ถ้าพูดถึง “เมืองซามูไร” แล้วคุณนึกถึงที่ไหนในญี่ปุ่นเอ่ย? ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน ประเทศญี่ปุ่นจึงเต็มไปด้วยสถานที่มากมายที่รักษาบรรยากาศเมืองปราสาทในอดีตไว้อยู่ และในบทความนี้เราจะมาแนะนำเมืองอุเอดะ (上田 Ueda) เมืองซามูไรที่มีชื่อเสียงในฐานะบ้านเกิดของหนึ่งในตระกูลซามูไรที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุด นั่นคือตระกูลซานาดะ (真田家 Sanada-ke) ถ้าคุณเป็นคอประวัติศาสตร์ล่ะก็ เมืองอุเอดะคือสถานที่ที่คุณควรไปเยี่ยมให้ได้ ที่นี่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักของจังหวัดนากาโนะ โดยเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่ วัดวาอารามที่น่าค้นหา ออนเซ็นชวนผ่อนคลาย และทุกสิ่งที่คุณค้นหา!

เมืองอุเอดะเป็นเมืองปราสาทขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งซามูไร โดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวข้องกับตระกูลซานาดะซึ่งเป็นตระกูลซามูไรที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดนากาโนะ หนึ่งในสมาชิกตระกูลที่มีความสำคัญกับเมืองอุเอดะก็คือซานาดะ ยูคิมุระ (真田幸村) หรือชื่อเดิมคือซานาดะ โนบุชิเงะ (真田信繁) ซึ่งเป็นนักรบซามูไรที่มีอำนาจมากในช่วงยุคเซ็นโกคุ (戦国時代 Sengoku-jidai, ยุคสงคราม) คนญี่ปุ่นส่วนมากจะมีซามูไรคนโปรดของตัวเอง และในการจัดอันดับแม่ทัพยุคเซ็นโกคุ (戦国武将 Sengoku Bushо̄) ยอดนิยมทั่วประเทศนั้น ซานาดะ ยูคิมุระมักจะได้อันดับที่หนึ่ง โดยชนะโทคุกาวะ อิเอยาสุ และ โอดะ โนบุนากะ ที่ต่างเป็นบุคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ขึ้นชื่อในฐานะผู้รวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น

จุดที่ต้องไปเที่ยวในเมืองอุเอดะ | ©photoAC (บน) และ ©Ueda City Multimedia Information Center (ล่าง)

นอกจากประวัติศาสตร์ซามูไรที่น่าสนใจแล้ว เมืองอุเอดะยังมีซากุระที่สวยงามในฤดูใบไม้ผลิ ออนเซ็นเก่าแก่นับศตวรรษที่ชวนผ่อนคลาย วัดเก่าแก่ที่ถูกรักษามาเป็นอย่างดี และอีกมากมาย มาดูบางส่วนของสถานที่ห้ามพลาดในเมืองอุเอดะกัน!

 

① สวนปราสาทอุเอดะ

แน่นอนว่าดาวเด่นและสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดแห่งเมืองอุเอดะก็คือสวนปราสาทอุเอดะ (上田城跡公園 Ueda Jо̄seki Kо̄en) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทอุเอดะ (上田城 Ueda-jо̄) หนึ่งใน 100 ปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น (Japan’s 100 Famous Castles) ปราสาทอุเอดะแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 โดยซานาดะ มาซายูกิผู้เป็นพ่อของซานาดะ ยูคิมุระ และว่ากันว่าเป็นปราสาทที่ไม่มีวันตีแตก โดยสามารถทนการบุกรุกของกองทัพโทคุกาวะได้มากถึงสองครั้งทีเดียว

ปราสาทอุเอดะในฤดูใบไม้ผลิ ©Ueda City Multimedia Information Center

ในยุคนั้น บรรดาแม่ทัพของญี่ปุ่นจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มกองทัพฝั่งตะวันตกที่นำโดยอิชิดะ มิตสึนาริ และกองทัพฝั่งตะวันออกที่นำโดยโทคุกาวะ อิเอยาสุ ทั้งสองฝั่งจะต่อสู้กันในสุดยอดศึกตัดสินของญี่ปุ่น (天下分け目の戦い Tenka Wakeme no Tatakai) นั่นคือยุทธการที่เซกิงาฮาระ (関ヶ原の戦い Sekigahara no tatakai) เพื่อเป็นหลักประกันความอยู่รอดของตระกูลซานาดะรุ่นต่อไปในยุคที่ผันผวนด้วยสงครามนี้ ทางตระกูลจึงสู้ให้กับทั้งสองฝ่ายในสงครามนี้ โดยซานาดะ ยูคิมุระและพ่อของเขาเลือกที่จะอยู่ในเมืองอุเอดะและสู้กับกองทัพของโทคุกาวะ และแม้จะเสียเปรียบด้านกำลังคนอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้จนถึงที่สุด

