาโกเอะ แต่ที่น่าทึ่งก็คือโกดังที่ถูกสร้างขึ้นช่วงนั้นกลับรอดมาได้ ตั้งแต่นั้นมาอาคารหลายแห่งจึงนำเอารูปแบบการก่อสร้างโกดังเหล่านี้มาใช้เช่นกัน
ขณะที่ผมได้เดินทอดน่องไปตามถนนสายนี้ไปเรื่อยๆ ผมก็รู้สึกราวกับตัวเองกำลังเดินอยู่ในอีกยุคสมัยหนึ่งโดยสิ้นเชิง ในช่วงเวลาที่คาวาโกเอะยังเป็นศูนย์กลางการค้าที่เจริญรุ่งเรือง และบนถนนเต็มไปด้วยเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่จอแจเจรจาธุรกิจกับผู้คนในท้องที่ จนถึงทุกวันนี้สิ่งก่อสร้างบางส่วนจากยุคนั้นก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่เช่นเดิม ผมจึงสามารถจินตนาการถึงช่วงเวลาในอดีตเหล่านั้นและพบว่ามันช่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อผมมาเยือนยังย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ ที่นี่มีหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเลยก็คือ หอคอยระฆัง Bell of Time กล่าวกันว่าหอคอยนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 และมักถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองคาวาโกเอะ อีกทั้งมันถูกใช้บอกเวลาเรื่อยมาตั้งแต่ต้นสมัยเอโดะด้วย โดยระฆังนั้นตีบอกเวลาโดยอัตโนมัติ 4 ครั้งต่อวัน ได้แก่ช่วง 6.00 น. 12.00 น. 15.00 น. และ 18.00 น.
ตั้งแต่ที่มันถูกสร้างขึ้นครั้งแรก หอคอยแห่งนี้ผ่านวิกฤตไฟไหม้อยู่บ่อยครั้งมานานนับศตวรรษ โดยหอคอยในปัจจุบันเองก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ของคาวาโกเอะในปี 1893 ผมพบว่ามันน่าทึ่งมากที่ได้เห็นโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ที่ยืนหยัดผ่านการทดสอบแห่งกาลเวลาและยังคงตีบอกเวลาให้แก่ผู้คนในท้องถิ่นจวบจนทุกวันนี้ สำหรัมผมแล้วมันรู้สึกเหมือนกับว่าหอคอยนี้เป็นสัญลักษณ์ของความอดทนและเป็นดั่งอัตลักษณ์ของผู้คนในท้องถิ่น และผมก็หวังว่ามันจะยังคงตีบอกเวลาให้กับผู้คนอีกหลายรุ่นต่อไป
ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ (Warehouse District)
ที่อยู่: Saiwai-cho, Kawagoe, Saitama 350-0063
การเดินทาง: เดิน 25 นาทีจากสถานี Kawagoe
④ ตรอกขนมหวานแห่งคาวาโกเอะ
คุณเป็นพวกรักขนมหวานหรือเปล่า? ถ้าใช่ คุณต้องไปที่ Kashiya Yokocho (菓子屋横丁)! พื้นที่ที่ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่รู้จักกันมาช้านานในเรื่องการขายขนมและลูกกวาดต่างๆ มาตั้งแต่ช่วงต้นยุคเมจิ ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีม ข้าวเกรียบ ขนมคารินโต (かりん糖, คุกกี้เคลือบน้ำตาลทำจากแป้งทอด) และอีกมากมาย
ในอดีต ตรอกขนมหวานเป็นสถานที่ที่คึกคักในหมู่ผู้คนที่มองหาขนมหวานและลูกกวาด โดยในช่วงต้นยุคโชวะที่เป็นยุคทอง มีร้านขายลูกกวาดมากถึง 70 ร้านตั้งเรียงรายอยู่ในตรอกแห่งนี้ ทว่านับแต่นั้นจำนวนร้านค้าก็ลดลงมาเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบันมีร้านที่ยังเปิดกิจการอยู่ราว 20 กว่าร้านเท่านั้น
ผมได้เรียนรู้เกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับตรอกขนมหวานแห่งนี้มาเรื่องหนึ่งว่า ตอนที่โตเกียวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโตในปี 1923 สต็อกขนมหวานและลูกกวาดในเมืองได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ในทางกลับกัน นั่นทำให้บรรดาร้านขนมในตรอกแห่งนี้พลอยได้ผลประโยชน์จากยอดขายพุ่งขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
ตอนที่ผมไปเยือนที่ตรอกนั้นมีฝนเทลงมาอยู่ อีกทั้งด้วยความที่อยู่ในช่วงสถานการณ์ Covid-19 จึงทำให้ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม ร้านลูกกวาดส่วนใหญ่ก็ยังคงเปิดขายอยู่ และผมก็มองเห็นบรรดาขนมหวานและลูกกวาดที่มีรูปทรงและขนาดที่แตกต่างกันออกไปวางโชว์อยู่ มันปลุกจิตวิญญาณความเป็นเด็กข้างในผมออกมา และทำให้ผมตื่นเต้นว่าพวกมันน่าจะอร่อยขนาดไหน และผมก็หวังให้นักท่องเที่ยวได้กลับมายังตรอกแห่งนี้แล้วเพลิดเพลินไปกับรสชาติแสนวิเศษที่จะนำพารอยยิ้มหวนคืนสู่ใบหน้าของทุกคนอีกครั้ง