อย่างที่แฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์คงรู้ ท้ายที่สุดกองทัพตะวันออกคือผู้คว้าชัยในยุทธการที่เซกิงาฮาระ หลังจากที่พ่ายแพ้ ซานาดะ ยูคิมุระและพ่อของเขาถูกเนรเทศออกจากปราสาทอุเอดะ อันที่จริงพวกเขาควรจะถูกประหารด้วยซ้ำ แต่ด้วยบทบาทของซานาดะ โนบุยูกิในกองทัพฝั่งตะวันออกทำให้ทั้งสองรอดชีวิตและถูกเนรเทศไปที่คุโดยามะ (Kudoyama) ในพื้นที่จังหวัดวากายามะในปัจจุบันแทน

ตระกูลซานาดะถูกสืบทอดต่อโดยซานาดะ โนบุยูกิ ซึ่งต่อมาได้รับแคว้นมัตสึชิโระให้ปกครอง ถ้าคุณไปเที่ยวมัตสึชิโระล่ะก็ ต้องไปเที่ยวปราสาทมัตสึชิโระให้ได้นะ!

ปราสาทอุเอดะในฤดูใบไม้ผลิ ©Ueda City Multimedia Information Center

ในยุคเมจิ (1868­–1912) ที่มีการยกเลิกระบบแคว้นศักดินา ปราสาทอุเอดะก็ถูกทำลายจนหลงเหลือเพียงหินบางส่วนและหอคอยเพียงอันเดียวเท่านั้น ส่วนพื้นที่ปราสาทถูกเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะ และนับตั้งแต่นั้นประตูหลักและหอคอยอื่นก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่

ปราสาทอุเอดะจะสวยเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นช่วงที่คุณสามารถชมวิวปราสาทที่ตัดกับดอกซากุระ (桜 sakura) สีชมพูสวยงามในฉากหลังได้ ในตอนเย็นจะมีการเปิดไฟประดับต้นซากุระทำให้ได้บรรยากาศที่มีมนต์เสน่ห์ ด้วยต้นซากุระหลากสายพันธุ์ราว 1,000 ต้น ซากปราสาทที่สวยงามเป็นฉากหลัง และประวัติศาตร์ที่เก่าแก่นี้ ทำให้สวนปราสาทอุเอดะเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตะวันออกของจังหวัดนากาโนะ

ฤดูกาลทั้งสี่ ณ ปราสาทอุเอดะ ©Ueda City Multimedia Information Center

สวนปราสาทอุเอดะเป็นสถานที่ที่คุณสามารถไปเที่ยวได้ทั้งปี โดยมีดอกซากุระสีชมพูในฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้เขียวขจีในฤดูร้อน แมกไม้สีร้อนแรงในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะขาวเป็นประกายในฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหน การเดินไปรอบๆ พื้นที่สวนปราสาทกว้างขวางพลางนึกถึงเหตุการณ์น่าตื่นเต้นในประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เป็นอะไรที่ชวนผ่อนคลายทีเดียว!

ฤดูใบไม้ร่วงที่สวนปราสาทอุเอดะ ©Ueda City Multimedia Information Center

สวนปราสาทอุเอดะ (上田城跡公園)
ที่อยู่: 6263-i Ninomaru, Ueda-shi, Nagano 386-0026
การเดินทาง: เดิน 12 นาทีจากสถานี JR Ueda (上田駅)

 

② สถานที่และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับตระกูลซานาดะ

นอกจากสวนปราสาทอุเอดะแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอีกมากมายในเมืองอุเอดะที่เกี่ยวข้องกับตระกูลซานาดะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “Sanada Yukari-no-chi” (真田ゆかりの地) บางสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทในระยะที่เดินไปถึงได้ ในขณะที่บางที่จะอยู่ที่หมู่บ้านซานาดะซึ่งอยู่ห่างออกไปจากใจกลางเมืองอุเอดะในรัศมี 7 กม. ลองไปทำความรู้จักกับสถานที่บางแห่งของ Yukari-no-chi กัน

 

Ueda City Centre

รูปปั้นซานาดะ ยูคิมุระบนหลังม้า

รูปปั้นซานาดะ ยูคิมุระในเมืองอุเอดะ ©Ueda City Multimedia Information Center

ณ ใจกลางเมืองหน้าสถานี Ueda คุณจะพบกับรูปปั้นซานาดะ ยูคิมุระ ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ขุนศึกอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น” (日本一の兵 Hinomoto Ichi no Tsuwamono) แม้ว่าเขาจะถูกเนรเทศไปยังคุโดยามะหลังยุทธการที่เซกิงาฮาระ แต่ภายหลังเขาสามารถหลบหนีและกลับมาเข้าร่วมกับกองทัพฝั่งตะวันตกได้ ในระหว่างการปิดล้อมในฤดูร้อนที่ปราสาทโอซาก้า (大坂夏の陣 О̄saka Natsu no Jin) กองทัพของเขาเป็นกลุ่มเดียวของกองทัพฝั่งตะวันตกที่เข้าโจมตีฐานมั่นของโทคุกาวะ อิเอยาสุอย่างดุเดือด และว่ากันว่าซานาดะ ยูคิมุระคือแม่ทัพที่โทคุกาวะ อิเอยาสุหวั่นกลัวเป็นที่สุด

 

ศาลเจ้าซานาดะ

ศาลเจ้าซานาดะ ©photoAC

สำหรับนักเรียนที่อยากจะเอาชนะข้อสอบให้ได้ มาที่ศาลเจ้าซานาดะเลย ศาลเจ้าซานาดะ (眞田神社 Sanada Jinja) ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนปราสาทอุเอดะ และเป็นศาลเจ้าที่บูชาเจ้าของปราสาทอุเอดะในอดีต ได้แก่ตระกูลซานาดะ ตระกูลเซ็นโกคุ และตระกูลมัตสึไดระ

ศาลเจ้าซานาดะ ©photoAC

ศาลเจ้าซานาดะเป็นศาลเจ้าที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้เข้าสอบในโรงเรียน เพราะปราสาทอุเอดะขึ้นชื่อเรื่องการไม่ตกเป็นของศัตรูแม้ว่าจะถูกกองทัพของโทคุกาวะบุกถึงสองครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการปิดล้อมครั้งที่สองที่อุเอดะ (第二次上田合戦 Dainiji Ueda Gassen) นั้น แม้จะมีทหารเพียง 3,000 คน แต่กองทัพของซานาดะ ยูคิมุระสามารถต้านทานกองทัพของโทคุกาวะ ฮิเดทาดะที่มี 38,000 คนได้ ต่อมาโทคุกาวะ ฮิเดะทาดะ (ลูกชายของโทคุกาวะ อิเอยาสุ) ยอมแพ้แล้วเดินทางร่วมยุทธการที่เซกิงาฮาระแทน แต่เขาไปช้าเพราะติดพันการสู้รบกับกองทัพของซานาดะที่ปราสาทอุเอดะมา และพลาดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไปโดยปริยาย

ด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่านี้ นักเรียนหลายคนจึงแวะมาสักการะที่ศาลเจ้าซานาดะกันเพื่อขอพรเรื่องโชคและผลการสอบที่ดี โดยหวังว่าตัวพวกเขาเองจะสามารถก้าวข้ามการสอบและมีชัยได้เช่นกัน ที่ศาลเจ้าซานาดะคุณจะเห็นหมวกสีแดงสดที่มีเขากวางอยู่ ซึ่งว่ากันว่าเป็นหมวกที่ซานาดะ ยูคิมุระเคยสวมนั่นเอง

ศาลเจ้าซานาดะ (眞田神社)
ที่อยู่: 1-12 Ninomaru, Ueda-shi, Nagano, 386-0026
การเดินทาง: เดิน 17 นาทีจากสถานี JR Ueda (上田駅)

 

Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan

ภายใน Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan ©Ueda City Multimedia Information Center

นอกจากจะเป็นกลุ่มบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์แล้ว ตระกูลซานาดะยังปรากฏในนิยาย หนังสือการ์ตูน และวิดีโอเกมส์แนวอิงประวัติศาสตร์มากมาย ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีละครของช่องโทรทัศน์ NHK เรื่องหนึ่งชื่อ Sanada Maru (真田丸) ที่ออกอากาศเมื่อปี 2016 และทำให้การท่องเที่ยวของเมืองอุเอดะบูมขึ้นมา

แต่คุณรู้หรือไม่? ว่าที่จริงแล้วมีละคร NHK เกี่ยวกับตระกูลซานาดะอีกเรื่องหนึ่งที่ออกอากาศเมื่อปี 1980 ชื่อ Sanada Taiheiki (真田太平記) ซึ่งเล่าเรื่องเกี่ยวกับตระกูลซานาดะในช่วงปลายยุคเซ็นโกคุ โดยละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตอนที่ออกอากาศเป็นครั้งแรก

ภายนอก Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan ©Ueda City Multimedia Information Center

ละครเรื่องนี้สร้างขึ้นจากนิยายอิงประวัติศาสตร์ชื่อเดียวกันที่เขียนโดยอิเคนามิ โชทาโร่ (Ikenami Shotaro) นักเขียนรางวัล Naoki Prize ที่เขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์หลายเล่ม ซึ่งในจำนวนนี้มีเรื่องที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครซีรี่ส์และภาพยนตร์อยู่หลายเรื่องด้วยกัน ในเมืองอุเอดะจะมี Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan (池波正太郎真田太平記館) พิพิธภัณฑ์ที่เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงผู้เขียนและเสน่ห์ของ Sanada Taiheiki ที่เป็นผลงานเขียนอันเป็นที่รักของเขา

Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan (池波正太郎真田太平記館)
ที่อยู่: 3-7-3 Chuo, Ueda-shi, Nagano 386-0012
การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี JR Ueda (上田駅)

 

อนุสรณ์สิบผู้กล้าแห่งซานาดะ

อนุสรณ์ของสิบผู้กล้าแห่งซานาดะที่พบเห็นได้รอบๆ เมืองอุเอดะ ©JR East / Maruyama

นอกจาก Sanada Taiheiki แล้ว อีกงานเขียนหนึ่งเกี่ยวกับซานาดะ ยูคิมูระที่มีชื่อเสียงก็คือ Sanada Sandaiki (真田三代記) ที่นำเสนอเรื่องสิบผู้กล้าแห่งซานาดะ (真田十勇士 Sanada Jūyūshi) กลุ่มนักรบ 10 คนที่ช่วยสนับสนุนซานาดะ ยูคิมุระ แม้ว่านักรบกลุ่มนี้จะเป็นเพียงตัวละครที่ถูกแต่งขึ้น แต่ก็มีความเชื่อว่าตัวละครเหล่านี้ถูกอิงมาจากบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริง โดย 10 นักรบนี้ได้แก่

  • ซารุโทบิ ซาสุเกะ (猿飛 佐助)
  • คิริกาคุเระ ไซโซ (霧隠 才蔵)
  • มิโยชิ เซย์ไค (三好 清海)
  • มิโยชิ อิสะ (三好 伊三)
  • อานายามะ โคสุเกะ (穴山 小助)
  • ยูริ คามาโนะสุเกะ (由利 鎌之助)
  • คาเคย์ จูโซ (筧 十蔵)
  • อุนโนะ โรคุโร (海野 六郎)
  • เนสุ จินปาจิ (根津 甚八)
  • โมจิสึกิ โรคุโร (望月 六郎)

ในเมืองอุเอดะ คุณจะพบเห็นอนุสรณ์ของสิบผู้กล้าแห่งซานาดะที่กระจายอยู่รอบตัวเมือง ดังนั้น ลองมาเดินรอบๆ เพื่อสำรวจเมืองและตามหาอนุสรณ์เหล่านี้กันดูไหม? สำหรับจุดเริ่มต้นนั้น หนึ่งในอนุสรณ์จะตั้งอยู่ข้างนอก Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan พอดีเลย คุณสามารถตามหาอนุสรณ์ที่เหลือได้ตามตำแหน่งในแผนที่ข้างล่าง

 

หมู่บ้านซานาดะ

จากเมืองอุเอดะห่างออกไปราว 7 กม. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านซานาดะ (真田の郷) ซึ่งเคยเป็นที่มั่นหลักของตระกูลซานาดะ โดยก่อนที่ปราสาทอุเอดะจะถูกสร้างขึ้นนั้น ว่ากันว่าฐานที่มั่นของตระกูลซานาดะเคยอยู่ที่นี่

ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ตระกูลซานาดะ | ©Ueda City Multimedia Information Center

แม้ว่าสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ของที่นี่จะเหลือเพียงซากแล้ว แต่จะมีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตระกูลซานาดะโดยเฉพาะอยู่ และมีพื้นที่กว้างขวางซึ่งเหมาะสำหรับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน และเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง

 

Sanada Clan History Museum

การจัดแสดงชุดเกราะที่ Sanada Clan History Museum | ©Ueda City Multimedia Information Center)

ระหว่างที่อยู่ในหมู่บ้านซานาดะ Sanada Clan History Museum คือจุดที่ต้องไปถ้าคุณอยากรู้จักตระกูลซานาดะเพิ่มเติม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงสิ่งของมากมายเกี่ยวกับตระกูลซานาดะ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารเก่าแก่ ชุดเกราะ รูปวาด และโมเดลสามมิติเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ สิ่งที่แฟนคลับตระกูลซานาดะน่าจะชอบกันเป็นพิเศษก็คือบรรดาชุดเกราะที่ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่อย่างละเอียดประณีต โดยเป็นชุดเกราะของสามพ่อลูกได้แก่ ซานาดะ มาซายูกิผู้เป็นพ่อ โนบุยูกิผู้เป็นลูกคนโต และยูคิมุระที่เป็นลูกชายคนรอง

Sanada Clan History Museum (真田家歴史館)
ที่อยู่: 2984-1 Motohara, Sanadamachi, Ueda-shi, Nagano 386-2202
การเดินทาง: จากสถานี JR Ueda (上田駅) ให้นั่งรถบัสสาย Sanada-Sugadaira มาลงที่ป้าย Yukimura no Sato Yume Kobo-mae (幸村の里夢工房前) จากนั้นเช่าจักรยานที่ Yukimura Yume Kobo แล้วปั่นอีก 15 นาทีเพื่อมาที่พิพิธภัณฑ์

 