Kashiya Yokocho (菓子屋横丁)
ที่อยู่: 2 moto-machi, Kawagoe, Saitama 350-0062
การเดินทาง: เดิน 25 นาที จากสถานี Kawagoe
⑤ ประวัติศาสตร์ขุนนางแห่งคาวาโกเอะ
คุณรู้หรือไม่ว่าคาวาโกเอะเคยเป็นเมืองปราสาทมาก่อน? เมืองคาวาโกเอะนั้นเป็นที่ตั้งของปราสาทคาวาโกเอะ (川越城 Kawagoe-jō) ที่ดั้งเดิมถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 เมืองนี้ยังเป็นทั้งศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและจุดป้องกันยุทธศาสตร์ทางตอนเหนือของเอโดะ และหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดของปราสาทก็คือ วังฮอนมารุ (本丸御殿 Honmaru-goten)
แปลได้ก็คือ “วังแห่งด่านป้องกันชั้นในสุด” อาคารนี้เคยเป็นที่พำนักและโถงว่าราชการของเจ้าครองแคว้นแห่งคาวาโกเอะ โดยจนถึงปัจจุบันวังแห่งนี้ก็ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมด้านในที่จะมีทั้งห้องเสื่อทาทามิหลายห้อง สวนสไตล์ญี่ปุ่น และภาพวาดมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
ตอนที่ผมไปเยือนนั้นปราสาทนี้ยังอยู่ในช่วงปิดปรับปรุงอยู่ แต่ผมก็ยังได้มองและชื่นชมการตกแต่งภายนอกของวัง โดยที่นี่ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และมันทำผมทึ่งมากที่เห็นว่าโครงสร้างเหล่านี้ยังคงถูกบำรุงรักษาจวบจนถึงทุกวันนี้ มันทำหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่ย้ำเตือนให้เห็นว่าคาวาโกเอะเคยเป็นเมืองอย่างไรในอดีต และเมืองแห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดหลายชั่วอายุคนที่ผ่านมา
วังฮอนมารุแห่งปราสาทคาวาโกเอะ
ที่อยู่: 2-13-1 Kuruwa-machi, Kawagoe, Saitama 350-0053
การเดินทาง: เดิน 35 นาทีจากสถานี Kawagoe หรือ 10 นาทีจากถนนย่านเมืองเก่า
ปิดท้าย
ตอนที่ออกสำรวจสถานที่ใหม่ๆ ใกล้โตเกียว ผมไม่เคยนึกถึงคาวาโกเอะเลย และหลังจากที่ได้ไปเยือน “Little Edo” ในช่วงสั้นๆ ผมค่อนข้างประหลาดใจว่าตัวเองพลาดที่นี่ไปได้ยังไง มันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แบบย้อนยุคและมีบรรยากาศแวดล้อมที่แตกต่างไปจากโตเกียวที่มีความทันสมัยกว่า เมืองนี้ยังเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับใครก็ตามที่ต้องการสัมผัสว่าเมืองหลวงในอดีตนั้นเคยเป็นอย่างไร
ถามว่าผมจะเดินทางจากโตเกียวเพื่อไปเที่ยวทริปสั้นๆ ที่คาวาโกเอะอีกไหมน่ะเหรอ? คำตอบก็คือ ไปอยู่แล้วล่ะ! ยังมีอีกหลายจุดที่ผมยังไม่ได้ไปเยี่ยมชม ซึ่งถ้าผมได้มีโอกาสไปอีกรอบก็อยากจะไปเข้าร่วมเทศกาล Kawagoe Festival ที่แสนโด่งดัง เทศกาลดังกล่าวเป็นเทศกาลใบไม้ร่วงที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมขบวนแห่โคมไฟสูงสองชั้นบนถนนในช่วงเดือนตุลาคม
ระหว่างนี้ผมคงต้องรอโอกาสไปก่อน แต่ถ้าคุณต้องการสัมผัสมนตร์เสน่ห์ของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สามารถนั่งรถไฟไปได้ไม่นานจากโตเกียว คาวาโกเอะก็ถือเป็นที่ที่ใช่สำหรับคุณ!
JR TOKYO Wide Pass
อยากมาเที่ยวคาวาโกเอะและจุดท่องเที่ยวอื่นๆ รอบพื้นที่โตเกียวใช่ไหม? งั้นขอแนะนำ JR TOKYO Wide Pass ตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟ (รวมถึงชินคันเซ็นและรถไฟ Joyful Train บางส่วน) บนทางรถไฟของ JR East ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 3 วันติดกัน
ด้วยราคาเพียง 15,000 เยน ตั๋วนี้เอื้อให้คุณสามารถท่องเที่ยวบนทางรถไฟสาย Saikyō จากโตเกียวไปคาวาโกเอะ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ ที่สามารถไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ เช่น คารุอิซาวะ นิกโก แหลมอิสุ และอีกมากมาย คุณสามารถใช้ตั๋ว Pass ผ่านประตูอัตโนมัติ และยังสามารถสำรองที่นั่งบนรถไฟชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษบางขบวน และรถไฟ Joyful Train ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าได้ฟรีถึง 1 เดือนผ่าน JR-EAST Train Reservation
เครดิตภาพปก: JR East / Nazrul Buang, illustAC