ซากคฤหาสน์ซานาดะ

ซากคฤหาสน์ซานาดะ | ©Ueda City Multimedia Information Center

ณ ทำเลติดๆ กับ Sanada Clan History Museum นี้จะเป็นที่ตั้งของซากคฤหาสน์ตระกูลซานาดะ (真田氏館跡 Sanada-shi yakata-ato) ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นฐานที่มั่นของตระกูลซานาดะ อีกทั้งเป็นที่ที่ซานาดะ มาซายูกิและครอบครัวเคยอยู่อาศัยมาก่อนที่ปราสาทอุเอดะจะถูกสร้างขึ้นด้วย ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้ได้รับการบำรุงรักษาในฐานะสวนคฤหาสน์ และเป็นจุดชมดอกอาซาเลีย (ツツジ tsutsuji) สีสันสดใสในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะบานในช่วงกลางจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม

 

ซากปราสาทซานาดะฮนโจ

ซากปราสาทซานาดะฮนโจ | ©Ueda City Multimedia Information Center

ซากปราสาทซานาดะฮนโจ (真田氏本城跡 Sanada-shi Honjо̄ Ato) เป็นซากที่เหลืออยู่ของปราสาทบนภูเขาซึ่งเคยเป็นบ้านของตระกูลซานาดะมาทั้งหมดสามรุ่นจนกระทั่งซานาดะ มาซายูกิสร้างปราสาทอุเอดะขึ้นมา ว่ากันว่าปราสาทซานาดะฮนโจเคยถูกใช้เป็นศูนย์บังคับบัญชาในการสู้รบหลายครั้ง เพราะที่นี่เป็นป้อมปราการที่ใช้ลักษณะพื้นที่ทางธรรมชาติให้เป็นประโยชน์

ณ ความสูง 890 ม. นี้คุณสามารถมองชมเมืองอุเอดะที่อยู่เบื้องล่างได้ชัดๆ และอาจจะนึกภาพได้ว่าซานาดะ มาซายูกิรู้สึกอย่างไรเวลาที่เขากำลังวางแผนรบเมื่อหลายศตวรรษก่อน แม้ว่าโครงสร้างส่วนใหญ่ของปราสาทจะไม่เหลือให้เห็นแล้ว แต่คุณยังสามารถเห็นบางส่วนของโดรุอิ (土塁 กำแพงดินสำหรับป้องกันการบุกรุก) ฐานหิน และคูน้ำที่ว่างเปล่าได้

 

เทศกาลอุเอดะซานาดะ

เทศกาลอุเอดะซานาดะ | ©Ueda City Multimedia Information Center

 ตระกูลซานาดะมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของเมืองอุเอดะ และทุกๆ ปีในช่วงปลายเดือนเมษายน ทางสวนปราสาทอุเอดะจะจัดเทศกาลอุเอดะซานาดะ (上田真田まつり Ueda Sanada Matsuri) ประจำปีขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ตระกูลซานาดะ ผู้เข้าร่วมงานนับร้อยจะเข้าร่วมขบวนแห่ที่เคลื่อนตัวรอบสวนปราสาทอุเอดะและถนนย่านการค้าหลักของเมืองอุเอดะ โดยพวกเขาจะแต่งตัวแบบย้อนยุคเช่นสวมชุดเกราะสีแดงสดและถือธงที่มีตราโรคุมงเซ็น (六文銭) ซึ่งเป็นตราประจำตระกูลอุเอดะ

การสาธิตยิงปืนยาว | ©Ueda City Multimedia Information Center

ภายในเทศกาลยังมีไฮไลท์เป็นการแสดงกลองไทโกะที่มีนักตีกลอง 100 คนด้วย แต่กิจกรรมหนึ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของเทศกาลนี้ก็คงไม่พ้นการสาธิตยิงปืนยาวของหน่วยพลทหารปืน การสาธิตยิงปีนนี้จะจัดขึ้นที่ปราสาทอุเอดะ โดยหน่วยพลทหารปืนในชุดเกราะสีแดงพร้อมธงสีแดงที่มีตราโรคุมงจะยิงปืนยาวสมัยยุคสงคราม สร้างความตื่นตาให้กับกลุ่มผู้ชม ถ้าคุณวางแผนจะมาเที่ยวอุเอดะในช่วงปลายเดือนเมษายนล่ะก็ ห้ามพลาดเทศกาลนี้เชียว!

 

③ เบชโชออนเซ็น

เมืองอุเอดะถือเป็นจุดท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ชั้นเยี่ยม เนื่องจากจุดชมวิวต่างๆ นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆ กันหรือไม่ก็เป็นสถานที่ที่เดินทางไปได้ง่าย ถ้าคุณชอบการเที่ยววัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และแช่ออนเซ็น อย่าลืมเพิ่มเบชโชออนเซ็น (別所温泉 Bessho Onsen) ไว้ในแพลนเที่ยวของคุณด้วยนะ

รถไฟ Uedadentetsu ที่กำลังออกจากสถานี Ueda | ©เครดิตภาพ: JR East / Maruyama

เพียงนั่งรถไฟสาย Uedadentetsu Bessho (上田電鉄別所線 Uedadentetsu Bessho-sen) จากเมืองอุเอดะไป 30 นาทีก็จะถึงเบชโชออนเซ็น สถานที่ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 1,400 ปี และถือเป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดนากาโนะ ในช่วงยุคคามาคุระ (ค.ศ. 1192-1333) ที่นี่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐบาลแห่งชินชูซึ่งเป็นชื่อเก่าของจังหวัดนากาโนะ ทำให้บางครั้งที่นี่ถูกเรียกว่าคามาคุระแห่งชินชู (信州の鎌倉 Shinshū no Kamakura) เบชโชออนเซ็นเป็นสถานที่ขนาดเล็ก โดยนอกจากออนเซ็นแล้วที่นี่ยังมีวัดอารามสวยสง่าที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อหลายศตวรรษก่อน

 

ออนเซ็น

จากซ้ายตามเข็มนาฬิกา: อิชิยุ, ไอโซเมะ โนะ ยุ, ไดชิยุ | ©Ueda City Multimedia Information Center

ต่อให้คุณไม่ได้นอนค้างคืน เบชโชออนเซ็นก็มีโรงอาบน้ำสี่แห่งสำหรับให้นักท่องเที่ยวที่มาแบบไปเช้าเย็นกลับสามารถมาแช่กันได้ แล้วก็ลองมองหาอิชิยุ (石湯 Ishiyu) ดูนะ ซึ่งจะเป็นน้ำพุร้อนที่ออกมาจากหินธรรมชาติตรงตามชื่อเลย

ว่ากันว่าบรรดาแม่ทัพของตระกูลซานาดะต่างมาที่เบชโชออนเซ็นกันเพื่อรักษาบาดแผลจากการสู้รบ และเบชโชออนเซ็นยังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในนิยาย Sanada Taiheiki และคุณรู้ไหม? อนุสรณ์หินที่ตั้งอยู่ข้างนอกอิชิยุที่เขียนว่า “真田幸村公隠しの湯” (ออนเซ็นลับของซานาดะ ยูคิมุระ) นั้นถูกเขียนด้วยมือของอิเคนามะ โชทาโร่ผู้เขียน Sanada Taiheki นั่นเอง

ออนเซ็นเท้านานะคุริที่เบชโชออนเซ็น | ©Ueda City Multimedia Information Center

ถ้าคุณอยากแช่น้ำแป๊บๆ เพื่อพักเอาแรงก่อนหรือหลังเดินเที่ยวรอบเบชโชออนเซ็นล่ะก็ จะมีออนเซ็นเท้าสองจุดให้นักท่องเที่ยวใช้บริการกันได้ นั่นคือนานะคุริ (ななくり) และโอยุ ยุคาชิ โนะ ยุ (大湯薬師の湯) ออนเซ็นเท้านานะคุรินั้นถูกสร้างด้วยไม้และมีรูปทรงแปดเหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นการสื่อถึงวัดอันราคุจิ วัดสุดพิเศษที่เราจะแนะนำกันต่อไป

วัดอันราคุจิ

เจดีย์ไม้แปดเหลี่ยมของวัดอันราคุจิ | ©photoAC

วัดอันราคุจิ (安楽寺) เป็นวัดนิกายเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดนากาโนะ และมีเจดีย์ไม้สามชั้นทรงแปดเหลี่ยม (八角三重塔 Hakkaku Sanjū-no-Tо̄) อันโด่งดัง ซึ่งเป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมแห่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในประเทศญี่ปุ่น คาดกันว่าวัดอันราคุจิถูกสร้างขึ้นในยุคคามาคุระซึ่งเป็นช่วงที่วัดแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและการศึกษา

เจดีย์แห่งนี้อยู่บนไหล่เขาหลังพระอุโบสถของวัดอันราคุจิโดยตั้งอยู่ท่ามกลางต้นสนสีเขียวชอุ่ม ด้วยความเป็นสถานที่สำคัญ ทำให้เจดีย์สามชั้นทรงแปดเหลี่ยมของวัดอันราคุจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น

วัดอันราคุจิ (安楽寺)
ที่อยู่: 2361 Bessho Onsen, Ueda-shi, Nagano 386-1431
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี Bessho Onsen (別所温泉駅) ของทางรถไฟสาย Uedadentetsu Bessho

วัดโจราคุจิ

วัดโจราคุจิเป็นวัดที่มีหลังคามุง | ©photoAC

อีกที่หนึ่งที่เดินไปได้จากสถานี Bessho Onsen ก็คือวัดโจราคุจิ (常楽寺 Jо̄rakuji) วัดที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งจุดเด่นที่ว่านี้ก็คือหลังคามุงซึ่งเป็นอะไรที่แปลกตามากสำหรับวัด ข้างหลังวัดจะมีบรรดาเจดีย์หินซึ่งเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1262 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น พื้นที่วัดแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีผลงานจัดแสดงมากมาย เช่นเอมะ (絵馬 แผ่นไม้สำหรับขอพร) ที่มีรูปวาดของโฮคุไซซึ่งเป็นศิลปินอุคิโยะเอะชื่อดัง

วัดโจราคุจิ (常楽寺)
ที่อยู่: 2347 Bessho Onsen, Ueda-shi, Nagano 386-1431
การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี Bessho Onsen (別所温泉駅) ของทางรถไฟสาย Uedadentetsu Bessho

 

วัดคิตามุกิ คันนน

วัดคิตามุคิ คันนน | ©photoAC

ปิดท้ายวัดที่ห้ามพลาดในเบชโชออนเซ็นกันด้วยวัดคิตามุกิ คันนน (北向観音 Kitamuki Kannon) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ Power Spot ที่ให้โชคด้านความรักและความสัมพันธ์ ชื่อ “คิตามุกิ” แปลว่า “หันไปทางทิศเหนือ” และคันนน (เจ้าแม่กวนอิม) คือพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาในศาสนาพุทธ วัดอารามส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศใต้ แต่วัดคิตามุกิ คันนนจะหันไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่วัดเซ็นโคจิ (善光寺 Zenkо̄ji) ของเมืองนากาโนะตั้งอยู่ และนี่เองที่เป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้

ในขณะที่เชื่อกันว่าวัดเซ็นโคจิจะให้พรด้านชีวิตในชาติหน้า ทางวัดคิตามุกิ คันนนจะให้พรสำหรับชีวิตในชาตินี้ ดังนั้น ผู้คนจึงเชื่อกันว่าการเยี่ยมสักการะวัดทั้งสองแห่งจะให้โชคดีสุดๆ ถ้าคุณเคยไปที่วัดเซ็นโคจิแล้ว อย่าลืมแวะมาวัดคิตามุกิ คันนนกันให้ได้สักวันนะ!

วัดคิตามุกิ คันนน (北向観音)
ที่อยู่: 1666 Bessho Onsen, Ueda-shi, Nagano 386-1431
การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี Bessho Onsen (別所温泉駅) ของทางรถไฟสาย Uedadentetsu Bessho

 

④ อาหาร

ไม่มีทริปไหนที่จะสมบูรณ์ได้ถ้าขาดอาหารดีๆ ไป และเมืองอุเอดะมีอาหารอร่อยๆ ที่คุณต้องลองให้ได้ระหว่างอยู่ที่นั่น ชินชูมีอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ มากมายที่ถือกำเนิดมาจากการที่พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ภูเขา ซึ่งรวมถึงพื้นที่เมืองอุเอดะเองด้วยเช่นกัน ฉันอยากขอแนะนำบรรดา Soul Food ของเมืองอุเอดะ ได้แก่อันคาเกะ ยากิโซบะ และอีกสองเมนูชั้นหรูอร่อยๆ ของเมืองอุเอดะ นั่นคือโออิดาเระ ยากิโทริ และเห็ดมัตสึทาเกะ

 

อันคาเกะ ยากิโซบะ

อันคาเกะ ยากิโซบะ เมนู Soul Food ของเมืองอุเอดะ | ©JR East / Maruyama

ทุกๆ ภูมิภาคต่างมี Soul Food เป็นของตัวเอง โดยจะเป็นเมนูที่ให้ความอบอุ่นใจและเป็นที่รักซึ่งทุกคนจะรับประทานกันตามวาระและโอกาส ซึ่งเมนู Soul Food ในเมืองอุเอดะแห่งนี้คืออันคาเกะ ยากิโซบะ (あんかけ焼きそば) เมนูที่นำเส้นไปผัดกับซอสอร่อยเข้มข้นที่มักจะทำจากซุปดาชิซึ่งใส่แป้งจนข้น ตัวเส้นนั้นมักจะโรยหน้าด้วยเนื้อหมู อาหารทะเล และผักแบบจุใจ โดยบางครั้งผู้คนที่อยู่นอกเมืองอุเอดะจะเรียกเมนูนี้ว่า “อุเอดะ ยากิโซบะ” (上田焼きそば) กัน

 

โออิดาเระ ยากิโทริ

โออิดาเระ ยากิโทริ | ©Ueda City Multimedia Information Center

เมื่อมาเที่ยวที่เมืองอุเอดะ เมนูหนึ่งที่คุณต้องลองให้ได้ก็คือโออิดาเระ ยากิโทริ (美味だれ焼き鳥) ยากิโทริ (焼き鳥 ไก่เสียบไม้ย่าง) เป็นเมนูที่หาชิมได้ทุกที่ในญี่ปุ่น แต่สิ่งที่ทำให้โออิดาเระ ยากิโทริของเมืองอุเอดะมีความพิเศษก็คือซอสที่อร่อยมัดใจสุดๆ ซอสที่มีความเผ็ดนิดๆ นี้ใช้กระเทียมบดและซอสถั่วเหลืองเป็นเบส ซึ่งเข้ากับเนื้อไก่และช่วยดึงรสชาติออกมาได้เป็นอย่างดี ช่างสมชื่อ “โออิดาเระ” ที่แปลว่า “ซอสอร่อย” สุดๆ ไปเลยว่าไหม?

ตัวยากิโทริจะถูกทาซอสก่อนที่คุณจะรับประทานมัน ดังนั้นคุณจึงสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ทาซอสมากหรือน้อยเท่าไหร่ โออิดาเระ ยากิโทริเป็นเมนูท้องถิ่นที่หลายคนชื่นชอบมานานกว่าครึ่งศตวรรษ และคุณสามารถหาชิมเมนูนี้ได้ในร้านยากิโทริและอิซากายะหลายร้านทั่วเมืองอุเอดะ

 

เห็ดมัตสึทาเกะ

อาหารเมนูมัตสึทาเกะ | ©JR East / Kobori

สำหรับอาหารต่อไปมัตสึทาเกะ (松茸) นั้นเป็นเมนูที่มีเฉพาะฤดูกาล ดังนั้นถ้าคุณมาเที่ยวเมืองอุเอดะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงล่ะก็ลองหาชิมกันให้ได้นะ มัตสึทาเกะเป็นเห็ดที่ราคาแพงที่สุดของญี่ปุ่นและไม่สามารถเพาะปลูกได้ โดยเห็ดมัตสึทาเกะจะมีให้เก็บได้เฉพาะที่โตตามธรรมชาติในป่าเท่านั้น และรู้อะไรไหม? นากาโนะเป็นแหล่งผลิตเห็ดมัตสึทาเกะอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นเชียวนะ โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณเมืองอุเอดะและเบชโชออนเซ็นซึ่งเก็บเกี่ยวมัตสึทาเกะได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในทุกๆ ฤดูใบไม้ร่วงที่เป็นฤดูกาลของมัตสึทาเกะคุณจะพบเจอร้านอาหารมัตสึทาเกะแบบเฉพาะทางหลายร้านที่นั่น

ร้านอาหารเฉพาะทางระดับ High-end เหล่านี้ยังมีเซ็ตอาหารมัตสึทาเกะที่เสิร์ฟเป็นคอร์สอีกด้วย โดยจะเป็นการเสิร์ฟอาหารหลายจานที่มีมัตสึทาเกะเป็นวัตถุดิบหลัก เห็ดมัตสึทาเกะจะมีรสชาติเผ็ดเฉพาะตัวและกลิ่นหอมเข้ม อีกทั้งสามารถนำมาทำอาหารได้หลายแบบด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ดึงรสชาติเห็ดออกมาได้จริงๆ ขอแนะนำให้ย่างรับประทานเลย!

 

การเดินทาง

ด้านนอกสถานี Ueda พร้อมนายสถานีทั้งสาม | ©JR East / Maruyama

เมืองอุเอดะเป็นเมืองปราสาทที่เล็กและสวยงาม อีกทั้งยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์เกี่ยวกับซามูไร พร้อมมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและออนเซ็นที่สามารถไปถึงได้โดยนั่งรถไม่นาน เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเที่ยวไปเช้าเย็นกลับหรือทริปสั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเดินทางมาจากโตเกียวหรือนากาโนะ เพราะงั้นมาเที่ยวที่นี่ให้ได้นะ!

คุณสามารถมาที่สถานี JR Ueda ได้เพียงนั่งรถ Hokuriku Shinkansen 90 นาทีจากสถานี JR Tokyo (東京駅) หรือนั่ง Hokuriku Shinkansen 10 นาทีจากสถานี JR Nagano (長野駅)

 

JR東日本鐵路周遊券(長野&新潟地區)

ตั๋วพาส JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) และที่ที่คุณสามารถใช้พาสได้ (เครดิตภาพ: JR East)

ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) เป็นตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้แบบไม่จำกัดเที่ยว รวมถึงรถไฟชินกันเซ็นและ Joyful Train ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยความที่ตั๋วนี้มีราคาเพียง 27,000 เยนและใช้ได้ไม่จำกัดตลอดเวลา 5 ติดกัน มันจึงเป็นตั๋วคู่ใจชั้นเยี่ยมสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟของคุณ ผู้ถือตั๋ว Pass นี้ยังสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าได้นานถึง 1 เดือนได้ฟรีผ่านทาง JR-EAST Train Reservation

ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ยังสามารถใช้กับประตูอัตโนมัติได้ และผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้ตั๋วนี้ได้ด้วย

JR-EAST Train Reservation. | ©JR East

เครดิตภาพปก: Ueda City Multimedia Information Center
Translated by ANNGLE